จั้กกรู(Juggu) นางเอกของเรื่อง เป็นนักข่าวทีวี พูดว่า … ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่รายการ “คำถามสุดท้าย” ระหว่าง ธภัสวีร์ และ ปิ้คเก(Pk)

ธภัสวีร์… ชี้มือไปที่ปิ้คเค แล้วหันหน้าไปหาผู้ฟัง พร้อมกับพูดว่า “ชายผู้นี้เคยตามหาพระเจ้า แล้ววันหนึ่งก็บอกว่าพระเจ้าได้หายสาบสูญไป แต่วันนี้จู่ ๆ ก็มาบอกว่าพระเจ้าหลอกลวง  มาบอกด้วยว่าหินศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นสร้อยสังวาลย์ขององค์พระศิวะ ที่พระเจ้ามอบให้เรามา และให้เราสร้างวิหารเก็บหินนี้เอาไว้สำหรับติดต่อกับพระเจ้านั้น…เป็นหินของเขา“ (แล้วหันไปหาปิ้คเค และพูดต่อ) “เจ้ารู้มั้ย… คนบางคนไม่มีบ้านอยู่ ไม่มีข้าวกิน  ไม่มีแม้กระทั่งเพื่อนที่จะคุยด้วย ไม่มีความหวัง คนเหล่านั้นพยายามที่จะฆ่าตัวตาย บางคนกรีดข้อมือ แต่พระเจ้าได้เข้ามาให้อาหารกับจิตวิญญาน ผูกสายสิญจน์ที่ข้อมือของพวกเขา ให้มีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยความหวัง แล้วเจ้าก็มาทำลายความหวังของพวกเขาด้วยการมาบอกว่า พระเจ้าหลอกลวง เจ้าเอาแต่พูดว่า Wrong number wrong number.... แล้วไหนคือหมายเลขที่ถูกต้อง เจ้าบอกมาสิ!!!

Advertisement

Advertisement

ปิ้คเค(Pk) จะตอบว่าอย่างไร… ไปติดตามกันเองในหนังดีกว่าเนอะ! (หรือใครที่ชอบการสปอยหนังก็ติดตาม เดี๋ยวเรารีวิวต่อ…)

 แต่ตอนนี้ขอย้อนอดีตสักครู่

 นางเอกหนังอินเดียสมัยก่อนก่อนจะหน้าสวยคมขำ หุ่นอวบ ๆ ประเภท เนื้อ นม ไข่ แต่เต้นระบำแขกได้พริ้วน่าดู พระเอกหนังอินเดียก็หล่อ คมเข้ม เวลาพระเอกจีบนางเอกก็จะเต้นระบำประกอบเพลงแขกจีบกันเกือบทุกเรื่อง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของหนังอินเดีย 

นานมากแล้วที่เราไม่ได้ดูหนังอินเดีย (เกือบ 23 ปี) เพราะดูมาเยอะมาก… ถึงจุดอิ่มตัว เลยเลิกดู!!!

แต่ช่วงโควิด -19 มีโอกาสได้หยุดอยู่บ้าน (หยุดเชื้อ เพื่อชาติ - Stay at home) เพื่อนแนะนำหนังอินเดียเรื่องนี้ บอกสนุกดีนะ เป็นหนังเกี่ยวกับศาสนาและความเชื่อ 

Advertisement

Advertisement

เราก็เลยได้กลับมาดูหนังอินเดียอีกครั้ง 

ความคิดแรกหลังจากดูจบ 4 รอบ ( 4 รอบแบบตั้งใจทุกรอบ )… ทำไมเราถึงพลาดดูหนังเรื่องนี้ทั้ง ๆ ที่เขาสร้างและออกฉายมาตั้งแต่ปี พ.ศ 2557 แถมเป็นหนังที่สร้างรายได้ถล่มทลายเป็นประวัติศาสตร์ของหนังอินเดีย 


