ทุกวันนี้คุณวางแผนอนาคตของตัวเองได้ดีพอหรือยัง? ไม่ว่าใครก็มีเป้าหมาย มีของชิ้นเล็กชิ้นน้อย หรือรางวัลชิ้นใหญ่ที่อยากให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านหลังโตๆ ซื้อรถ ทำศัลยกรรม หรืออกไปท่องเที่ยวรอบโลก เป้าหมายเหล่านี้ย่อมเป็นไปไม่ได้หรือเป็นไปได้ยากหากไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ‘เงิน’ จริงมั้ยล่ะคะ หลายๆ คนอาจรู้สึกตัวว่าตัวเองเก็บเงินไม่อยู่ ทำไมเงินที่ได้มาไม่เคยเหลือเก็บในระยะยาวเลย ถ้าหากใครที่กำลังประสบกับปัญหาเหล่านี้อยู่ ก็เท่ากับว่าอนาคตและเป้าหมายของคุณนั้นก็คงสั่นคลอนอยู่เช่นกัน วันนี้ภัสมีวิธีการเก็บเงินง่ายๆ ที่จะช่วยสร้างรากฐานในอนาคตของเราได้อย่างมั่นคง อย่ารอจนกว่าคุณจะมีเงินเดือนแล้วค่อยเริ่มทำ จงทำเสียตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม เพราะอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ไม่มีใครรู้ใช่มั้ยล่ะคะ


 

วิธีเก็บเงินให้รวยให้ดี ต้องแบ่งบัญชีออกเป็น 3 ส่วน

1. บัญชีเงินเก็บตาย 

บัญชีเก็บตาย

Photo by Pixabay from Pexels

       ฟังดูน่ากลัวไปสักหน่อย แต่ภัสมักเรียกบัญชีนี้ว่า ‘บัญชีเก็บตาย’ เสมอ เพราะเป็นการเตือนตัวเองว่าบัญชีนี้ เราจะไม่ถอนเงินมาใช้มั่วๆ ซั่วๆ ทุกๆ ครั้งที่ได้เงินมา ต้องแบ่งเงินจากกองนั้น 30% เพื่อเก็บในบัญชีที่ปิดตายนี้ เก็บปุ๊บ ให้ลืมไปเลยว่าเคยมีเงินนั้นอยู่ บัญชีนี้ต้องเป็นบัญชีที่ไม่มีบัตร ATM ฝากเงินง่าย ถอนออกยาก 

       Objective (จุดประสงค์) = จุดประสงค์ของบัญชีนี้คือการเก็บเงินในระยะยาวเพื่อเป้าหมายใหญ่ๆ ที่ตนเองต้องการ เก็บเงินเพื่อความมั่นคงในอนาคต เพราะฉะนั้นเงินในบัญชีให้ให้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน อีกที

Mutual Fund, stock exchange

Photo by rawpixel.com from Pexels

       1.1 เก็บไปซื้อกองทุน = การนำเงินเก็บระยะยาวส่วนหนึ่งไปซื้อกองทุน หรือลงทุนในหุ้น (ที่ศึกษาอย่างดีแล้ว) เป็นการนำเงินไปหมุนให้งอกเงยออกดอกออกผล ถ้าให้พูดเข้าใจง่ายๆ คือ ปกติแล้วถ้าเราเอาเงินใส่ไว้ในบัญชีเฉยๆ เงินมันก็จะนอนอยู่นิ่งๆ เงินที่ได้เพิ่มขึ้นก็มาจากดอกเบี้ยเล็กน้อยๆ เท่านั้น “เงินไม่ได้ทำงานให้เรา” จึงไม่เกิดผลงอกเงย มีเท่าไหร่ก็มีเท่านั้น 

       กลับกัน ถ้าเราเอาเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนในกองทุน เงินจะเริ่มทำงานออกดอกออกผลด้วยตัวเอง ทำให้มีเม็ดเงินเพิ่มขึ้นแม้เราเพียงแค่เอามันไปเก็บทิ้งไว้ในกองทุน ลองปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ หรือให้เจ้าหน้าที่ธนาคารแนะนำให้เพิ่มเติมดูนะคะ หากใครสนใจ ทุกวันนี้ภัสก็เอาเงินจากส่วนนี้ไปซื้อกองทุนเก็บไว้ และทุกวันนี้ก็เริ่มมีผลงอกเงยมากขึ้นกว่าการเก็บไว้ในบัญชีธนาคารเฉยๆ เยอะเลยค่ะ

 

