ภาพปกจาก stocksnap / Pixabay

 ในโลกทุกวันนี้”ฟุตบอล”ได้กลายเป็นธุกิจอย่างเต็มตัวไปแล้ว จนกระทั่งคำว่า“ยูโรเปี้ยน ซุปเปอร์ลีก”ได้ผุดขึ้นมา ทำให้สะเทือนไปทั้งวงการลูกหนังในระดับ หนึ่งพันล้านริกเตอร์เงินตรา

  รูปภาพจาก geralt / Pixabay

  ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ ยูโรเปี้ยน ซุปเปอร์ลีก กันก่อน เดิมทีแนวความคิดเกิดขึ้นมานานแล้วตั้งแต่ปี 2552 โดยความคิดนี้มาจาก โฟลเรนตีโน เปเรซ ประธานสโมสรเรอัลมาดริด ที่คิดจะรวมบรรดาสโมสรดาวดังในทวีปยุโรป ก่อตั้งเป็นศึก ยูโรเปี้ยน ซุปเปอร์ลีก จนกระทั่งในวันที่ 18 เมษายน 2564 มีแถลงการณ์จากเว็บไซต์ของซูเปอร์ลีกอย่างเป็นทางการ ในรายการนี้จะมี12ทีมที่ร่วมกันก่อตั้งประกอบไปด้วยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี, ลิเวอร์พูล, อาร์เซ่นอล, สเปอร์ส, เรอัล มาดริด, บาร์เซโลนา, อัตเลติโกเดมาดริด, เอซี มิลาน, อินเตอร์ มิลาน, และ ยูเวนตุส และจะประกาศเพิ่มอีก 3ทีม ในภายหลัง ส่วนอีก5ทีมจะมาจากการคัดเลือกในแต่ละซีซั่น ซึ่งจะหมุนเวียนกันไปแต่ละปีรวมเป็น20ทีม โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มล่ะ10ทีม แข่งแบบเหย้าเยือนเพื่อหา 5อันดับแรก โดยอันดับ 1,2,3 จะผ่านเข้ารอบน็อคเอ้าท์ไปโดยอัตโนมัติ อันดับ 4,5 ของทั้งสองกลุ่มจะต้องมาเตะเพล์ออฟ เพื่อผ่านเข้ารอบน็อคเอ้าต่อไป หลังจากนั้นจะทำการเตะแบบเหย้าเยือน จนไปถึงนัดชิงดำยุโรป

Advertisement

Advertisement

  รูปภาพจาก wikiimages / Pixabay

  ปรากฏการณ์นี้ทำให้คนในวงการลุกหนังหลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้ว่าจะเป็นการทำลายโครงสร้างของฟุตบอลไม่ว่าจะเป็นเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ แกรี เนวิลล์ และอีกหลายๆคน แต่คนที่ออกตัวแรงปัจดุจการแข่งขันรถแดร็กในครั้งนี้คงไม่พ้น”ยูฟ่า”ซึ่งเป็นผู้เสียประโยชน์โดยตรงออกมาขู่แบนทีมที่เข้าร่วมในรายการนี้ไม่ให้เข้าร่วมรายการแข่งขันของยูฟ่า รวมทั้งตัวนักเตะจะหมดสิทธิ์แข่งขันในรายการของยูฟ่าด้วย ทั้งฟุตบอลยูโร ฟุตบอลโลก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารายการเกิดขึ้นมาได้เพราะบรรดาทีมยักษ์ทั้งหลายนั้น ไม่พอใจกับเงินส่วนแบ่งที่ได้รับจาก“ยูฟ่า” จึงออกมาจัดการแข่งขันเองเพราะมองว่าเม็ดเงินนั้นสมน้ำสมเนื้อและหอมหวานกว่ากันเยอะ

Advertisement

Advertisement

ฟุตบอลยูโรรูปภาพจาก pixel2013 / Pixabay

  แม้ว่าทุกวันนี้ทีมจากอังกฤษแห่ต่อแถวออกจากรายการนี้ จนทำให้ฝ่ายจัดการแข่งขัน ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ออกมาประกาศยุติการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยแถลงการณ์มีเนื้อหาส่วนนึงว่า“ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก เชื่อว่าสถานะปัจจุบันของฟุตบอลยุโรปต้องมีการเปลี่ยนแปลง”นี่อาจเป็นการนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว เราต้องคอยติดตามกันต่อไปว่าอนาคตของเวทียุโรปจะไปในทิศทางไหน เพราะการประกาศยุติการแข่งขันนี้เป็นแค่การสั่นระฆังตอนหมดยกแค่นั้นเอง    old trafford   รูปภาพจาก MulaMiszczu / Pixabay

Advertisement

Advertisement