เป็นหนังแก่นธรรม ที่ทุกคำพูดคมคาย ซาบซึ้ง ทุกฉากทุกตอน ถ้าตั้งใจดูจะเห็นว่าเป็นเรื่องความเชื่อที่สร้างขึ้นมาจากความกลัว… พระเอกของเรื่องนี้ เป็นเสมือนตัวแทนของเหตุผลที่พยายามจะหักล้างความเชื่อที่ผิด ๆ โดยให้คนใช้ปัญญาก่อนจะเชื่อ ในขณะที่ผู้คนกลัว สิ้นหวังมากจนต้องตกเป็นเหยื่อของคนที่ฉลาดแกมโกงที่ตั้งสำนักปฏิบัติธรรมขึ้นมาหากินกับความกลัวของคนเหล่านั้น ถือว่าผู้กำกับกล้าสร้าง นักแสดงกล้าเล่น เพราะประเทศอินเดียเป็นดินแดนที่มีเชื้อชาติ ศาสนา ที่แตกต่างกันมาก (อินเดีย ประชากร 1,252 ล้านคน, 14 ภาษา, 6 ศาสนา) ซึ่งในปัจจุบัน… ประชากรส่วนใหญ่ของอินเดียนับถือศาสนา ฮินดู 81.3 %, มุสลิม 12 %, คริสต์ 2.3 %, ซิกส์ 1.9 %, พุทธและเชน 2.5 % ) แต่ผู้กำกับกล้าสร้างหนังที่เอาความเชื่อของคนที่มีต่อพระเจ้า ซึ่งแตกต่างกัน มาผูกเรื่องให้เป็นหนังที่มีครบรส ทั้งความเชื่อ ความรัก และศาสนา ผ่านตัวนักแสดงที่ช่างคัดเลือกมาแบบตีบทแตกทุกคน โดยเฉพาะนางเอกนั้น ลบภาพนางเอกหนังอินเดียสมัยก่อนที่เราเคยดูโดยสิ้นเชิง ส่วนพระเอกของเรื่องรับบทโดย อาเมียร์ ข่าน(Aamir Khan,आमिर ख़ान)  ซึ่งนอกจากจะหล่อ กล้ามเป็นมัด ๆ แล้วยังแสดงได้ดีมาก โดยเฉพาะการทำหูกาง ตาโต แบบมนุษย์ต่างดาว ที่เรายังทึ่งว่าทำได้อย่างไร เล่นดี ตีบทแตก สะกดคนดูอย่างเราทุกฉาก แถมบางฉากก็ทำเอาเราอิน แอบน้ำตาซึม

Advertisement

Advertisement

พระเอกหล่อ น่ารัก

ก่อนที่จะรีวิว เราได้ถามคนที่เรารัก และ เพื่อน ๆ ที่เราสนิทสนมว่า เคยดูหนังเรื่องนี้กันมั้ย… ทุกคนที่เราถาม(ย้ำว่าทุกคน) ล้วนส่วยหน้าและตอบว่า ยัง บางคนก็บอกว่า เล่าให้ฟังหน่อย (ขอเล่าผ่านรีวิวนี้ละกัน)

หินรีโมทที่คล้องคอ คือจุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้

Review…  Pk ผู้ชายปาฎิหารย์

เพื่ออยากรีวิวเก็บไว้ในความทรงจำ อาจจะเป็นการรีวิวหนังที่ละเอียดมาก ๆ (ขออนุญาตย้ำอีกที ใครไม่ชอบการสปอยหนัง ก็ไปหาดูได้ในยูทูปนะคะและไม่ควรอ่านต่อค่ะ)

