ผิดหวัง พ่ายแพ้ เหนื่อยใจ ทุกข์ใจ วิตกกังวล มันเป็นความหมายรวมๆของคำว่า “ท้อ”  แปลกไหมบางทีปัญหามันมักจะถาโถมเข้ามาทีเดียว จนทำใจเราจมในมรสุมความเศร้าหาทางออกไปเจอ คุณอาจจะถามตัวเองว่า “ทำไมชีวิตฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้?” แต่คุณรู้ไหมว่า คุณไม่ได้เผชิญหน้ากับเรื่องนี้คนเดียว ป้าข้างบ้านคุณก็ท้อ ยามหน้าบริษัทก็ท้อ นักธุรกิจ คนขายลูกชิ้น ไม่ว่าใครๆก็เคยท้อกันทั้งนั้น ผมเองก็เหมือนกัน แต่ไม่เป็นไร เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน ด้วย 8 วิธีเอาชนะความท้อที่ผมได้รวบรวมมาให้ทุกท่านอ่านกัน


1. ดูแลสุขภาพ พักผ่อนให้เพียงพอ

เชื่อไหมว่าร่างกายที่แข็งแกร่งและกระปรี้กระเปร่าสามารถทำให้สุขภาพจิตเราดีได้ ยกตัวอย่างเช่นเวลาเราได้วิ่งออกกำลังกาย ร่างกายของเราจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมา ไม่ว่าจะเป็น อาดินาลีน โดพามีน และ เอ็นโดรฟิน ทำให้เรารู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย และการพักผ่อนที่เพียงพอก็ทำให้สมองเราไบร์ท คิดอะไรออกง่าย ตรงข้ามกับการที่เราอดหลับอดนอน ทำให้สมองทำงานช้า ง่วงซึม คิดอะไรไม่ออก เพราะฉะนั้นดูแลสุขภาพด้วยนะ เป็นห่วง

ต่อสู้กับความท้อ

รูปภาพโดย Free-Photos จาก Pixabay

 

2. อย่าซ้ำเติมตัวเอง

เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเป็นกันแน่ๆ เวลามีเรื่องอะไรทุกข์ใจก็มักจะโทษตัวเองว่า “ฉันมันห่วย ฉันมันแย่ ฉันมันดวงซวย” แนวคิดแบบนั้นไม่ได้ช่วยอะไรเลย แถมยังทำให้เราทุกข์กว่าเดิมอีก ทางที่ดีคือผมอยากให้คุณหัดชื่นชมตัวเองบ้าง หาข้อดีในตัวของคุณให้เจอ อย่างน้อยมันก็ทำให้คุณมีกำลังใจมากกว่าการนั่งด่าตัวเอง

 

3. มองโลกในแง่ดี

ผมไม่ได้ชวนให้ทุกคนไปวิ่งเล่นในทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่สวยงาม เพราะทุ่งหญ้าหน้าบ้านมันก็สวยหากเรามองในมุมบวก ลองคิดว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับคุณมันไม่ใช่ปัญหาดูสิ คิดซะว่ามันเป็นบทพิสูจน์ที่ทุกคนต้องเจอ เหมือนกับเกมที่คุณต้องหาวิธีผ่านด่านไปให้ได้ เพื่อที่จะทำให้เราฉลาดขึ้น เข้มแข็งขึ้น และพอผ่านเรื่องพวกนี้คุณจะรู้ว่ามันง่ายนิดเดียว

ต่อสู้กับความท้อ

รูปภาพโดย Free-Photos จาก Pixabay

 

