เมื่อต้นปี 2561 เราไปทำงานอยู่ในประเทศอินเดีย พองานใกล้จะเสร็จก็ได้ข่าวเทศกาลกุมภ์เมลา (Kumbh Mela)ในเมืองอัลลาหบาท  ซึ่งเป็นงานสำคัญและไม่ได้มีบ่อยๆ เพราะเป็นเทศกาลแสวงบุญที่สำคัญที่สุดของชาวฮินดูในอินเดียและใหญ่ที่สุดในโลก ในบางปีมีผู้เข้าร่วมถึง 120 ล้านคน โดยในปี 2021 นี้ จะเป็นอีกครั้งที่เทศกาลกุมภ์เมลาจะถูกจัดขึ้นค่ะ

ทั้งนักบวชที่เรียกว่า Photo credit: Wild Walk Stories  (ผู้เขียน)

เทศกาลแสวงบุญนี้จะจัดในวันและเวลาที่กำหนดจากการเคลื่อนตัวของดวงดาว เช่น เมื่อดาวพฤหัสบดียกเข้าสถิตในราศี “กุมภ์” ก็จะนับเป็นกุมภ์เมลาที่จะเกิดในเมืองหริทวาร และเมื่อใดที่ดาวพฤหัสบดียกเข้าในราศีสิงห์ก็จะเป็นกุมภ์เมลาที่เมืองนาสิก แต่โดยรวมเทศกาลนี้มักจะเกิดช่วง มกราคม - เมษายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาวในอินเดีย

โดยงานนี้จะถูกจัดขึ้นที่หนึ่งของสี่เมืองซึ่งมีแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ไหลผ่าน หมุนเวียนกันไปค่ะ สี่เมืองนี้อันได้แก่

Advertisement

Advertisement

เมืองหริทวาร (Haridwar) ที่มีแม่น้ำคงคาไหลผ่าน
เมืองประยาค (หรืออัลลาหบาท Allahabad ) ซึ่งเมืองนี้จะสำคัญกว่าเมืองอื่นตรงที่ ที่นี่คือเมืองแห่ง “ตริเวณีสังคัม” หรือดินแดนที่แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์สามสายไหลมารวมกัน ได้แก่ คงคา ยมุนา และสรัสวตี (แต่ในปัจจุบันแม่น้ำสายนี้ไม่ปรากฏเหนือพื้นดินแล้วนะคะ หากชาวฮินดูทั่วไปยังคงเชื่อกันว่ายังคงปรากฏอยู่ใต้พิภพ)
เมืองอุชเชน (Ujjain) มีแม่น้ำศิประ และ
เมืองนาสิก (Nashik) ซึ่งมีแม่น้ำโคทาวารีไหลผ่าน

บาบา หรือ นาคสาธุ จะบรรยายธรรม หรือทำพิธีบูชาไฟภายในเต็นท์ของสำนักของตน ซึ่งทั่วบริเวณจะมีหลายร้อยเต็นท์จากหลากหลายสำนัก มาแสวงบุญกันเต็มสองฟากฝั่งแม่น้ำ Photo credit: Wild Walk Stories (ผู้เขียน)

เทศกาลนี้จะจัดขึ้นทุก 12 ปีค่ะ เรียกว่า “ปูรณกุมภ์เมลา” หรือ กุมภ์เมลาสมบูรณ์ แต่ในระหว่างนั้นก็จะมี “อรธกุมภ์เมลา” หรือกุมภ์เมลาครึ่ง ซึ่งจะมีขึ้นทุก 6 ปี และเพราะมีถึง 4 เมืองศักดิ์สิทธิ์ เราจึงมีโอกาสได้ชมเทศกาลกุมภ์เมลาในทุก 3 ปีค่ะ

Advertisement

Advertisement


ก่อนจะเล่าว่าเค้าทำอะไรกันในเมืองนี้ ขอเล่าตำนานเมืองศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่นี้ก่อนนะคะ

ที่มาของเทศกาลกุมภ์เมลานี้มาจากคัมภีร์ปุราณะ เรื่อง “การกวนเกษียรสมุทร” ซึ่งตำนานการกวนเกษียรนี้ถูกนำไปใช้กับงานศิลปะ ภายในศาสนาสถานของชาวฮินดูตั้งแต่โบราณกาลมา เราสามารถเห็นได้จากปราสาทหินต่างๆ ในประเทศไทย ตรงบริเวณทางเดินเข้าปราสาท ที่สองข้างทางจะถูกแกะเป็นรูปยักษ์และเทวดาฉุดนาค

ในการกวนเกษียรสมุทรครั้งนั้น ยักษ์และเทวดาที่เป็นอริกันมานานตกลงใจเซ็นสัญญาสงบศึกชั่วคราว และร่วมมือกันกวนเกษียรสมุทรเพื่อให้ได้น้ำอมฤต ซึ่งถ้าใครได้ดื่มเข้าไปก็จะเป็นอมตะ แต่เพราะสัญญานั้นไม่รัดกุมจึงมีการคดโกงกันขึ้น โดยหลังการกวนเกษียรสมุทรเสร็จสิ้นแล้ว ก็ได้เกิดของวิเศษหลายอย่างเช่น โคอุสุภราช ซึ่งพระอิศวรมารับไปเป็นพาหนะ, ช้างเอราวัณ พระอินทร์ก็มาจับจองไป, พระลักษมี ที่งดงามที่สุดในสามโลกผุดออกมา พระวิษณุก็มาคว้าไปอีก ดังนั้นพอมีเหล่านางอัปสรผุดออกมาจากน้ำอมฤต พวกยักษ์จึงรีบวิ่งไล่ไขว่คว้าเอาบ้าง  ทำให้เทพธันวันตริได้ทีคว้า “กุมภะ” หรือหม้อน้ำอมฤตหลบหนีพวกอสูร แต่เพราะว่ามันคงหนักเอาการ ท่านจึงต้องมีการวางพักกลางทางในสี่เมืองนั่นคือ ประยาค หริทวาร นาสิก และอุชเชน จึงทำให้ทั้งสี่เมืองนี้กลายเป็นบุณยสถานที่ชาวฮินดูต้องมาชำระล้างบาป เสริมบุญบารมี