- พระเอก(Pk) ถูกส่งมาจากต่างดาว เพื่อมาทำวิจัยสิ่งมีชีวิตบนดาวโลก
- ดาวของพระเอกไม่สวมเสื้อผ้า ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแค่หินสีเขียวหยกคล้องคอ เสมือนเป็นรีโมทไว้ติดต่อยานอวกาศที่มาส่ง ให้มารับเมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจบนดาวโลก
- พระเอกถูกชายบนดาวโลกขโมยรีโมท โดยโยนวิทยุของเขาใส่พระเอกก่อนหนีไป
- พระเอกสะพายวิทยุ ตัวล่อนจ้อน สื่อสารกับใครก็ไม่ได้เพราะไม่รู้ภาษามนุษย์บนดาวโลก
- พระเอกเห็นรถที่จอดข้างทางดิ้นได้ เดินเข้าไปดู เห็นชายกับหญิงมีเซ็กส์กันอยู่ในรถ เลยได้เรียนรู้ว่า คนบนดาวโลกก็เปลือยกายเหมือนกัน และเรียกรถที่จอดข้างทางว่ารถเต้นได้
- พระเอกเรียนรู้ว่า ถ้าจะหาเสื้อผ้าใส่ ต้องไปหาตามรถเต้นได้ และเรียนรู้การแต่งกายที่แตกต่างกันระหว่างผู้ชาย ผู้หญิง ชุดเที่ยว ชุดนอน ชุดออกกำลัง เรียนรู้การแต่งกายเป็นแฟชั่น  และการใส่ชุดตำรวจนั้นอาหารจะมาถึงเองโดยไม่จำเป็นต้องใช้เงิน(ฉากนี้เหมือนจะแดกดันอาชีพตำรวจนิด ๆ แต่ความน่ารักของพระเอกในชุดตำรวจก็ทำให้หนังฉากนี้ผ่านไปแบบน่าเอ็นดู)
- พระเอกเริ่มสะสมรูปคานธี  ด้วยการฉีกโปสเตอร์ข้างทาง ตามกระดาษหนังสือพิมพ์ เพื่อจะเก็บไปแลกอาหาร และได้เรียนรู้ว่า รูปคานธีที่อยู่ในกระดาษที่เรียกว่าธนบัตรเท่านั้น จึงจะแลกอาหารได้
- พระเอกถูกรถชน คนที่ขับรถชนสงสารเพราะคิดว่าพระเอกความจำเสื่อม เลยชวนพระเอกมาอยู่บ้านด้วย
- พระเอกได้จับมือผู้หญิงโสเภณี 6 ชม. เพื่อดึงข้อมูลด้านภาษา ทำให้พระเอกพูดและสื่อสารภาษามนุษย์ได้
- หลังจากสื่อสารได้ พระเอกไปแจ้งความกับตำรวจ เพื่อให้ช่วยจับคนที่ขโมยหินรีโมท ตำรวจบอกว่า มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่จะช่วยได้ นั้นเป็นครั้งแรกที่พระเอกได้ยินและรู้จัก… พระเจ้า
- พระเอกเที่ยวถามใคร ๆ ว่าเห็นหินรีโมทของเขามั้ย  ก็ได้คำตอบแบบเดียวกัน พระเจ้าเท่านั้นที่ช่วยได้
- พระเอกเริ่มออกตามหาพระเจ้า ตามโรงพัก แจกใบปลิวรูปพระเจ้าตามป้ายรถเมล์ ขึ้นแจกตามรถไฟ ตามหาพระเจ้าที่โบสถ์(คริสต์) ในวัด(ฮินดู & พุทธ) ใน สุเหร่า(มุสลิม) เรียกได้ว่า ตามหาทุกที่ เรียนรู้ความเชื่อที่แตกต่างกันของแต่ละศาสนา และพระเอกก็เข้าใจว่า พระเจ้ามีหลายองค์ มีกฏแตกต่างกัน แต่ทำงานบริษัทเดียวกันคือ บริษัทศาสนา แค่มีผู้จัดการสาขาที่ต่างกัน 
(ถึงตรงนี้ ก็อยากสปอยเพิ่มเติมว่า หนังสร้างได้น่ารักมาก พระเอกสวมใส่สร้อยปะคำ สะพายวิทยุ เปิดบทสวดสวดอ้อนวอนพระเจ้า มีฉากน่ารัก ๆ และ น่าสงสารหลายฉาก โดยเฉพาะฉากที่ทำเอาเราน้ำตาซึมคือ ฉากที่พระเอกเข้าไปร้านขายเครื่องบูชาพระเจ้า แล้วหนังก็เปิดเพลงประกอบ แล้วพระเอกก็พูดกับรูปปั้นพระเจ้าองค์ต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ในร้านว่า  ข้าเข้าไปเรียนรู้คำสอนของทุกศาสนา ปฎิบัติทุกอย่างตามความเชื่อที่แตกต่าง แต่ไม่มีพระเจ้าองค์ไหนได้ยินเสียง และตอบข้าเลย… 😭😭… ต้องไปหาดูเองจะได้อรรถรส)
- พระเอกตามหาพระเจ้าต่อไปเรื่อยๆ  จนวันหนึ่งมาเจอนักแสดงแต่งตัวเป็นพระศิวะ พระเอกให้พระศิวะ ช่วยตามหาหินรีโมท นักแสดงคิดว่าพระเอกบ้าก็วิ่งหนี พระเอกก็วิ่งตาม วิ่งไล่กันจนมาถึงห้องที่ ท่าธภัสวีร์(นักบวชของศาสนาฮินดูที่พ่อของนางเอกและผู้คนบางส่วนที่นับถือฮินดู เชื่อถือ เลื่อมใส ศรัทธา) กำลังสอนสาวก และบอกสาวกว่า ท่านไปนั่งภาวนาบนยอดเขาหิมาลัย แล้วพระเจ้าก็ได้มอบหินสร้อยสังวาลย์ของพระศิวะ พระเจ้าให้ท่านมาสร้างวิหารเพื่อเป็นที่เก็บหินนี้ เอาไว้ติดต่อพระเจ้า
- พระเอกเห็นหินที่ท่านธภัสวีร์บอกสาวกว่า เป็นสร้อยสังวาลย์จากองค์ศิวะ ก็รู้ทันทีว่าสาวกทุกคนกำลังถูกหลอก เพราะหินนั้นคือ หินรีโมท ของพระเอกนั้นเอง

