เชื่อว่าในใจของใครหลาย ๆ คนคงอยากเป็นผู้นำ แต่เมื่อมีโอกาสมาถึงกลับกลัว ไม่มั่นใจในตัวเอง หรือลังเลจนไม่กล้าทำ แล้วแบบนี้เราจะก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำได้อย่างไร เราก็เป็นคนนึงที่กลัวการเป็นผู้นำ ไม่กล้าเสนอตัวไปเป็นผู้นำของใคร เรากลัวการต้องมาคุมคนเยอะ ๆ ต่างคนก็ต่างความคิด ร้อยพ่อพันแม่อย่างที่เค้าว่ากัน แต่เราหนีการเป็นผู้นำเพื่อที่จะเป็นแค่ผู้ตามไปได้ไม่ตลอดหรอก เราเลยจะนำเสนอ 9 กลยุทธ์พิเศษ ให้ทุกคนได้มาลองเรียนรู้และนำไปปรับใช้ดู เพื่อที่ว่าเราจะได้มีความพร้อมในการเป็นผู้นำมากขึ้น ??


1. ให้ความสำคัญกับทุกเรื่อง

                   รู้ไหมว่าส่วนที่สำคัญที่สุดของเรือคืออะไร? เครื่องยนต์หรือน้ำมัน จำไว้ว่านอกจากชิ้นส่วนใหญ่ ๆ แล้ว ยังมีชิ้นส่วนเล็ก ๆ อีกหลายชิ้นที่ช่วยให้เรือยนต์นั้นขับเคลื่อนไปได้ ก็เหมือนกับงานทุกอย่างที่เราทำ ทุกส่วนล้วนมีความสำคัญในตัวมันเองทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นงานชิ้นเล็กหรือใหญ่ หากขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไป งานของเราก็อาจจะไม่สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี


2. เริ่มต้นและลงมือทำ

                   เคยไหม เวลาตั้งใจจะทำอะไรแล้วมักจะเกิดคำพูดที่ว่า "เดี๋ยวก่อน, ยังไม่ว่าง, เดี๋ยวค่อยทำ" เราเป็นคนนึงที่เคยใช้คำพูดนี้บ่อยมาก จนวันนึงเราได้ไปอ่านหนังสือเล่มนึง เป็นวิธีประสบความสำเร็จ เค้าบอกว่า เวลาจะเริ่มต้นทำอะไร อย่าใช้คำว่าเดี๋ยวก่อน ต้อง "เดี๋ยวนี้" เท่านั้น และหากบางคนบอกว่าเขายังไม่มีอารมณ์ทำ ที่จริงมันไม่ถูกต้อง เพราะหากเรารอให้เรามีอารมณ์อยากที่จะทำแล้วค่อยทำ บางทีเราอาจไม่มีโอกาสได้ทำสิ่งนั้นไปอีกเลยก็ได้


3. อย่ากลัวที่จะเรียนรู้

                   การไม่รู้ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เรื่องที่น่าอายกว่าคือการมองข้ามเรื่องที่ไม่รู้ไปเฉย ๆ ใครเคยรู้สึกแบบนี้ในห้องเรียนกันบ้างรึเปล่าคะ? เวลาที่เรารู้สึกว่าเราเป็นคนเดียวที่ไม่รู้เรื่อง ก็ไม่กล้ายกมือถามอาจารย์เพื่อขอให้อาจารย์ช่วยไขข้อสงสัย/อธิบายเพิ่ม เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะมีเรื่องที่เรายังไม่รู้มากมาย เราไม่ควรอายในสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องผิด แต่จะต้องพยายามหาความรู้ใส่ตัวเพิ่มให้มากที่สุด


4. เดินอย่างสง่างามและมั่นใจ

                   หลายคนคงจะตั้งข้อสังเกตว่า การเดินอย่างสง่างามและมั่นใจดูไม่ค่อยจะเกี่ยวอะไรกับการเป็นผู้นำมากเท่าไหร่ แต่ความจริงคือเกี่ยวมาก ๆ เลยค่ะ เพราะผู้นำจะต้องมีบุคลิกภาพที่ดี การรักษาบุคลิกภาพให้หลังและไหล่ตรงอยู่เสมอเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดูดี มั่นใจ และสง่างามในสายตาของผู้พบเห็น บุคลิกภาพที่ไม่ดีนอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพแล้ว ยังทำให้สูญเสียความเชื่อถือจากคนอื่นได้ด้วยนะ ว่าแล้วก็เริ่มจากการอ่านบทความนี้โดยนั่งให้หลังตรงกันเลยค่ะ ?


