สวัสดีเพื่อน ๆ ชาว TrueID In-Trend ทุกคนครับ.....

เชื่อว่าเมนูผัดผักบุ้งเนี่ยเป็นเมนูที่ใครจะทำก็ทำได้ แต่ถ้าจะทำให้อร่อย ผมว่าก็ทำยากนะครับ ส่วนตัวผมเคยไปทานผัดผักบุ้งร้านนึงแล้วรู้สึกว่าประทับใจมากกับรสชาติที่หอมกลมกล่อม ผัดแบบแห้ง ๆ ไม่แฉะจนเกินไป วัตถุดิบที่ทั้งสดใหม่และได้คุณภาพของทางร้าน รวมไปถึงวิธีการทำให้ได้ผักบุ้งที่มีสัมผัสพิเศษที่ต่างออกไปจากร้านอื่น ๆ จึงกลับบ้านมาให้คุณแม่ช่วยแกะสูตร และวันนี้ผมก็จะนำสูตรที่แกะได้มานำเสนอให้ทุกคนได้ชมกันครับ


วัตถุดิบง่าย ๆ หาได้ในครัว

ส่วนผสมกระเทียม1. ผักบุ้ง (ถ้าจะให้ดีก็ต้องเป็นผักบุ้งอ่อนที่แช่เย็นมาฉ่ำ ๆ หรือเอาไปน๊อคกับน้ำแข็งก็ได้)

2. กระเทียมสับ

3. ซอสหอยนางรม

4. เต้าเจี้ยว (เพื่อเพิ่มความหอมและความกลมกล่อมของรสชาติ)

5. ซอสปรุงรสฝาเขียว

6. น้ำตาลมะพร้าว (ที่ใช้เป็นน้ำตาลมะพร้าวเพราะมีกลิ่นหอมกว่าน้ำตาลทราย)

Advertisement

Advertisement


จะมีขั้นตอนอะไรบ้าง ไปชมกันเลยหั่นฝอยผักบุ้ง1. หั่นผักบุ้งเป็นท่อน ๆ นำส่วนก้านของผักบุ้งมาหั่นฝอยให้เป็นเส้นเล็ก ๆ จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นทิ้งไว้ (การตู้เย็นหรือการน็อคน้ำแข็งเพื่อให้ผักบุ้งคงความสดและกรอบ)

ผัดกระเทียม2. ตั้งกระทะแล้วใส่น้ำมันรอให้น้ำมันร้อนพอประมาณจากนั้นใส่กระเทียมที่เราสับเอาไว้ลงไปผัดจนหอม (ขั้นตอนนี้ต้องระวังอย่าผัดนานเกินไปไม่งั้นกระเทียมของเราอาจจะไหม้เอาได้นะครับ)

ผัด3. ผัดต่ออีกสักพักให้ผัดบุ้งเริ่มอ่อนตัวลง (แต่อย่าผัดนานเกินไปนะครับเดี๋ยวผักบุ้งจะเละเกินไป)

ปรุง4. จากนั้นเริ่มปรุงใส่น้ำมันหอย ซอสปรุงรสฝาเขียว เต้าเจี้ยว และน้ำตาลมะพร้าว ผัดต่ออีกสักพักจนเครื่องปรุงเริ่มซึมได้ที่ (ระวังไหม้นะครับเพราะในส่วนผสมของเรามีน้ำตาล)

ตักใส่จานจากตั้งถือว่าเป็นอันเสร็จ ตักใส่จานแล้วนำขึ้นโต๊ะได้เลย

Advertisement

Advertisement

เสร็จ1เสร็จ2และนี่คือหน้าตาของผัดผักบุ้งที่ทั้งได้ความกรอบจากผักบุ้ง ความฝอยของก้านที่เล็กจนเหมือนกับว่าผักบุ้งทั้งจานเป็นใบทั้งหมด รสชาติกลมกล่อมจากเครื่องปรุงดี ๆ ความหอมน่าทานจากกระเทียม ยิ่งถ้าได้ทานกับข้าวสวยร้อน ๆ รับรองว่าใครทานก็ต้องติดใจอย่างแน่นอนครับ.....


เห็นไหมล่ะครับแค่นี้เราก็จะได้ทานผัดผักบุ้งแสนอร่อยมาง่าย ๆ อย่างไม่น่าเชื่อแล้ว เพียงแค่เราใช้วัตถุดิบที่ดี ใส่ใจลงไปในขั้นตอนการทำเพิ่มอีกนิดหน่อยเราก็จะได้ทานผัดผักบุ้งแสนอร่อยโดยที่ไม่ต้องขับรถไปไกล ๆ เลยครับ

 

 

เครดิตภาพ: ภาพจากเจ้าของบทความเองทั้งหมดครับ NicPp