- พระเอกบอกว่าเป็นหินของเขา และขอหินคืน 
- พระเอกถูกลูกน้องของ ท่านธภัสวีร์นำมาโยนทิ้งลงจากรถกลางถนน ท่ามกลางสายฝน พระเอกกระชากลูกประคำที่คล้องคอ คล้องแขน ทิ้งทุกเส้น และ… สิ้นศรัทธาในพระเจ้า
(ฉากนี้ก็สร้างดี หนังสื่อให้เห็นว่า คนที่นับถือศาสนาเป็นถึงลูกน้องคนสนิทของผู้นำทางศาสนาแต่ไม่มีความเมตตาเลย โยนคนทิ้งจากรถในขณะที่ฝนตกได้เนี่ยนะ!! )

ขอตัดฉากมาพูดถึงนางเอกบ้าง เพราะหลังพระเอกถูกลูกน้องธภัสวีร์ทำร้าย นางเอกต้องมาช่วยเหลือตามสไตล์ของหนัง 

- นางเอก ทำงานเป็นผู้สื่อข่าวโทรทัศน์ เคยเห็นพระเอกแต่งตัวประหลาด คล้องคอ แขน ด้วยลูกประคำ สะพายวิทยุ เดินแจกใบปลิวตามหาพระเจ้า เลยอยากทำข่าวแปลก ๆ บ้าง เพื่อสร้างเรตติ้งให้ข่าวทีวีช่องที่นางเอกทำงาน
- นางเอกชวนพระเอกมาอยู่บ้าน (ก่อนจะชวนก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้นางเอกเชื่อว่าพระเอกเป็นมนุษย์ต่างดาว ไม่ใช่คนบ้าอย่างที่นางเอกเข้าใจในตอนแรก)… ต้องไปดูในหนังค่ะ บอกเลย… ซึ้ง 