5. พยายามอย่างสม่ำเสมอ

                   อาจจะมีบางความพยายามที่ไม่ประสบผลสำเร็จ แต่ไม่เคยมีความสำเร็จใดที่ปราศจากความพยายาม คนเราไม่ได้เก่งมาตั้งแต่เกิด เราล้วนถูกฝึกฝนให้กลายมาเป็นเราจนถึงทุกวันนี้ จริงอยู่ที่ว่าบางคนพยายามแล้ว แต่ทำไมไม่ประสบความสำเร็จสักที ต้องมาดูว่า ความพยายามของเราครบองค์ประกอบของความพยายามที่ดีไหม สำหรับเรา เราว่าความพยายามที่จะทำให้ประสบความสำเร็จนอกจากจะต้องเป็นความพยายามอย่างสม่ำเสมอแล้ว เราต้องเพียรพยายามในทางที่ถูกที่ควรด้วย 


6. เวลาพูดต้องสบตาฝ่ายตรงข้าม

(ภาพประกอบจากซีรีส์ทฤษฎีจีบเธอ (Theory of Love))

                   เพราะดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ การสบตาผู้ฟังจึงเป็นการแสดงออกว่าเรากำลังพูดด้วยความจริงใจและปรารถนาดี การพูดที่ดีนั้นนอกการเรื่องของการมีวาทศิลป์ยังต้องมีการใช้ภาษากายร่วมด้วย สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ รอยยิ้มและการสบตาผู้ฟัง ทีนี้ เวลาเราคุยกับใครก็ลองสบตาคู่สนทนาดูสิ


7. ตัองรู้จักให้กำลังใจตัวเอง

                   เราคิดว่ากำลังใจที่สำคัญที่สุดของเรามาจากใครหรือมาจากที่ไหนกันคะ? สำหรับเรา เราว่าตัวเราเองนี่แหละ ไม่ได้จะบอกว่ากำลังใจจากคนอื่นไม่มีค่าเลยนะ แน่นอนว่ามันมีค่า แต่ไม่มีใครอยู่กับเราได้ตลอด และในเวลาที่เราไม่เหลือใคร เราต้องเรียนรู้ที่จะให้กำลังใจตัวเอง อาจจะเริ่มจากการพูดสิ่งดี ๆ ที่เราได้ทำมาในวันนี้หรือในอดีตที่ผ่านมา แม้บางเรื่องจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มันก็ทรงอานุภาพมากพอที่จะทำให้เรามีแรงฮึดสู้ขึ้นมาได้ 


8. ไม่เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น

                   คนเรามีความแตกต่างกันทางด้านร่างกาย ความคิด และสังคม สิ่งที่เราทำได้ บางคนอาจจะทำไม่ได้ และสิ่งที่ใครคนหนึ่งทำได้ เราอาจจะทำไม่ได้เช่นกัน เรามีความสามารถและความถนัดที่ไม่เหมือนกัน นี่เป็นความจริงที่เราต้องรู้และรับให้ได้ ดังนั้น อย่ามัวแต่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นโดยไม่รู้จักพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น แต่ให้เปลี่ยนเป็นตั้งคำถามกับตัวเองว่า "ฉันต้องทำอย่างไรถึงจะเป็นได้แบบเขา" หรือบางเรื่องก็คิดในแง่บวกว่า "เพื่อนคนนั้นทำเรื่องนั้นได้ดีมาก แต่ฉันก็มีข้อดีคือฉันทำในเรื่องนี้ได้ดีเหมือนกัน"


9. เชื่อมั่นในความคิดของตนเอง

                   หากไม่มีใครเชื่อในตัวเรา เราต้องเชื่อมั่นในตัวเองก่อน คนอื่นจะคิดร้ายหรือทำเรื่องร้าย ๆ กับเรานั่นมันก็เป็นตัวเขา แต่เราจะไม่คิดเรื่องร้าย ๆ และไม่ทำเรื่องแย่ ๆ กับตัวเองเด็ดขาด ความจริงที่ว่าไม่มีใครรู้จักเราได้ครบทุกมิติคือเรื่องจริง บางทีแม้แต่ตัวเราเองก็อาจจะยังไม่รู้ในบางเรื่องเกี่ยวกับตัวเองเลยก็ได้


                   ก็จบลงแล้วสำหรับ 9 กลยุทธ์ที่จะมาจุดประกายความเป็นผู้นำในตัวเรา ลองทบทวนดูว่ามีข้อไหนที่เรายังทำไม่ได้บ้าง แล้วลองพยายามฝึกปฏิบัติทุกวันจนเป็นนิสัย เชื่อว่าสักวัน เราจะมีความกล้าที่จะเป็นผู้นำมากขึ้นแน่นอน เราขอเป็นกำลังใจให้กับเหล่าแมวน้อยทั้งหลายที่อยากจะกล้าแกร่งขึ้นเพื่อเป็นเสือหรือราชสีห์เจ้าป่าด้วยนะคะ ?