เคยมีวันที่แย่กันไหมครับ วันที่อะไรๆ ก็ไม่ได้ดั่งใจ หรือวันที่มีคนมายั่วโมโหคุณหรือทำให้คุณหงุดหงิดโดยที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ บางทีมันก็อยากอาละวาด โวยวาย ถึงขั้นหัวร้อนจนอยากปะทะร่างกายกับใครสักคน แต่การใช้อารมณ์มากเกินไปสุดท้ายมันมักจะตามมาด้วยปัญหามากมาย แต่เราก็ไม่สามารถปฏิเสธความโกรธได้จริงไหม เพราะมันเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่อย่างน้อยเราก็มีวิธีหยุดยั้งมัน ไม่ให้เรื่องมันเลวร้ายมากกว่าที่เป็นอยู่ เรามาดูกันดีกว่าครับว่า “8 วิธีเอาชนะระงับความโกรธ เพื่อชีวิตที่สงบสุข” จะมีอะไรบ้าง

เครียด

รูปภาพโดย pixel2013 จาก Pixabay

 

1. ลดอัตราของตัวเองลงบ้าง

อัตราก็คือการยึดติดในตัวตน ยศฐาบรรดาศักดิ์ หรือฐานะทางสังคม หรือที่เรียกกันว่า EGO นั่นเอง วิธีลดอัตราคือการรับฟังคนอื่นเมื่อมีปัญหาเคืองใจกัน ไม่คิดว่าตัวเองเป็นใหญ่และถูกต้องเสมอ มองทุกอย่างแบบเป็นกลางและไม่อายที่จะขอโทษก่อน ผู้ขอโทษก่อนไม่ใช่คนแพ้ แต่เป็นคนกล้าหาญที่ยื่นไมตรีให้อีกฝ่ายต่างหาก หรือถ้าอีกฝ่ายมาขอโทษก็ให้อภัยอย่างจริงใจและไม่ซ้ำเติมกัน จนอีกฝ่ายคิดว่าคุณข่มเขา 

 

2. ทำร่างกายให้ผ่อนคลาย

นักจิตวิทยากล่าวว่า “ความโกรธไม่ได้เริ่มมาจากสมอง มันเริ่มมาจากร่างกายของเราต่างหาก” เพราะฉะนั้นหากเกิดเรื่องน่าโมโหเกิดขึ้น อยากให้คุณลองทำร่างกายให้ผ่อนคลาย หายใจช้าๆ อย่าเกรงกล้ามเนื้อ อย่ากัดฝัน อย่ากำหมัด อย่าทำอะไรก็ตามที่สื่อถึงว่าคุณกำลังโมโห มันเป็นวิธีที่ระงับความโกรธได้ดีเลยทีเดียว ปัจจุบันผมก็ใช้วิธีนี้อยู่

ผ่อนคลาย

รูปภาพโดย pixel2013 จาก Pixabay

 

3. รู้ว่าไม่มีอะไรได้ดั่งใจเราตลอด

ในโลกนี้มีคนร้อยพ่อพันแม่นิสัยก็แตกต่างกันออกไป คงไม่มีใครทำตามใจเราได้ทุกอย่าง หรือกระทั่งอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ บางทีมันก็ไม่ได้อย่างใจ เราต้องยอมรับความจริงว่าไม่มีอะไรแน่นอน ปัญหาเกิดขึ้นได้เสมอ จงเตรียมสติให้พร้อมและหาวิธีแก้ไข ดีกว่าจะไปใส่อารมณ์กับมันจนเสียเวลาที่ควรจะมีความสุขไปอย่างเปล่าประโยชน์

 

4. นึกถึงผลเสียที่จะตามมา

เวลาที่เราโมโห เรามักจะควบคุมตัวเองไม่ได้ จนเผลอทำอะไรแย่ๆออกไป บางทีจากเรื่องเล็กๆก็อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ บางทีอาจเสียงาน เสียเพื่อน เสียความรู้สึกดีๆที่มีต่อกัน เสียเงินเสียทอง เจ็บเนื้อเจ็บตัว อาจถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลใครจะไปรู้ ดังนั้น หากคิดจะทำอะไรหรือพูดอะไรให้ลองคิดดีๆก่อนว่า สิ่งที่จะตามมามันคืออะไรบ้าง ดีกว่ามานั่งเสียใจเพราะความวู่วามของตัวเอง

