สวัสดีค่ะ กลับมาพบกันอีกครั้งกับบทความเคล็ดลับนะคะ วันนี้ผู้เขียนจะมาแบ่งปันประสบการณ์ให้เพื่อน ๆ นักเขียนชาว True Creator ได้นำไปปรับใช้กัน โดยวันนี้ผู้เขียนจะมาบอกเคล็ดลับวิธีเขียนบทความให้น่าสนใจ และลักษณะของบทความที่มีแนวโน้มว่าจะถูกกองบรรณาธิการปฏิเสธ ไม่อนุมัติให้เผยแพร่ขึ้นเว็บไซต์ แต่ขอออกตัวก่อนเลยนะคะ ว่าทั้งหมดนี้มาจากประสบการณ์ของผู้เขียนเพียงคนเดียวเท่านั้น อาจจะมีเหตุผลอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ที่อาจทำให้บทความเราโดนปัดตก แต่โดยรวมแล้ว จะมีลักษณะเป็นดังต่อไปนี้ค่ะ

1. เขียนบทความเคล็ดลับที่หาอ่านได้ทั่วไป ผู้คนรู้อยู่แล้ว

ผู้เขียนมักจะนำเคล็ดลับหรือวิธีการทำสิ่งต่าง ๆ ที่ผู้เขียนได้รับรู้มาจากคนอื่น ๆ แล้วนำมาทดลองทำดูด้วยตัวเอง หากพบว่าเคล็ดลับนั้นสามารถทำได้จริง ทำได้ง่าย น่าสนใจ และคิดว่าไม่น่าจะมีใครรู้กันมากนัก ดังตัวอย่างบทความนี้ของผู้เขียน

Advertisement

Advertisement

แว่นใสได้ง่าย ๆ ด้วยน้ำยาล้างจาน

ภาพรูปภาพโดยผู้เขียน

โดยเราอาจจะถ่ายรูปวิธีการทำแต่ละขั้นตอน เพื่อนำมาประกอบบทความให้น่าอ่าน และทำให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยบทความที่มักจะโดน บก. ปฏิเสธ มักจะเป็นบทความเคล็ดลับง่าย ๆ ที่หลาย ๆ คนรู้กันทั่วไป และมีเผยแพร่กันตามเว็บไซต์อื่น ๆ มากแล้ว เช่น เคล็ดลับขจัดกลิ่นปากด้วยเกลือแกง เคล็ดลับเรียนดี เคล็ดลับออมเงิน เป็นต้น แต่ถ้าหากว่าเพื่อน ๆ ต้องการเขียนหัวข้อเหล่านั้น ผู้เขียนแนะนำให้เพื่อน ๆ เพิ่มเติมรายละเอียดที่น่าสนใจลงไป ให้แตกต่างจากบทความอื่น ๆ เช่น เมื่อเราต้องการเขียนบทความออมเงิน เราควรใส่รายละเอียดและวิธีที่หลายคนคิดไม่ถึงลงไป แบบบทความนี้

3 วิธี มีเงินออมจากการเล่นหวย

2. รีวิวสิ่งที่ไม่น่าสนใจ

Advertisement

Advertisement

หากเพื่อน ๆ คนไหนเป็นสายรีวิว เช่น รีวิวร้านอาหารหรือคาเฟ่อร่อย รีวิวเครื่องสำอาง ครีม หรือรีวิวขนมต่าง ๆ ผู้เขียนขอแนะนำให้เพื่อน ๆ เลือกสิ่งที่เราคิดว่าน่าสนใจ ไม่น่าจะมีใครรู้จัก หรือสามารถหาอ่านได้ที่เว็บไซต์อื่น ๆ โดยเฉพาะการรีวิวของกิน 7-11 ที่มักจะโดนปัดตก ถึงแม้ว่าเราจะถ่ายรูปเอง แต่เนื้อหาก็ยังดูเบาหวิว ไม่ค่อยน่าสนใจ ดังนั้นเราจึงควรรวบรวมของกินที่มีลักษณะคล้ายกัน แล้วนำมาเปรียบเทียบให้เห็นแต่ละอย่าง เช่น รีวิว 5 ขนมกินเล่นไขมันต่ำใน 7-11 เป็นต้น

