Covid-19 เศรษฐกิจ  และ ความหวาดกลัวรอบ2

เชื่อว่าหลายคนได้รับผลกระทบ ไม่มากก็น้อย ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม จาก สถานการณ์ ไวรัส แพร่ระบาดในช่วงที่ผ่านมา แม้เหตุการณ์ในไทย อาจดีขึ้น แต่ทั่วทั้งโลกกำลังมีการแพร่ระบาดในระยะที่ 2 

แล้วตอนนี้ โลกหวาดกลัวแค่ใหน กับการกลับมาแพร่ระบาดครั้งนี้?

วันนี้ผมจะมาแนะนำ ตัวชีวัดที่มักถูกพูดถึงในกลุ่นักลงทุน นันคือ "ดัชนีแห่งความกลัว" (S&P 500 VIX)

ดัชนีแห่งความกลัวภาพจาก : ผลการค้นหา


ซึ่งส่วนใหญ่ การเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ มาจากความผิดพลาดเชิงนโยบาย และ การตื่นตลาดของนักลงทุน หากวิเคราะห์ การฟย้อนหลัง เราจะเห็นได้ว่าการเพิ่มขึ้นของดัชนี เกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ในรูปแบบต่างๆ เช่น
 Dotcom Crisis ปี 2000-2002 และ Subprime Crisis 2008-2011 

กราฟแสดงจำนวนผู้ป่วย โควิด19ภาพจาก ผลการค้นหา

แต่ครั้งนี้มีผลมาจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้จากการแพร่ระบาดของไวรัสทั่วโลก และ แตกต่างตรงที่ ดัชนีความกลัว เพิ่มขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนมีการแพร่ระบาดในเดือน มีนาคม ส่งผลให้ความหวาดกลัวเพิ่มมูลค่า และ เศรษฐกิจย่ำแย่ 

Advertisement

Advertisement

คำถามที่สำคัญ คือ

นักลงทุนรู้ล่วงหน้าได้อย่างไรว่าจะมีการแพร่ระบาดใหญ่?

กราฟภาพจาก : ผลการค้นหา

กราฟโควิดภาพจาก ผลการค้นหา

ตอนนี้ การแพร่กระจายของไวรัส ในต่างประเทศได้กลับมาในรอบที่2 ทำให้ดัชนีแห่งความกลัวพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง ไหล่เคียงกับช่วงเดือน กุมภาพันธ์
เที่ยบระหว่า 27 กุมภาพันธ์ กับ 11 มิถุนายน น่าสนใจว่าหากตัวเลขยังอยู่ในแนวนี้ การแพร่ระบาดใหญ่จะเกิดขึ้นอีกครั้งหรือไม่

 เพราะหากมีการแพร่ระบาดในไทยอีกครั้ง

​​​โชคอาจไม่เข้าข้างเรา เนื่องจาก ช่วงนี้เป็นช่วงที่ไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สามารถแพร่ระบาดได้ดี ทำให้ไวรัส COVID-19 แพร่ระบาดได้ดีในประเทศไทยเช่นกัน อีกทั้ง ยังมีปัจจัยที่ไวรัส พัฒนา ตัวเอง ทั้งศักยภาพด้านความอดทนต่อสภาพแวดล้อม อัตราการแพร่เชื่อ ความเข็งแรงของไวรัส และ ระยะฟักตัว ที่เพิ่มขึ้นกราฟดัชนีความกลัว

Advertisement

Advertisement

 ภาพจาก : ผลการค้นหา

การไฟดัชนีความกลัว

 ภาพจาก : ผลการค้นหา

หวังว่าข้อมูลชุดนี้จะมีประโยชน์กับผู้อ่าน ได้นำไปวิเคราะห์ และ ปรับใช้ ในการเฝ้าระวังสถานการณ์ ต่างๆ เพื่อรับมือได้อย่างทันท่วงที มองสถานการณ์ อย่างเข้าใจ วางแผนรับมือล่วงหน้า จากประสบการณ์เดิม