ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในทุกวันนี้เสื้อผ้านั้นเป็นสิ่งจำเป็นมากต่อคนเรา เพราะในชีวิตประจำวันของเรานั้นจำเป็นที่จะต้องสวมใส่เสื้อผ้าอยู่ตลอดเวลา ถ้ามองแบบผิวเผินคนบางคนอาจคิดว่าเสื้อผ้าก็เป็นเพียงแค่ของนอกกาย เราสามารถใส่อะไรก็ได้ที่ให้ความสะดวกสบาย แต่ที่จริงแล้วเสื้อผ้า หรือการแต่งตัวในสำหรับบางคนนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อการดำเนินชีวิต เพราะการแต่งตัวของคนเรานั้น เรียกได้ว่าเป็นสิ่งแรก ๆ ที่เมื่อคนอื่นมองจากภายนอกแล้ว สามารถรู้ได้ว่าคน ๆ นั้นมีรสนิยมอย่างไร และยังสามารถบ่งบอกได้ถึงความเป็นตัวตนของเราว่ามีความชอบแบบไหน ทำให้ในปัจจุบันนี้ประเทศต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลกมีวงการแฟชั่นที่ได้เติบโตอย่างรวดเร็วมาก จากการที่วงการแฟชั่นเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้เกิดกระแสที่เรียกว่า Fast Fashion หลาย ๆ คนอาจเคยได้ยินหรือรู้จักกับคำว่า Fast Fashion อยู่แล้ว แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่เข้าใจว่าแท้จริงแล้ว คำนี้แปลว่าอะไรกันแน่

Advertisement

Advertisement


      Fast Fashion คือ การที่เสื้อผ้าหรือสินค้าแฟชั่นต่าง ๆ ถูกผลิตออกมาอย่างรวดเร็ว โดยจะผลิตออกมาจำนวนมาก เพื่อให้ได้ราคาที่ต่ำสุด แต่ว่าเสื้อผ้าที่ถูกผลิตออกมานั้น กลับถูกผลิตออกมาเรื่อย ๆ เพื่อให้ตอบสนองต่อกระแสแฟชั่นในสมัยนี้ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งการกระทำเช่นนี้ ทำให้เสื้อผ้าที่ถูกผลิตออกมานั้นใช้ประโยชน์ไม่ได้อย่างเต็มที่ และมีอายุการใช้งานที่สั้นลงมาก เสื้อผ้าบางตัวถูกใส่เพียงไม่กี่ครั้งก็ถูกทิ้งและกลายเป็นขยะ หรือบางตัวยังไม่เคยใส่เลยด้วยซ้ำ ยิ่งทุกวันนี้ผู้บริโภคมีตัวเลือกที่หลากหลายขึ้นในการเลือกซื้อเสื้อผ้า เราสามารถเลือกซื้อเสื้อผ้าได้จากหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นในห้างสรรพสินค้า หรือทางออนไลน์ โดยทางออนไลน์ถือว่าเป็นวิธีส่วนใหญ่เลือกใช้ อย่างเช่นในประเทศไทย เป็นประเทศที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก แบรนด์ต่าง ๆ สามารถลงขายสินค้าได้ในโลกออนไลน์ เช่นในอินสตราแกรม เมื่อผู้บริโภคสามารถเข้าถือการซื้อได้ง่ายมากขึ้น ซี่งอาจทำให้เกิดการใช้เสื้อผ้าไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าการที่เสื้อผ้าแต่ละตัวผลิตออกมาแล้วส่งผลเสียต่อโลกและสิ่งแวดล้อมมากแค่ไหน 

