หลังจากที่เราได้ขึ้นยอดเขากลาเซียร์ 3000 ใน EP ที่แล้ว เราก็เดินทางไปเมืองแทซ (Teasch) แต่เราไม่ได้เที่ยวที่นี่นะคะ เรามาที่เมืองนี้เพื่อนั่งรถไฟไปเมืองเซอร์แมท (Zermatt) กันค่ะ ซึ่งเป็นเมืองสกีรีสอร์ทที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากเป็นเมืองที่ปลอดมลพิษทางอากาศเพราะยานพาหนะในเมืองไม่ใช้เชื้อเพลิง ใช้แต่ไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่เท่านั้น และยังมีฉากหลังของตัวเมืองเป็นยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) ที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จึงทำให้เมืองเซอร์แมท เป็น Dream Destination ของใครหลายคนรวมถึงฉันด้วยค่ะ

ZermattZermattยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น เป็นยอดเขาที่มีชื่อเสียงอย่างมาก ลักษณะจะเป็นทรงพีรามิดที่มียอดแหลม ถ้าใครนึกภาพไม่ออก ให้ลองนึกถึงห่อขนมเทียนบ้านเราเลยค่ะ ซึ่งยอดเขานี้ได้ถูกนำไปใช้เป็นโลโก้ของช๊อคโกแลตชื่อดังอย่าง Toblerone และบริษัทหนังฮอลลีวู้ดParamount Pictures อีกด้วย

Advertisement

Advertisement

ZermattZermattZermattตามโปรแกรมทัวร์จะไม่ได้พาเราขึ้นไปชมยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นด้วยกระเช้าและรถไฟนะคะ ถ้าใครอยากไปต้องเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเอง  ไหนๆก็มาทั้งทีเราจึงเลือกนั่งรถไฟฟันเฟือง โดยเสียค่าใช้จ่ายประมาณสองพันกว่าบาทค่ะ

MatterhornMatterhornMatterhornMatterhornรถไฟฟันเฟืองนี้จะพาเราไปสิ้นสุดที่สถานีกรอนเนอร์แกรต (Gornergrat railway) ซึ่งเราสามารถลงได้ทุกสถานีที่ผ่านเลยนะคะ แต่ด้วยเวลาที่จำกัด เราจึงนั่งไปสุดสายที่สถานีนี้ค่ะ ระหว่างทางควรนั่งด้านขวามือนะคะ เพราะตลอดระยะทางเราจะสามารถเห็นวิวยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นได้ชัดเจน (ถ้าท้องฟ้าเปิดทั้งนี้ควรตรวจเช็คสภาพอากาศก่อนเดินทางจะดีที่สุด) ซึ่งในวันที่เราไปนั้นโชคดีมากที่ท้องฟ้าเปิดและเครียร์มากค่ะ เห็นยอดเขาได้แบบเต็มตาเลยค่ะ ไม่รู้สึกเสียดายเงินเลยสักนิด  

Advertisement

Advertisement

 Matterhorn

 Matterhorn

 เราถ่ายรูปกันจนหนำใจ ก็ได้เวลานั่งรถไฟลงแล้วค่ะ แต่เราก็ยังได้เสพวิวข้างทางตอนขาลงได้อีก

MatterhornMatterhornเป็นยังไงกันบ้างค่ะกับยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น แต่ความภูเขาหิมะยังไม่จบเท่านี้นะคะ ใน EP ต่อไปเรายังคงได้เจอหิมะแบบต่อเนื่องกันอีกค่ะ ยังไงก็รอติดตามน้า...