"สะพานชินเคียว" (Shinkyo Bridge) เป็นสะพานที่สีแดง เขาว่ากันว่าเป็นสะพานศักดิ์สิทธิ์ แห่งเมืองนิกโก้ และในสมัยก่อนสะพานนี้ใช้เฉพาะเจ้านายชั้นสูงหรือเชื้อพระวงศ์เท่านั้น ทุกคนพร้อมที่จะข้ามสะพานและชมความสวยงามของสะพานชินเคียวกันแล้วหรือยังคะ ?ถ้าพร้อมแล้ว ไปชมกันเลยค้า

            สะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge) ตั้งอยู่ ภายในเมืองนิกโก้ (Nikko) ณ ประตูทางเข้าศาลเจ้าและวัดนิกโก้ เป็นของศาลเจ้าฟูทาราซัง (Futarasan Shrine) เป็น 1 ใน 3 ของสะพานที่สวยที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จากสะพานนี้สามารถเดินไปยังวัดรินโนจิ , ศาลเจ้าโทโชกุ , ศาลเจ้าฟุตะระซัง และวัดไทยุอิน สะพานชินเคียวเป็นสะพานโค้งสีแดง รอบๆสะพานต้นไม้ ป่าเขา บรรยากาศดีมากๆเลยค่ะ เป็นจุดถ่ายภาพที่หันกล้องไปทางไหนก็ได้มุมที่สวยไปหมด โดยเฉพาะคนที่ชอบถ่ายภาพแบบเราไม่ควรพลาดเลย ช่วงที่เหมาะกับการถ่ายรูปสะพานชินเคียวจะเป็นช่วงเช้า เพราะในช่วงบ่ายแสงจะน้อยและภาพถ่ายจะสีไม่สดใสเท่าไหร่ สะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge) มีความยาว 28 เมตร กว้าง 7 เมตร สูงจากระดับน้ำประมาณ 10 เมตร ตัวสะพานสร้างจากไม้ทั้งหมด ทาด้วยสีแดง ซึ่งเป็นสะพานที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของบรรดาสะพานไม้ของญี่ปุ่น 

Advertisement

Advertisement

รูปภาพโดยนักเขียนรูปภาพโดยนักเขียน

            อีกหนึ่งอย่างที่เราประทับใจและชอบมาก ๆ ที่อยู่ด้านล่างของสะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge) นั้นก็คือ แม่น้ำสีเขียวมรกตชื่อว่า แม่น้ำไดยะ เป็นแม่น้ำสายขนาด ในแม่น้ำ มีน้ำใสสะอาดมาก เรายื่นมองอยู่พักใหญ่ เพราะละสายตาจากลำธารแห่งนี้ไม่ได้เลย มันสวยงดงามเกินคำบรรยายจริงๆ การขึ้นไปบนสะพานชินเคียวต้องเสียค่าขึ้นประมาณ 300 เยน โดยจะมีทางเข้าอยู่ด้านข้างพร้อมกับเจ้าหน้าที่คอยให้บริการ บริเวรด้านหลังสะพานได้ทาด้วยสีแดงทั้งหมดสวยงามมาก ๆ ค่ะ

Advertisement

Advertisement

รูปภาพโดยนักเขียน

          สะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge)  เปิดให้เข้าชมได้ เวลาประมาณ 8.00-17.00 น. เราไปช่วงเดือนเมษายน  เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิก็ได้ภาพที่สวยเกินคำบรรยายแล้ว แต่ถ้าหากใครอยากได้ภาพที่สวยกว่านี้นั้น เราแนะนำให้ไปช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในเดือนตุลาคมจะเห็นต้นไม้สีแดง เหลือง เขียวสลับกับเป็นฉากหลังของสะพานชินเคียว  แต่งแต้มให้สะพานแห่งนี้งดงามเหมือนกับภาพวาด เราหวังว่าทุกคนที่ได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นจะแวะเที่ยวชมความสวยงามของสะพานและถ่ายรูปสวย ๆ ที่สะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge) กันนะคะ

 

                                                                                                                                                                         รูปภาพทั้งหมดโดยนักเขียน