ย้อนไปปีพ.ศ. 2562 หลังจบ โปเกมอน ซัน แอนด์ มูน หรือ ปี 22 ก็มีการประกาศโปเกมอนภาคใหม่ ก่อนจะเฉลยช่วงใกล้ฉายว่าเป็นภาครีเมคใหม่หมดในชื่อญี่ปุ่น Pocket Monster แบบไม่มีอะไรห้อยท้าย แต่คนส่วนใหญ่ก็เรียกว่า Pocket Monster 2019 บ้างก็เรียกภาครีเมค เริ่มฉายในญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2562 สัปดาห์ละตอน จนเลื่อนช่วงที่โควิด-19 ระบาดช่วงกลางเมษายนที่ผ่านมา

ก่อนจะเริ่มฉายผ่าน Netflix, ไทย และประเทศอื่นๆ ตามลำดับ ในชื่อ Pokemon Journey นับเป็นปีที่ 23 ของ โปเกมอน และถือเป็นภาครีเมคครั้งแรกของซีรีส์นี้ เนื้อหาโดยย่อของ โปเกมอน เจอร์นีย์ ปี 23 กลับไปเริ่มต้นใหม่หมด ตั้งแต่ซาโตชิได้พบ พิคาชู ครั้งแรก (และมีการเล่าประวัติในร่างเบบี้)

เรื่องย่อ: ซาโตชิ เด็กชายวัย 10 ขวบ ผู้มุ่งมั่นที่จะเป็นโปเกมอนมาสเตอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ได้พบกับ โก เด็กชายที่มีความฝันที่จะจับ มิว และสะสมโปเกมอนทั้งหมดทุกตัวที่อยู่บนโลกใบนี้ ทำให้ทั้งคู่ได้ร่วมงานวิจัยโปเกมอนกับพวกศาสตราจารย์ และร่วมกันออกเดินทางไปสู่ดินแดนต่างๆ ที่ไม่เคยรู้จัก เพื่อคลี่คลายปริศนาลึกลับของเหล่าโปเกมอนที่คนทั่วไปยังไม่เคยพบ

Advertisement

Advertisement

Pokemon เรื่องย่อถ้าดูพล็อตเรื่อง อาจรู้สึกว่าเหมือนแค่ตัดตัวละครเก่าทิ้ง แล้วไปเพิ่ม หนุ่มขี้อายแบบโก เป็นคู่จิ้น เอ้ย! คู่หู คู่กัด คนใหม่ของซาโตชิ

เมื่อได้ดูไปสักพัก จะเริ่มเข้าใจว่า โก เป็นสายนักสะสม ซึ่งก็อิงตามภาคเกม อย่าง เกมมือถือ Pokémon Go (2016) ที่ให้ความสำคัญกับการสะสมโปเกมอนตามที่ต่างๆ มากกว่าที่จะเอาไปสู้แข่งกับคนอื่น และขว้างลูกสปริน จับได้แทบทุกตัวโดยไม่ต้องลุ้นแบบเกมดั้งเดิม

ซึ่งก็ถือเป็นคู่หูที่ลงตัวกับ ซาโตชิ ที่มุ่งมั่นจะเป็นโปเกมอนมาสเตอร์ และเก่งในเรื่องสู้กับเทรนเนอร์คนอื่น

Advertisement

Advertisement

เนื้อหายังตัวละคร และโปเกมอน Gen 1-8 ทั้งเก่าและใหม่ ตามภาคเกมคอนโซล Pokémon Sword and Shield (2019) และภาคเกมมือถือ Pokémon Masters (2019)

พวกปริศนาของโปเกมอนก็กลายเป็นประเด็นใหญ่กว่าการผจญภัยของซาโตชิต่างจากภาคที่ผ่านมา สมกับเป็นสิ่งมีชีวิตลึกลับที่มนุษย์ยังไม่เข้าใจมากนัก มีความลับที่ถูกเปิดเผยมาเรื่อยๆ มีการอิงพวกเรื่อง Raid Boss และระบบต่างๆ ในภาคหลังเข้ามา ซึ่งเข้าใจไม่ยาก แม้คุณจะไม่เคยดูอนิเมะและเล่นเกมโปเกมอนมาก่อน ก็สนุกได้

ชีวิต ความน่ารัก และความรู้สึกของเหล่าโปเกมอน

Pokemon Cryอนิเมะโปเกมอนที่ผ่านมา ดำเนินปัญหาตามสูตรสำเร็จ คือ ซาโตชิไปแก้ปัญหาจากพวกแก๊งร็อคเก็ต (หรือปัญหาอื่น) สู้-จับโปเกมอน ท้าตีกับยิมลีดเลอร์ ได้เหรียญไปแข่งทัวร์นาเมนต์ มีเพียงไม่กี่ตอนที่ดึงจุดเด่นของเหล่าโปเกมอนให้เด่นกว่าตัวละครได้ บทเหมือนตัวประกอบฉากมากกว่า

Advertisement

Advertisement

สำหรับภาคนี้ จากเทคโนโลยีการทำอนิเมชั่นที่พัฒนาขึ้นกว่า 20 ปีก่อน ทำให้ภาพสวยขึ้น เก็บรายละเอียดได้สวยงามขึ้น การเคลื่อนไหวดูมีชีวิตชีวา มากขึ้น

ที่สำคัญ มีการให้ความสำคัญกับโปเกมอนแต่ละตัวให้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้นจนเห็นได้ชัด ซึ่งก็มีรายละเอียดแนวนี้เพิ่มเข้ามาในเกมโปเกมอนภาคหลังๆ เช่นกัน ที่เพิ่มบทให้มีปฎิสัมพันธ์กันมากขึ้น

Pokemon Emotionเด็กดูได้ ผู้ใหญ่ก็ยังดูสนุก

ตัวเรื่องไม่ได้มีมุกแบบจืดๆ เหมือนอนิเมชั่นเด็กหลายเรื่อง แต่หลายจุดไม่ได้เดินเรื่องเป็นเส้นตรง เก็บรายละเอียดตัวละคร-โปเกมอน ได้ดีกว่าที่คาดไว้

เมื่อเช็คประวัติ ทีมงานหลัก อย่างผู้กำกับ, บทรวมๆ ผลงานไม่ได้โดดเด่นมาก ไม่ต่างจากทีมงานอนิเมชั่นสำหรับเด็กทั่วไปมากนัก

แต่ ถ้าเช็คประวัติ คนดูเขียนบทในแต่ละตอน (Script) พบว่ารวมทีมงานมีประสบการณ์กว่า 10 คน บางคนก็ระดับท็อปของวงการ ซึ่งไม่บ่อยนักที่จะลดตำแหน่งตัวเองมาแค่เขียนสคริปต์ในแต่ละตอน

  • Yoshida Reiko (ตอนที่ 1) - High School Fleet, Girl und Panzer, K-ON!
  • Akao Deko - Noragami, After the Rain
  • Tomioka Atsuhiro - Battle Spirits, Pokemon และ Inazuma Eleven หลายภาค
  • Fujisaku Junichi - Blood+, Appleseed XIII
  • Yonemura Shoji - One Piece ตั้งแต่ตอน 799, Guin Saga
  • Machida Touko - Lucky Star, 7SEEDS
  • และอีกหลายคน ที่ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 10 ปีในวงการ

การ์ตูนเรื่องยาวใช้คนเขียนสคริปต์เยอะก็ไม่แปลก แต่ส่วนมากก็ไม่เกิน 5 คน และโปรไฟล์ไม่ค่อยเด่นขนาดนี้ ถือว่าทางผู้ผลิตก็ให้ความสำคัญกับภาคนี้ไม่น้อย

รีวิว (ถึงตอนที่ 22) เปิดตัวได้ดีกว่าภาคก่อนๆ

เทียบกับภาคก่อนๆ ช่วงปีที่ 20 - 22 อาจไม่ได้ดีแบบก้าวกระโดด เพราะโปเกมอนภาคหลังๆ ก็มีการปรับเนื้อเรื่องให้ดูทันสมัยมากขึ้น เพียงแต่ไม่ได้ดึงดูดผู้ชมกลุ่มใหม่ ที่ไม่ได้ตามมาตั้งแต่แรก จะดูร่วมๆ พันตอนรวดเดียว ก็มากเกินไป อีกทั้งเนื้อเรื่องก็เริ่มตันจนไปต่อได้ยาก การรีเมคใหม่หมดจึงกลายเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ถ้าย้อนไปเทียบกับ ปี 1 เมื่อ 20 กว่าปีก่อน จะเห็นความแตกต่างหลายด้าน ทั้งด้านภาพ บทบาทของโปเกมอน เหตุผลในการดำเนินเรื่อง ดีกว่าแบบเห็นได้ชัดเจน ไม่ได้ดูเป็นการ์ตูนเด็กมากเกินไป

โดยรวมก็ถือว่าเป็นภาคที่น่าติดตาม เหมาะสำหรับทั้งแฟนรุ่นเก่า และคนที่เพิ่งติดตามโปเกมอนเป็นครั้งแรกก็สามารถเริ่มดูในภาคนี้ได้เช่นกัน

โปเกมอน เจอร์นีย์ ปี 23 และปีก่อนๆ ดูได้ที่ไหน ?

มีพากย์ไทย ฉายผ่านเว็บ True ID ติดตามชมได้ที่ >> True ID

* ในญี่ปุ่นมีการเลื่อนฉายจากโควิด-19 ทำให้ภาคนี้หยุดฉายในญี่ปุ่นไปเกือบ 2 เดือน ไทยน่าจะตามทันในอีกไม่นาน

แก็งร็อคเก็ต 2019

ภาพประกอบปกจาก IGN / ภาพประกอบบทความภาพที่ 1, 2, 3, 4 จากในคลิป True ID