1. ตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจน

            ขั้นตอนแรก คือ การตั้งเป้าหมาย และสิ่งที่คุณใฝ่ฝันถึง เมื่อตั้งเป้าหมายใหญ๋ได้แล้ว ให้ลงรายละเอียดเป็นเป้าหมายย่อยๆ เช่น อาทิตย์นี้ จะต้องจำคำศัพท์ให้ได้ 30 คำ จากนั้นให้เขียนเป้าหมายของคุณออกมา

2. เรียนรู้คำศัพท์

            ภาษาต่างๆ ประกอบด้วยคำศัพท์ที่มากมาย เช่น ภาษาอังกฤษมีคำศัพท์ 600,000 ถึง 1,000,000 คำ ดังนั้น การเรียนคำศัพท์ที่ใช้บ่อย จะช่วยให้คุณเรียนรู้ภาษาได้ดีขึ้น

  • 1000 คำศัพท์ ภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อย คลิก 
  • 3000 อักษรจีนที่ใช้บ่อย คลิก
  • 100 ประโยคภาษาจีนที่ใช้บ่อย คลิก
  • 100+ ภาษาญี่ปุ่นเบื้องต้นพื้นฐานที่ใช้บ่อย คลิก

ภาพที่ 1 word

3. หาตัวช่วยในการเรียนรู้

            ในปัจจุบันมี electronic flashcard ให้ใช้ในหลากหลายเว็บ คุณสามารถพกคำศัพท์เหล่านั้นอยู่บนสมาร์ทโฟน สามารถดูได้ทุกที่ทุกเวลา จะทำให้คุณสามารถเรียนรู้ได้เร็วขึ้น วิธีใช้ก็แสนง่าย โดยการเดาความหมายของคำศัพท์ ก่อนจะหงายการ์ดขึ้นมา การที่คุณได้นึก หรือได้คิด จะช่วยให้คุณจำคำศัพท์ได้มากขึ้น

Advertisement

Advertisement

4. พยายามใช้ภาษานั้นทั้งวัน และทุกวัน

            พยายามนำตัวเองเข้าไปอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีภาษานั้นๆ ภาษาเป็นเรื่องของทักษะ ซึ่งมาจากการฝึกฝน จึงต้องใช้ระยะเวลา

  • ดูทีวีหรือภาพยนตร์เป็นภาษาที่คุณกำลังศึกษา พยายามหลีกเลี่ยงการดู subtitle หรือจะดูรายการสำหรับเด็กก่อนก็ได้
  • อ่านหนังสือพิมพ์ หรือ magazine หากเจอคำศัพท์ที่ไม่เข้าใจ ก็ให้เปิดหาความหมายทันที
  • ฟัง podcast
  • ฟังเพลง เรียนรู้ความหมายของเนื้อเพลง

ภาพที่ 2 learning

5. การฝึกใช้ภาษาในสถานการณ์จริง

            การใช้ภาษาในชีวิตจริง เป็นการเรียนรู้ที่ดีที่สุด อย่างเช่น การไปเรียนต่างประเทศ เป็นโอกาสที่ดีมาก แต่ก็ยังมีตัวเลือกอื่นๆ เช่น การหาเพื่อนในช่องทางออนไลน์ เพื่อแลกเปลี่ยนภาษา เช่น เว็บไซต์ coeffee.com

Advertisement

Advertisement

6. เรียนรู้วัฒนธรรม

            วัฒนธรรมมักมีความสัมพันธ์กับภาษา การเรียนรู้วัฒนธรรมจะทำให้เราเข้าใจภาษานั้นอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น มีงานวิจัยในเด็ก จะสามารถเรียนภาษาที่สองได้ดียิ่งขึ้น หากเข้าใจวัฒนธรรม

ภาพที่ 3 culture

7. ทดสอบตัวเอง

            หากคุณเรียนผ่าน textbook ให้ทำการทดสอบท้ายบทหรือทำแบบฝึกหัด หรือคุณสามารถทดสอบผ่าน online test ซึ่งมีหลากหลายเว็บไซต์ให้ทำ ในแต่ละภาษาก็จะมีการสอบวัดระดับ เช่น JLPT สำหรับภาษาญี่ปุ่น, HSK สำหรับภาษาจีน, TOEFL TOEIC หรือ IELFS สำหรับภาษาอังกฤษ เป็นต้น

8. สนุกไปกับการเรียนรู้

            สิ่งสำคัญในการเรียนรู้ คือ การเรียนแล้วต้องมีความสุข

ภาพที่ 4 learning

ขอขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ pexels.com

Advertisement

Advertisement