- นางเอกและพระเอกพยายามช่วยกันกระชากหน้ากากของธภัสวีร์ ผ่านช่องข่าวทางทีวีที่นางเอกทำงานอยู่
- พ่อนางเอกมาต่อว่า และบอกให้นางเอกหยุด และถามพระเอก ทำไมไม่กลัวพระเจ้า
- พระเอกเลยแสดงให้พ่อนางเอกเห็นว่า พระเจ้าปลอม จะหากินกับความกลัวของคน 
- พระเอกใช้หินทาปูนแดง แล้วนำไปวางโคนต้นไม้ ผู้คนมากราบไหว้อ้อนวอน วางเงินและขอในสิ่งที่ตนเองต้องการ พระเอกพยามชี้ให้พ่อนางเอกเห็นว่า การหากินกับความกลัวของคนนั้นสร้างเงินได้ง่าย ๆ 
- พระเอกกับนางเอก พยายามกระชากหน้ากากธภัสวีร์ออกทีวี (มีหลายฉาก แต่เราขอเล่าแค่ฉากที่มีชายคนหนึ่งถามท่านนภัสวีร์ว่า เมียของเขาเป็นอัมพาตมานานแล้ว ทำยังไงจะหาย ท่านธภัสวีร์ก็ทำท่านั่งทางในเพื่อติดต่อถามพระเจ้า สักพักก็ตอบผู้ชายคนนั้นว่า ให้เดินทางไปเทือกเขาหิมาลัย แล้วเดินด้วยเท้าต่อไปอีก  8 วันถึงวิหาร ก็อธิษฐานขอ พระเอกก็เลยแย้งว่า ถ้าเป็นพระเจ้าที่แท้จริง พระองค์น่าจะบอกให้ผู้ชายคนนี้ใช้เวลาที่เหลืออยู่ ดูแลเมียให้ดี ดีกว่าการที่ต้องทิ้งเมียแล้วเดินทางไปตั้งไกล แถมพระเอกยังบอกว่า สงสัยสายกระแสจิตที่ธภัสวีร์ติดต่อกับพระเจ้านั้น น่าจะต่อสายผิด (Wrong number)
- รายการ การต่อสายถึงพระเจ้าปลอม(Wrong number) ดังไปทั่วโลก 
- พ่อนางเอกส่งข้อความมา บอกว่า ผิดหวังในตัวนางเอกมาก ที่ยังพยายามทำลายความเชื่อและความศรัทธาของคนที่มีต่อธภัสวีร์
- นางเอกเสียใจที่พ่อไม่เข้าใจ พระเอกปลอบใจนางเอกด้วยการสอนท่าเต้นผ่อนคลาย ฉากนี้ น่ารักม๊าก มั่ก 
- นางเอกพาพระเอกขับรถมอเตอร์ไซด์เที่ยว พระเอกตกหลุมรักนางเอก 

นางเอกพาพระเอกขับมอเตอร์ไซด์เที่ยวฉากน่ารัก ๆ ระหว่างพระเอกกับนางเอก
- ผู้คนเริมเสื่อมศรัทธาในตัวธภัสรีร์ หนังสือขายไม่ได้ ข้อความในทวิตเตอร์มีแต่คำด่า ธภัสวีร์เลยท้าพระเอกออกรายการ 1 คำถามกับ PK
- ผู้ชายที่เคยขับรถชนพระเอก โทรมาบอกว่าจะมาหา และจะนำตัวผู้ชายที่ขโมยหินรีโมทของพระเอกมาสารภาพความจริงด้วยว่า ได้นำหินรีโมทนั้นมาขายให้ธภัสวีร์ในราคา 40,000 รูปี
- พระเอกกับนางเอก ดื่มฉลองเพื่อรอความสำเร็จ และพระเอกมีโอกาสได้จับมือนางเอก พระเอกเลยได้รู้ความจริงว่า นางเอกมีคนที่นางเอกยังคงรักไม่ลืม(ความสามารถพิเศษของพระเอกคือถ้าได้จับมือใคร ก็จะอ่านใจคนนั้นได้) เป็นผู้ชายชาวปากีสถาน


แล้วหนังก็เดินทางมาถึงตอนอวสาน ทุกอย่างถูกเปิดเผย ความจริงถูกเปิดโปง รายการ 1 คำถามสุดท้าย  กับ Pk ถูกถ่ายทอดสดไปทั่วโลก โดยมีหินรีโมทเป็นเดิมพัน ฉากนี้เดาเรื่องได้ง่ายว่าสุดท้ายพระเอกต้องชนะ (เพราะถ้าแพ้ พระเอกก็คงกลับบ้านไม่ได้) แต่อยากบอกว่า หนังสร้างได้ดีมาก การปะทะคารมกันระหว่างพระเจ้าตัวปลอม(นภัสวีร์) กับ Pk  ปะทะคารมกันแบบ ใช้ภาษาได้คมคายมาก เล่าไปก็จะเสียอรรถรสเปล่า ๆ  ต้องไปชมเองนะคะ