Advertisement

Advertisement


รูปภาพโรงงานอุตสาหกรรมเสื้อผ้า      เมื่อพูดถึงปัญหาภาวะโลกร้อนที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันนี้ คนส่วนใหญ่อาจนึกถึงภาพโรงงานอุตสาหกรรมที่กำลังปล่อยควันออกมาว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านั้น แต่จะมีกี่คนที่นึกถึงว่าโรงงานอุตสาหกรรมนั้นเป็นโรงงานที่กำลังผลิตเสื้อผ้าอยู่ ควันที่ปล่อยจากโรงงานอุตสาหกรรมคือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดย 10% ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยทั่วโลกมาจากอุตสาหกรรมเสื้อผ้า ซึ่งในการผลิตเสื้อ 1 ตัวจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 3 – 4 กิโลกรัม อุตสาหกรรมเสื้อผ้ายังทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยผ้าส่วนใหญ่ที่นำมาผลิตเป็นเสื้อผ้าคือ ผ้าฝ้าย ซึ่งฝ้ายเป็นพืชที่ต้องการน้ำปริมาณมากในการปลูก ดังนั้นในการผลิตเสื้อยืดเพียง 1ตัวนั้น ต้องใช้น้ำมากถึง 2,700 ลิตร และอุตสาหกรรมเสื้อผ้ายังเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดมลพิษทางน้ำเป็นอันดับ 2 เนื่องจากต้องมีกระบวนการฟอกย้อมสีผ้า ที่ต้องใช้น้ำและสารเคมีจำนวนมาก จึงทำให้น้ำกลายเป็นน้ำที่มีการปนเปื้อนสารพิษ ต้องผ่านกระบวนการบำบัดก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ 

Advertisement

Advertisement


      จากปัญหาที่เกิดขึ้นจากอุตสาหกรรมเสื้อผ้า ทำให้หลายแบรนด์หันมาคิดกลยุทธ์ที่ทำให้การผลิตเสื้อผ้าส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เช่นแบรนด์เสื้อผ้ายักษ์ใหญ่อย่าง Zara ได้ออกแบบเสื้อผ้าคอลเลกชัน Join Life เป็นคอลเลกชันที่ผลิตเสื้อผ้าจากวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่นใช้ผ้า lyocell เป็นผ้ารีไซเคิลจากผ้าฝ้ายและผ้าเปลือกไม้, ผ้าโพลีเอสเตอร์จากขวดน้ำรีไซเคิล, ขนสัตว์รีไซเคิล และผ้าฝ้ายออร์แกนิค มีกระบวนการผลิตเสื้อผ้าที่ใช้น้ำ, พลังงานและวัสดุธรรมชาติให้น้อยที่สุด ใช้พลังงานทดแทน ทางแบรนด์ยังมีเป้าหมายคือภายในปี ค.ศ. 2030 จะต้องลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ 30%รูปเสื้อที่เป็นคอลเลกชัน Join Life

 โดยจะสังเกตเสื้อผ้าที่เป็นคอลเลกชัน Join Lfe ได้จากป้ายที่ติดไว้รูปป้ายเสื้อที่เป็นคอลเลกชัน Join Life

ทางด้านแบรนด์ของไทยเองก็ได้มีการปรับเปลี่ยนเช่นกัน อย่างเช่นแบรนด์ SHEKNOWS (ig : sheknowsofficial) ทางร้านได้ออกเสื้อผ้าในไลน์ที่ชื่อว่า REWORK ซึ่งผลิตจากวัตถุดิบรีไซเคิล 75 – 100%

รูปภาพกางเกงยีนส์เดนิมไลน์ REWORKกางเกงด้านบนเป็นกางเกงยีนส์ผ้าเดนิมที่ทำจากผ้ารีไซเคิล 100% ซึ่งเป็นการลดขยะ และไม่ใช้น้ำในการปลูกต้นฝ้ายเพิ่ม รวมถึงลดการใช้ยาฆ่าแมลงอีกด้วย และในการฟอกยีนส์ของทางแบรนด์นั้น ฟอกในระบบปิด จึงไม่ปล่อยน้ำเสียหรือสารเคมีลงสู่ทะเล 


      จะเห็นได้ว่าสิ่งที่เราใช้เป็นประจำทุกวันอย่างเสื้อผ้า ก็สามารถทำให้เกิดปัญหาภาวะโลกร้อนและปัญหาสิ่งแวดล้อมในด้านต่าง ๆ ได้ แต่พวกเราทุกคนก็สามารถช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมไว้ได้ โดยถ้าหากทุกคนใช้เสื้อผ้าให้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์มากที่สุด ซ่อมแซมเสื้อผ้าที่ชำรุดแทนการทิ้งลงถังขยะ หันมาซื้อเสื้อผ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งเหล่านี้จะทำให้สิ่งแวดล้อมของโลกเราดีขึ้น


ภาพปกจาก : เจ้าของบทความ

ภาพประกอบ 1 

ภาพประกอบ 2 และ 3 : เจ้าของบทความ

ภาพประกอบ 4