เป้าหมาย ระยะสั้น

Photo by Skitterphoto from Pexels

       1.2 เก็บไว้เพื่อเป้าหมายชิ้นใหญ่ = ใครที่เล็งจะซื้อของชิ้นโตๆ ต้องการเม็ดเงินจำนวนหนึ่ง เช่นการศัลยกรรมให้ดูดีขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงานและทำเงินในชีวิต การซื้อรถ ซื้อบ้าน การเก็บเงินไปเรียนซัมเมอร์ต่างประเทศ ไปลงครอสเรียนเฉพาะทางเพื่อพัฒนาโปรไฟล์ของเราให้โดดเด่นเตะตา HR และเพิ่มโอกาสการทำงานที่ดีในอนาคต ให้ใช้เงินจากตรงนี้เนี่ยแหละค่ะ ที่เราเก็บตายมาเป็นเวลานาน ในส่วนนี้ภัสขอเรียกมันว่า ‘การเก็บเงินระยะสั้น’ ค่ะ


2. บัญชีสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น

ค่าใช้จ่ายจำเป็น

Photo by Christina Morillo from Pexels

       ในส่วนนี้ ภัสแนะนำให้แบ่งจากเงินเดือนออกมา 40% เพื่อนำมาเก็บในส่วนนี้ หรืออาจจะมากน้อยกว่านี้แล้วแต่ว่าค่าใช้จ่ายประจำที่ต้องจ่ายทุกเดือนของแต่ละคนมีมากน้อยเเค่ไหน เช่น ตัวภัสเอง หลักๆ ก็จะมีค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่า Netflix ทุกครั้งที่ได้เงินก็จะแบ่งมาวางไว้ตรงนี้นิ่งๆ ทันที เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะมีเงินชำระค่าใช้จ่ายเหล่านี้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เพราะต้องยอมรับกันตรงนี้ค่ะ ว่าเราคงอยู่กันไม่ได้จริงๆ หากไม่มีสิ่งเหล่านี้ใช้ “Netflix ไม่มีให้ดูยังพอทน ไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้เลยคงทนไม่ได้” ใช่มั้ยล่ะคะ


3. บัญชีสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

เก็บใช้จ่ายประจำวัน

Photo by freestocks.org from Pexels

       ไม่ว่าจะเป็นค่าข้าว ค่าเดินทาง เสื้อผ้าหน้าผม ของใช้จุกจิกที่อยากได้ เงินไป party สร้างสังคมจะมารวมกันอยู่ตรงนี้ค่ะ เพราะฉะนั้นบัญชีนี้จะค่อนข้างเข้าง่ายและออกง่ายยิ่งกว่า ให้เราได้สนุกสนาน หรรษาไปกับการใช้จ่าย และจะเป็นธนาคารที่มักจะเชื่อมกันแอปนู้นนี้ เช่น True wallet หรือ Line pay (Rabbit) เพื่อความสะดวกในการใช้จ่ายแถมยังได้ส่วนลดจากแอปเหล่านี้มากมายเลยค่ะ ลองไปศึกษากันดูนะคะ

       ภัสแนะนำให้โอนจากเงินเดือนเข้าบัญชีนี้เป็นรายสัปดาห์ค่ะ คำนวณให้พอว่าใน 1 อาทิตย์ค่ากิน ค่าเดินทางจะอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ เงินที่เหลือจากนั้นจะได้นำไปให้รางวัลกับชีวิตได้เช่น การชอปปิ้งซื้อกระเป๋าใบใหม่ สกินแคร์ขวดใหม่ เมื่อทำเช่นนี้แล้ว ทุกๆ การชอปปิ้งเราจะไม่มีนั่งเสียใจ ฟูมฟาย รู้สึกทำผิดพลาดจนตัวเองต้องซื้อมาม่า ปลากระป๋องมานั่งทานช่วงสิ้นเดือนที่ราวกับสิ้นใจ เพราะเราได้ทำให้มั่นใจแล้วว่าเงินนี้เป็นเงินที่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ใช้จ่ายตามอารมณ์ได้จริงๆ และจะไม่กระทบต่อระบบการเงินในส่วนใดด้วยค่ะ


 

       เเละนี่ก็คือ How-to วิธีการเก็บเงินให้รวย ให้มีเงินมีใช้ ไม่ต้องประสบปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลัง เอาจากตรงนู้นตรงนี้โปะ จนไม่เคยมีเงินเก็บเหลือไว้สำหรับอนาคตเลย การเงินยิ่งเริ่มเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีค่ะ ไม่ต้องไปรอให้ทำงานก่อนค่อยทำ ไม่ต้องไปรอจนกว่าจะมีเงินเดือนก้อนโต ทุกวันนี้เงินเดือนจากคุณพ่อคุณแม่ ค่าขนมที่ญาติๆ ให้มาก็นำมาจัดสรร ปันส่วนแบบนี้ได้เช่นกันค่ะ

 

       “เงินทองจะเป็นของคนที่ฉลาดเก็บฉลาดใช้เท่านั้น”

 

       แล้วพบกันใหม่ค่ะ