เมื่อวานนี้ผมได้ไปชมภาพยนตร์ Sci-fi สัญชาติรัสเซียเรื่อง Invasion เพราะผมประทับใจกับภาพยนตร์ภาคต้น เรื่อง Attraction ที่เข้าฉายเมื่อสามปีที่แล้ว อันที่จริงผมคิดว่าภาพยนตร์สามารถจบสมบูรณ์ได้ตั้งแต่ภาคที่แล้ว แต่อาจเป็นเพราะได้ผลตอบรับที่ดีโดยเฉพาะในเรื่องรายได้ที่ลงทุนไป 350 ล้านรูเบิลรัสเซีย แต่ได้กลับมาถึง 1,480 ล้านรูเบิลรัสเซีย ประกอบกับนโยบายการขยายอุตสาหกรรมภาพยนตร์รัสเซียออกสู่ตลาดโลกด้วย จึงได้มีการสร้างภาคต่อนี้ขึ้นมา

http://vodorodfilm.ru/en/invasionหากได้ชมภาพยนตร์ทั้งสองภาค จะสัมผัสได้ว่าอย่างชัดเจนว่าทีมผู้สร้างมีความทะเยอทะยานมากขึ้น เริ่มจากโปสเตอร์โฆษณาที่มียานอวกาศลำใหม่ที่ใหญ่กว่าลำเดิมในภาคที่แล้วมาก และทุนสร้างที่สูงขึ้นเกือบเท่าตัว คือ 650 ล้านรูเบิลรัสเซีย

http://vodorodfilm.ru/en/invasionในส่วนของเนื้อเรื่องนั้น มีความพยายามสร้างเส้นเรื่องให้ซับซ้อนมากขึ้น มีการพัฒนาของตัวละครเดิมจากภาคที่แล้ว และมีการเพิ่มตัวละครใหม่เข้ามา แต่ส่วนตัวผมรู้สึกว่าตัวละครใหม่นี้ยังไปไม่สุด มีฉากแอคชั่นที่แสดงให้เห็นมุมต่าง ๆ ของกรุงมอสโกและประเทศรัสเซียมากขึ้น เรียกว่าใครเคยไปรัสเซียมาจะต้องชอบแน่นอน และฉากใหญ่ที่เป็นไฮไลท์ของเรื่อง ซึ่งส่วนตัวผมถือว่าทำได้ดีทีเดียว Visual Effect ไม่ลอย ไม่หลอกตา จะมีขัดตาบ้างเพียงเล็กน้อยคือฉากที่แสดงภาพเดี่ยวของยานอวกาศลำใหม่ที่ลอยอยู่นอกโลก ที่ภาพออกจะคมชัดมากเกินกว่าฉากอื่น ๆ ของภาพยนตร์ และการออกแบบวัตถุต่างดาวต่าง ๆ ยังไม่ให้ความรู้สึก “ว้าว” เหมือนในภาคที่แล้ว

Advertisement

Advertisement

http://vodorodfilm.ru/en/invasionและถึงแม้ว่าแกนหลักของเนื้อเรื่องจะกล่าวถึงความรักระหว่างมนุษย์โลกและมนุษย์ต่างดาวเหมือนกับในภาคก่อน เพิ่มเติมด้วยเรื่องข่าวปลอมและการพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป แต่เราจะสามารถรู้สึกได้ว่าบทภาพยนตร์มีความพยายามเป็นอเมริกันสไตล์มากขึ้น มีการใส่มุขตลกที่ค่อนข้างจะเป็นสูตรสำเร็จ ต่างจากภาคที่แล้วที่ไม่รู้สึกว่ายัดเยียดอะไรแบบนี้ให้ผู้ชม นอกจากนั้นภาพยนตร์ยังจบด้วยการทิ้งเชื้อไว้ว่าอาจจะมีภาคต่อก็ได้ (ถ้ารายได้ดีนะ)

Advertisement

Advertisement

http://vodorodfilm.ru/en/invasionสำหรับใครที่ไม่ได้ชม Attraction ภาพยนตร์ภาคแรกเมื่อปี พ.ศ. 2560 ก็ไม่ต้องกังวลครับ เพราะในช่วงไตเติลของภาพยนตร์ ที่บอกรายชื่อนักแสดง ผู้กำกับ และบริษัทที่เกี่ยวข้องนั้น ทีมงานผู้สร้างได้มีการเล่าเรื่องย่อของภาพยนตร์ภาคแรกเอาไว้ด้วยคอมพิวเตอร์กราฟฟิคที่ทำขึ้นมาใหม่ ถือว่าสร้างสรรค์ดีทีเดียว แต่คงยังไม่เท่ากับทีมงานชาวไทยที่ตั้งชื่อภาพยนตร์ภาคแรกไว้ว่า “มหาวิบัติเอเลี่ยนถล่มโลก” และตั้งชื่อเรื่องภาคที่สองนี้ว่า “มหาวิบัติเอเลี่ยนล้างโลก” ครับ

Advertisement

Advertisement