ครุ่นคิด

รูปภาพโดย pixel2013 จาก Pixabay

5. สนใจความรู้สึกคนอื่นบ้าง

สนใจความรู้สึกของคนอื่นมันแปลได้หลายความหมาย ความหมายที่หนึ่งคือต้องคำนึงถึงความรู้สึกของฝ่ายตรงข้าม ลองมองโลกในมุมที่เขามองดู มองดูพื้นฐานจิตใจของเขาว่าเขาเป็นคนยังไง เปิดใจตัวเองเพื่อดูเจตนาที่แท้จริงของเค้า บางทีเขาอาจไม่ได้อยากให้เราโกรธ จงใช้สิ่งที่เขาเป็นตัดสินตัวเขา ไม่ใช่ใช้สิ่งที่คุณคิดว่าเขาเป็นตัดมาสินตัวเขา ความหมายที่สองคือคนรอบข้างตัวเรา เพราะพวกเขาก็อาจได้รับผลกระทบจากอารมณ์ของเราเช่นกัน จงอย่าพาลหรือระบายอารมณ์ใส่ผู้ไม่เกี่ยวข้อง เพราะคุณอาจมีปัญหาเพิ่มโดยเปล่าประโยชน์

 

6. ระบายออกมาบ้าง

คงไม่ดีแน่ หากเราเก็บความรู้โกรธของตัวไว้นานๆ เพราะมันจะแปลสภาพเป็นความหงุดหงิดแล้วก็กลายเป็นความเศร้าในเวลาต่อมา คุณอาจต้องหาเวลาไปเล่นกีฬาเพื่อทำให้อาดีนาลีนหลั่ง การซ้อมมวยไทยเป็นทางเลือกที่ดีนะ ลองคิดว่าคนที่เราเกลียดเป็นกระสอบทรายดูสิ ได้ทั้งออกกำลังและได้ระบายอารมณ์ในเวลาเดียวกัน ปรับทุกข์กับเพื่อนที่ไว้ใจได้ หรือจะหาที่ๆ ไม่มีใครสักที่ แล้วตะโกนโวยวายระบายความในใจ มันก็โล่งดีเหมือนกันนะ

วาดรูป

รูปภาพโดย pixel2013 จาก Pixabay

7. คุยกับตัวเอง

จงถามตัวเองว่า สาเหตุของความโกรธเกิดจากอะไร เกิดจากตัวเรา หรือเป็นแค่การเข้าใจผิดกัน โต้แย้งกับตัวเองให้จบก่อนที่จะไปโทษใคร พอหาสาเหตุได้ให้หาวิธีแก้ไขมันอย่างชาญฉลาด เพื่อความสงบสุขของจิตใจตัวเอง

 

8. ปล่อยวาง

ความโกรธมันเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน จงยอมรับและเข้าใจมันว่า มันเป็นแค่อารมณ์ของเรา ซักพักจะหายไปเอง บอกตัวเองไว้เสมอว่าคุณไม่ได้ต้องการมัน ไม่ต้องไปแบกความรู้สึกนั่นไว้ จงปล่อยวางและเมินเฉยต่อความโกรธ แล้วมันจะค่อยๆจางหายไปเอง หากมีผู้ใดเอาความรู้สึกแย่ๆมามอบให้ เราก็แค่ก็ไม่รับมัน ไม่ต้องสนใจแค่นั้นก็จบ

 

   

ผมค่อนข้างจะแน่ใจว่าวิธีพวกนี้จะพวกคุณได้นะครับ เพราะผมเองก็เป็นคนโมโหง่ายเช่นกัน เมื่อก่อนนี่คือจะมีเรื่องให้ได้ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยโกรธใครแล้วนะ ก็นั่นแหละครับ หากใครมีปัญหาเดียวกันก็ลองนำไปใช้ดู หวังว่าบทความของผมจะช่วยทุกคนได้บ้างนะครับ สำหรับวันนี้ก็ไม่มีอะไรจะฝากแล้ว นอกจากอย่าให้อารมณ์ชั่ววูบมาทำให้คุณเสียใจภายหลัง ขอบคุณและสวัสดีครับ