ฉากก่อนจบ พระเอกและนางเอกนั่งรถโดยสารจากเดลีมาที่มันดาวา เพื่อรอยานอวกาศมารับพระเอกกลับดาวของพระเอก 
- พระเอกใส่เสื้อกลับบ้าน พร้อมหอบวิทยุและกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มาก 2 ใบ รถมาถึงจุดที่พระเอกต้องลง พอรถจอดพระเอกปีนหยิบกระเป๋าที่อยู่บนหลังคารถ กระเป๋าหล่น นางเอกเลยเห็นว่า ในกระเป๋ามีแต่ตลัปเทป และถ่านวิทยุ เต็มกระเป๋า พอนางเอกถาม พระเอกบอกว่า บนดาวของเขาไม่มีถ่านขาย เขาอัดเทปเสียงนก เสียงหมา เสียงแตรรถ เสียงต่าง ๆ ไปเก็บไว้เปิดฟัง เวลาคิดถึงดาวโลก
- รถออก กระเป๋าอีกใบยังอยู่บนหลังคารถ พระเอกวิ่งตามรถเพื่อเอากระเป๋า
- ขณะที่นางเอกนั่งรอ เลยลองเปิดเทปฟัง ปรากฎว่ามีแต่เสียงนางเอก ไม่ว่าจะเปิดกี่ตลับก็มีแต่เสียงนางเอกเท่านั้น ไม่มีเสียงอย่างอื่นตามที่พระเอกบอกเลย และนางเอกก็เห็นนามบัตรที่พระเอกเขียนว่า…Juggu  l love you 
- ยานอวกาศมารับพระเอก พระเอกเดินสะพายวิทยุพร้อมถือกระเป๋าใหญ่ทั้ง 2 ใบ โดยไม่หันหลังกลับมามองนางเอกอีกเลย นางเอกรู้แค่ว่า… ดาวโลกสอนให้พระเอกโกหกเป็น !!! 


รายละเอียดซึ้งๆ ปน ฮา น่ารักน่าเอ็นดู  ยังมีต่อในตอนจบ แต่เราขอจบไว้ตรงนี้ละกัน เป็นการรีวิวหนังที่ละเอียดและยาวมาก (หนังยาวเกือบสามชั่วโมง)

อินไม่อิน ก็คิดเอาเองละกันว่า หลังจากดูถึง 4 รอบแล้ว ยังไปค้นประวัติ ผลงานการแสดงของพระเอกที่รับบท พีเค ยิ่งพอรู้ว่าอายุหลักห้าสิบบวก และเคยมีน้ำหนักเป็นร้อยกิโล ยิ่งอินขึ้นไปอีก!!

ตอนนี้ตกหลุมรัก… Pk ผู้ชายปาฎิหารย์จากต่างดาว ที่มาสอนเราให้รู้ว่า พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ก็เปรียบเสมือน กาย วาจา ใจ ในตัวของเรานั้นเอง 

ชอบมาก เล่นหนังตีบทแตก

Pk บอกพวกเราว่า พระเจ้าในจักรวาลนี้มี 2 องค์ คือองค์ที่สร้างพวกเราขึ้นมา(จริง) กับองค์ที่เราสร้างขึ้น(ปลอม) ซึ่งถ้าเป็นพระเจ้าองค์จริงนั้นท่านสามารถสร้างจักรวาลขึ้นมาได้และโลกของเราก็ใบเล็กนิดเดียว  ท่านย่อมสามารถปกป้องตนเองได้ เราไม่จำเป็นต้องไปปกป้องท่าน ส่วนพระเจ้าองค์ปลอมนั้นให้เราทำลายทิ้ง ไม่ควรไปหลงเชื่อและศรัทธา 

เป็นหนังดีมาก ๆ อีกเรื่องของอินเดียที่อยากแนะนำค่ะ หนังสร้างได้น่ารัก ทั้ง ๆ ที่เนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้ถือว่าหนักเอาเรื่องนะ เพราะเป็นหนังเกี่ยวกับความเชื่อ ความศรัทธา ศาสนา ความกลัว แต่พระเอกก็ถ่ายทอดเรื่องราวที่หนัก ๆ เหล่านั้นให้กลายเป็นหนังที่ดูแล้วอมยิ้มตาม หลายฉากที่หนัก ๆ ก็สื่อออกมาเชิงหยิกแกมหยอกได้อย่างน่าเอ็นดู 

ขอแนะนำ สำหรับใครที่ยังไม่ดู
 

 #ความเชื่อต้องเจือด้วยปัญญา(คำสอนของพระพรหมมังคลาจารย์หรือหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์)

 

ภาพประกอบทุกภาพ แต่งภาพโดยผู้เขียน : ไข่ฟู ครูนอกกรอบ