แทนที่จะผลิตนิวเคลียร์ ไปเตรียมป้องกันโรคระบาดดีกว่า

สถานการณ์โรคระบาดลุกลามไปทั่วโลกจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โควิด-19 ในขณะนี้นั้น มียอดผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 470,000  ราย และมียอดผู้เสียชีวิตกว่า 21,000 ราย องค์การอนามัยโลก World Health Organization – WHO ได้ยกระดับให้เป็นภาวะการระบาดใหญ่ของโรคติดต่อร้ายแรง และประกาศให้ทุก ๆ ประเทศทั่วโลกเตรียมเฝ้าระวังป้องกัน รับมืออย่างเต็มกำลัง หลาย ๆ คนที่ได้รับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่เริ่มแพร่ระบาดจากประเทศจีนนั้น แรก ๆ อาจจะไม่เชื่อว่าเหตุการณ์จะมาถึงขนาดนี้ได้ แต่มีอยู่คนนึงที่เชื่อเรื่องนี้  และได้เคยพูดเตือนเอาไว้หลายครั้งหลายหนบนเวทีโลก ตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว นั่นก็คือ มหาเศรษฐี บิลล์ เกตส์

Bill Gatesขอบคุณภาพประกอบ Kuhlmann /MSC  สัญญาอนุญาต CCA 3.0

Advertisement

Advertisement


และเมื่อปี 2558 นั้น บิลล์ เกตส์ นักธุรกิจชาวอเมริกัน ผู้บุกเบิกคอมพิวเตอร์ และก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ ได้ไปพูดในงาน Munich Security Conference  ที่เขาเชื่อว่าจะมีโรคระบาดครั้งใหญ่เกิดขึ้นกับมนุษยชาติบนโลกใบนี้ การพูดตอนนั้นสร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก แต่คนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เชื่อ ไม่ได้คิดตามอย่างที่ บิลล์ เกตส์ พูด เพราะเชื่อว่านี่มันยุคสมัยไหนแล้ว วิทยาการเทคโนโลยีก็พัฒนาไปมากสิ่งที่ บิลล์ เกตส์ พูดนั้นดูจะห่างไกลความจริงมากเกินไปสักหน่อย

โควิด-19ขอบคุณภาพประกอบ Martin Sanchez / unsplash

แต่บิลล์ เกตส์เชื่อว่า โรคระบาดที่เขาพูดถึงนั้น วิทยาการสมัยใหม่ยังไม่มีอะไรรองรับได้ เพราะเราไม่มีโครงสร้างการรับมือที่พร้อมรองรับโรคระบาดขนาดใหญ่ ข้อมูลและความรู้จะขาดความแม่นยำ การควบคุมจะทำได้ยาก เพราะโรคระบาดชนิดใหม่นั้นจะเดินทางไปพร้อมกับคนที่เดินทางทางเครื่องบิน ทำให้โรคติดต่อนั้นขยายวงลุกลามอย่างรวดเร็ว และกระจายกว้างไปทุกพื้นที่ ตัวเขาเองเชื่อว่าโลกทั้งโลกที่กำลังใส่ใจกับการรับมือสงครามนั้น ถ้าเปลี่ยนมาเป็นเตรียมรับมือกับโรคระบาดเสียตั้งแต่วันนี้ก็จะช่วยให้รับกับสถานการณ์ได้ทัน เพราะต้องสร้างโครงสร้างในหลาย ๆ ด้านขึ้นมาใหม่หมด ทั้งโครงสร้างทางสาธารณสุข โครงสร้างทางกำลังพลที่ต้องระดมคนได้จำนวนมากในเวลาที่รวดเร็ว โครงสร้างทางการขนส่ง โครงสร้างทางโภชนาการในสถานการณ์โรคติดต่อ ร่วมถึงการลงทุนอย่างมหาศาลในด้านการวิจัย  

Advertisement

Advertisement

ผู้คนขอบคุณภาพประกอบ Adli Wahid / unsplash

อีก 15 ปีข้างหน้า เชื้อโรคร้ายแรงจะคร่าชีวิตผู้คน 33 ล้านคน ในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี

บิลล์ เกตส์ บอกว่าสงครามนิวเคลียร์อาจฆ่าคนได้มากมายก็จริง แต่เมื่อเกิดสงครามเราแค่ลงไปอยู่ใต้ดิน นั่งเงียบ ๆ อยู่ใต้ถุนบ้านเราก็รอด แต่โรคระบาดไม่ใช่อย่างนั้น มันตามเล่นงานคุณไปได้ทุกที่ หากจะมีอะไรที่ฆ่าชีวิตคนได้ 10 ล้านคนภายในเวลาไม่กี่ปี เขาก็เชื่อว่ามันคือไวรัส มันคือโรคระบาด หลายประเทศทั่วโลกเสียเวลา เสียการลงทุนไปกับการยับยั้งสงครามนิวเคลียร์ แต่ไม่มีความร่วมมือใดเลยที่จะลงทุนเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ไม่มีหน่วยงานเกี่ยวกับการระบาดที่จริงจังชัดเจน ไม่มีหน่วยงานที่วิเคราะห์เรื่องข้อมูลได้แม่นยำ โลกเรายังขาดองค์กรแพทย์ไร้พรมแดน องค์การอนามัยโลก WHO นั้น ทำหน้าที่ได้เพียงการรายงาน ไม่มีบุคลากรที่มากพอ ไม่มีเครื่องมือที่มากพอ

Advertisement

Advertisement

แม่ ลูก อาการป่วยขอบคุณภาพประกอบ David Veksler / unsplash


บิลล์ เกตส์ ย้ำว่าหากจะนับข้อดีของไวรัสอีโบล่า ก็คือมันปลุกทุกคนบนโลกใบนี้ให้ตื่นขึ้นมา แต่ตื่นขึ้นมาแล้วจะทำยังไงกับปัญหานี้ต่อ  นั่นก็คือการสร้างระบบสาธารณสุขที่แข็งแรง ในประเทศที่ยากจน จะต้องเกิดขึ้นอย่างทั่วถึง แต่นับจากวันนั้นมาจนกระทั่งวันนี้ เสียงของเขาที่เงียบหายไป ก็กลับมาดังซ้ำอีกครั้งในสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญกับปัญหาไวรัสแพร่ระบาดอย่างรุนแรง  ต่อให้เราหันกลับมามองปัญหาสาธารณสุขอย่างจริงจัง ก็แทบจะเรียกได้ว่าไม่ทันการณ์เสียแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ตามการต่อสู้กับโรคระบาดของมนุษย์ก็ยังต้องเฝ้าระวัง แก้ปัญหากันต่อไป และเมื่อภายหลังที่ผ่านพ้นปัญหาวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้แล้ว เราทุกคนอาจจะต้องกลับมาฟังคำเตือนของ บิลล์ เกตส์ อีกครั้ง และทำมันขึ้นมาให้เป็นความจริง

 

ขอบคุณภาพปก Gisela Giardino สัญญาอนุญาต CC BY-SA 2.0