4. แก้ปัญหาทีละอย่าง

ธรรมชาติของคนที่กำลังท้อส่วนใหญ่มักจะเอาปัญหาทุกเรื่องมาคิดรวมกัน เพื่อหาวิธีแก้ ซึ่งอยากบอกว่ามันไม่เวิร์ค ทางที่ดีเราควรแยกเป็นออกเป็นเรื่องๆ เพื่อแก้มันไปที่ละอย่าง ควรเริ่มต้นจากการแก้ปัญหาที่จะเป็นผลเสียต่อเรามากที่สุด ณ ปัจจุบัน หรือไม่ก็แก้ปัญหาที่สามรถแก้ได้ตอนนี้ไปก่อน และบางเรื่องที่มันไม่หนักหนาอะไร ก็ไม่ต้องเก็บมาคิดเป็นปัญหาบ้างก็ได้

 

5. อย่าเปรียบตัวเองกับคนอื่น

ผมที่แหละคนหนึ่งที่ส่องเฟสเพื่อนแล้วเห็นชีวิตเค้าดีกว่าแล้วก็นอย แอบอิจฉาที่เขารวยกว่า หล่อกว่า อะไรแบบนี้ เรานี่มันห่วยกว่าเค้าอย่างสิ้นเชิง แต่พอลองมองไปดีๆ เค้าก็ไม่ได้มีดีไปกว่าเรานี่หว่า เค้าพูดอังกฤษไม่ได้ เขาเล่นเกมส์ไม่เก่งเหมือนเรา และผมก็ได้รู้ว่าเราไม่สามารถเปรียบเทียบใครกับใครได้หรอก ทุกคนเก่งคนละแบบ มีทักษะคนละด้าน และบางทีคนรวยอาจไม่มีความสุขอย่างที่เราคิด ดั่งนั่นหยุดเปรียบเทียบดีกว่า และทำชีวิตตัวเองให้ดีแบบที่ควรจะเป็น

ต่อสู้กับความเศร้า

รูปภาพโดย Free-Photos จาก Pixabay

 

6. หยุดทุกอย่างแล้วหาอะไรสนุกทำ

นี่ไม่ใช่การหนีปัญหาแต่เป็นการพักปัญหาไว้ก่อน ให้จิตใจเราเข้มแข็งพอ แล้วค่อยกลับมาแก้ก็ได้ เอาเวลาไปเดินเล่นบ้าง ขับรถฟังเพลงชิลๆ กินชานมไข่มุก เล่นกับสัตว์เลี้ยง ไปเที่ยวต่างจังหวัด หรืออะไรก็ตามที่ทำแล้วมีความสุข ไม่ต้องรีบร้อน ชิลบ้างก็ได้ เติมพลังงานให้เต็มแล้วค่อยกลับไปสู้ต่อ อย่างสดชื่น

 

7. ร้องไห้ออกมาเลย

วิธีนี้มันอาจฟังดูแปลกๆแต่มันก็ช่วยได้นะ นานๆทีได้ปลดปล่อยความเศร้าไปกับน้ำตามันก็โล่งดีเหมือนกัน

ต่อสู้กับความท้อ

รูปภาพโดย Free-Photos จาก Pixabay

 

8. ปรึกษาคนที่รู้ใจ

รู้ใช่ไหมว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก ยังมีครอบครัวพ่อแม่พี่น้องภรรยาสามีและลูกๆคอยให้กำลังใจคุณอยู่ อย่าเก็บความทุกข์ไว้คนเดียว แชร์ให้พวกเขาได้ฟังบ้าง บางทีเราอาจได้คำแนะนำดีๆและความช่วยเหลือกลับมาก็ได้ 


เป็นยังไงกันบ้างครับทุกท่าน หวังว่าแนวคิดของผมจะมีประโยชน์ต่อทุกคนบ้าง ไม่มากก็น้อย ก่อนจากกันผมขออวยพรให้ทุกคนที่กำลังประสบปัญหาอยู่ว่า ขอให้วันร้ายๆจงผ่านไปและวันที่สดใสจงเข้ามา เอาลูกท้อให้ลิงถือแล้วชู้มือขึ้นฟ้า สะโกนว่าสู้ๆ ของคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านครับ หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ สวัสดีครับ