นุ่งจวนตานีสีตอง ยกเป็นตะเกียงทองเฉิดฉาย

พระนุ่งให้เฟื้อยเลื้อยลอยชาย คาดปั้นเหน่งสายลายทองเรือง”

ดาหลัง พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

ความเจริญทางด้านการค้านำพาวัตถุดิบจากต่างชาติเข้ามา เช่น ไหมจากเมืองจีน ดิ้นเงินทองจากอินเดีย สีย้อมผ้านำเข้า ตลอดจนช่างฝีมือแขนงต่างๆ ที่เดินทางมาพักค้างแรม ไปจนถึงย้ายมาตั้งถิ่นฐานในนครปัตตานี เมื่อครั้งยังเป็นเมืองท่าปลายด้ามขวาน ทำให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน

หนึ่งในนั้นคือความรู้การทอผ้าที่ผสมผสานเทคนิคมัดหมี่เข้ากับวิธีทอผ้าท้องถิ่น จนกลายเป็นผ้าไหมมัดหมี่ลายจวนตานี หรือ “ผ้าจวนตานี”

ครูนัชฎาภรณ์ พรหมสุข ครูช่างศิลป์หัตถกรรมปี พ.ศ. 2559 ประเภทเครื่องทอ (ผ้าจวนตานี) อธิบายถึงชื่อของผ้าจวนตานีให้เราฟังว่า

“คำว่า จวน มาจาก จูวา ในภาษายาวี แปลว่า ร่อง หรือทาง ตานี หมายถึง เมืองปัตตานี ส่วนล่องจวนเป็นการเจอกันระหว่างชายผ้ากับตัวผ้า ซึ่งนอกจากชื่อนี้แล้วยังมีชื่ออื่นที่ใช้เรียกอีก เช่น ผ้าลีมา ผ้าล่องจวน ผ้ายกตานี”

ผ้าจวนตานี เป็นผ้าลายโบราณของตำบลทรายขาว อ. โคกโพธิ์ จ. ปัตตานี ทอด้วยไหม มีอัตลักษณ์ตรงเชิงผ้าด้านซ้ายและด้านขวา ลักษณะลวดลายมีหลากหลาย อาทิ ลายเข็มขัดทอง ลายปูกะ ลายตะเกียง และลายดวงดาว เป็นผ้าพื้นเมืองที่นิยมใช้ในชนชั้นสูงซึ่งสืบทอดมากว่า 200 ปี

“สังเกตง่ายๆ ผ้าจวนตานีนี้จะใช้สีตัดกัน ตัวผ้ามักเป็นสีพื้น มีชายสีแดงลักษณะเป็นลายทางแนวตั้ง หลายแนวแต่ละแนวจะใส่ลายต่างกัน ซึ่งเป็นลายที่จินตนาการขึ้นจากวิถีชีวิตท้องถิ่น”

ครูนัชฎาภรณ์อธิบายวิธีการสังเกตผ้าจวนให้เราฟัง และยังได้กล่าวอีกว่า

“เมื่อก่อนจวนตานีวูบไหวเหมือนแสงเทียนเลย ถ้าไม่มีใครเอามือป้องลมไว้ก็คงดับ”

เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2542 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ก็ได้โปรยน้ำพระราชหฤทัยลงสู่หัตถศิลป์ของเมืองปัตตานีชิ้นนี้

“ผ้าไหมลีมาสวยงามมาก สมควรที่จะค้นคว้าทดลองต่อไป” พระราชเสาวนีย์ของพระองค์ทำให้ผ้าจวนตานีที่ในอดีตอาจเป็นเพียงเทียนที่วูบไหวใกล้ดับแสง กลับมาส่องสว่างอีกครั้ง…

ครูนัชฎาภรณ์ กล่าวว่า “ปัจจุบันในกลุ่มทอผ้าตำบลทรายขาวมีการสอนการทำผ้าจวนตานีให้กับนักเรียนในพื้นที่ และเปิดโอกาสให้กับผู้ที่สนใจได้ศึกษาเรียนรู้ เพราะต้องการให้งานหัตถศิลป์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองปัตตานีชิ้นนี้คงอยู่ต่อไป”

นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนในจังหวัดปัตตานี ที่มีมรดกทางงานหัตถศิลป์ที่งดงามเช่นนี้อยู่

หากคนในพื้นที่เองไม่อนุรักษ์และรักษามรดกอันล้ำค่าชิ้นนี้ไว้ อีกไม่นานผ้าจวนตานีคงเป็นเพียงเรื่องเล่าขานให้คนรุ่นหลังฟัง…