ขนมรูปภาพโดยผู้เขียน

3. ใช้ภาษาไม่ถูกต้อง มีคำผิดเยอะและแก้ไขเกินกว่า 3 ครั้ง

ผู้เขียนเคยเห็นนักเขียนบางคนโดนปฏิเสธงาน เนื่องจากต้องแก้คำผิดเกิน 3 ครั้ง ทั้ง ๆ ที่หัวข้อและเนื้อหาของบทความน่าสนใจมาก เห็นไหมคะ ว่าการสะกดคำและการเว้นวรรคคำให้ถูกต้อง ถือเป็นเรื่องที่ทางกองบรรณาธิการให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ดังนั้นถ้าหากเราไม่อยากให้บทความโดนให้กลับมาแก้ไข หรือโดนปัดตก ก็พยายามใส่ใจใช้คำและสะกดให้ถูกต้องทุกครั้งที่เขียนงานนะคะ

Advertisement

Advertisement

เขียนงานขอบคุณรูปภาพจาก Lukas Bieri จาก Pixabay 

4. คัดลอกข้อความจากเว็บไซต์อื่น ๆ

การคัดลอกผลงานผู้อื่นถือเป็นความผิดร้ายแรงเลยนะคะ ถึงแม้ว่าเราจะ Copy มาแค่ไม่กี่ประโยค แต่อย่างไรเสีย ทางบรรณาธิการก็สามารถตรวจสอบได้อย่างแน่นอน ดังนั้นหากใครคิดว่าจะนำข้อความจากเว็บไซต์หลาย ๆ แหล่ง มายำรวมกันให้กลายเป็นบทความของตัวเอง ขอให้หยุดความคิดเหล่านี้เป็นอันขาดค่ะ เพราะหากทางกองบรรณาธิการตรวจพบ เราจะไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแก้ไขเลย ผู้เขียนเชื่อว่า หากเรามีความฝันที่จะเป็นนักเขียนแล้ว การเขียนและเรียบเรียงบทความด้วยภาษาของตนเอง ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย และคุณสมบัติข้อแรกของการเป็นนักเขียนที่ดี คือการไม่คัดลอกผลงานผู้อื่นค่ะ

5. ใช้รูปภาพประกอบที่ติดลิขสิทธิ์และไม่ได้มีหลักฐานการขออนุญาต

นอกจากเนื้อหาบทความที่เราไม่ควรคัดลอกจากผู้อื่นแล้ว การใช้รูปภาพที่ติดลิขสิทธิ์ก็ถือเป็นการละเมิดสิทธิ์เช่นกัน ดังนั้นหากบทความไหน ใช้รูปภาพที่มีลิขสิทธิ์ และไม่ได้มีการขออนุญาตใช้ภาพจากเจ้าของ ก็มักจะโดนปัดตก หากไม่สามารถหารูปภาพที่ไม่ติดลิขสิทธิ์และสัมพันธ์กับเนื้อหาบทความได้ ดังนั้นเราจึงควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนที่จะเขียนบทความ ว่าเรามีรูปภาพเพื่อใช้ประกอบหรือไม่ หากไม่มีให้ทำการขออนุญาตเจ้าของรูปภาพให้เรียบร้อย ก่อนลงมือเขียน ก็จะทำให้เราไม่ต้องผิดหวังเมื่อส่งบทความได้ค่ะ

เขียนงานรูปภาพโดยผู้เขียน

และนี่คือ 5 เหตุผลที่ทำให้หลาย ๆ บทความโดนปฏิเสธ อาจจะมีเหตุผลอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ หากเพื่อน ๆ คนไหนคิดว่าน่าจะมีเพิ่มเติม สามารถนำมาเขียนบทความเพื่อแบ่งปันให้นักเขียนคนอื่น ๆ รับรู้ด้วยก็ได้นะคะ สำหรับวันต่อไป ผู้เขียนจะมีเคล็ดลับอะไรมาแนะนำกันนั้น ฝากติดตามกันด้วยนะคะ

 

ขอบคุณภาพปกจาก Goumbik จาก Pixabay