Advertisement

Advertisement



ในเทศกาลนี้ชาวฮินดูจะเดินทางมายังเมืองที่มีการจัดงาน เพื่อมานมัสการและขอพรจากนักบวชที่เรียกว่า “บาบา” รวมไปถึง  “นาคสาธุ” หรือฤาษีที่นุ่งลมห่มฟ้า ทั่วทั้งร่างกายปกคลุมไปด้วยขี้เถ้าจากพิธีบูชาไฟ ที่ถูกนำมามาทาจนขาวไปทั้งตัว บางนิกายสายโหดเช่น นิกายอโฆริ จากเทือกเขาหิมาลัย จะแตกต่างอย่างสยองด้วยการเอาเถ้าจากการเผาศพมาทาตัว ห้อยลูกประคำที่เรียกว่า “น้ำตาพระศิวะ” ซึ่งทำจากเมล็ดของต้นรุกรัทษะ อันเป็นเครื่องรางราคาแพง และมีพิธีกรรมที่แปลกและเป็นปรัชญาให้ขบคิด คือการเสพสังวาสกับศพ กินเนื้อเข้าไป แล้วเก็บหัวกะโหลกมาใช้เป็นชามอาหารในชีวิตประจำวัน

 

นอกจากนี้ประชาชนที่มา ยังต้องประกอบพิธีบูชาไฟและขอขมาต่อพระแม่คงคา ก่อนที่จะลงอาบน้ำในแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ พิธีนี้เรียกว่า “สนาน”  โดยชาวฮินดูเชื่อว่าจะสามารถจะชำระบาปได้ พิธีสนานนี้ต้องมากระทำกันทางทิศตะวันออกของแม่น้ำ ตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น และในฤดูหนาวอย่างนี้ มันเย็นยะเยือกจริงๆ แต่เพราะความศรัทธา ทุกคนที่มาไม่ว่าจะหนุ่มหรือสาว ผู้เฒ่าหรือเยาวชน ต่างพากันลงอาบน้ำชำระสระสรงกันอย่างน่าศรัทธายิ่งนัก
ผู้คนที่มาแสวงบุญจะเดินทางมาที่ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อทำพิธีบูชาพระแม่คงคา และชำระบาปด้วยการลงไปอาบน้ำในแม่น้ำ ท่ามกลางอากาศเย็นยะเยือกทั้งนักบวชและประชาชนมาทำพิธีที่เรียกว่า ก่อนลงอาบน้ำ จะมีการทำพิธีบูชาและขอขมาจากพระแม่คงคาเสียก่อนส่วนหนึ่งของการบูชาพระแม่คงคาการลงไปอาบน้ำในแม่น้ำ  ทุกคนจะอาบอย่างจริงจังมากค่ะ ทั้งๆที่น้ำนั้นเย็นเฉียบ แต่เค้าถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการพลีกรรมPhoto credit: Wild Walk Stories (ผู้เขียน)

ในช่วงสายเหล่าบาบาอาจารย์ของแต่ละสำนัก จะตักน้ำจากแม่น้ำกลับไปใช้ที่เต็นท์ที่ประกอบพิธีบูชา พอบ่ายไปจนถึงเย็นก็จะมีการสวดมนต์บูชาไฟ เทศนาฟังธรรมะ และถกธรรมกันอย่างที่เรียกกันว่า “ประวจนะ”  และร้องรำทำเพลงสรรเสริญบูชาเทพเจ้ากันค่ะ
นักบวชจะนำน้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำกลับไปที่พัก เพื่อใช้ในการทำพิธีบูชาในช่วงบ่ายและเย็นPhoto credit: Wild Walk Stories (ผู้เขียน)

เราไปถึงที่งานนี้หลังวันแห่ จึงพลาดโอกาสที่จะได้เห็นขบวนแห่และการเต้นรำที่ตระการตา แต่ในขณะเดียวกันเรากลับได้เห็นภาพความความสงบสันติ และความศรัทธา ของผู้คนที่เดินทางจากทุกสารทิศมาที่แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์นี้เพื่อยืนยันความเชื่อและความศรัทธา
ส่วนหนึ่งของพิธีบูชาไฟPhoto credit: Wild Walk Stories (ผู้เขียน)

เทศกาลกุมภ์เมลาในปี2021 นี้ จะเริ่มขึ้นวันที่ 17 มกราคมถึงปลายเดือนเมษายนที่เมืองหริทวาร ปีนี้เราคงไม่มีโอกาสได้ไป แต่ตั้งใจว่าสักวันจะกลับไปชมงานนี้ให้ได้ มันยิ่งใหญ่ตระการตาจริงๆค่ะ

 



*ภาพทั้งหมดโดย Wild Walk Stories (ผู้เขียน)*


Facebook: https://www.facebook.com/wildwalkstories

 

เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !