คนเข้าสังคมไม่เก่งหมายถึง คนที่ไม่ถนัดในการทำความรู้จักคนแปลกหน้า (ในพื้นที่ ๆ ปลอดภัย) เนื่องจากจะเกิดอาการประหม่า หรือพูดผิดพูดถูกพูดวน วิธีดูว่า คุณ ผู้อ่าน “เข้าสังคมไม่เก่ง” รึป่าว ให้เช็คดูว่า เวลาคุณไปงานสังคม หรือ งานปาร์ตี้บริษัทที่ ๆ คุณ อาจจะต้องคุยกับคนที่ไม่เคยรู้จัก หรือไม่เคยทำงานด้วยกันมาก่อน แล้วคุณเกิดอาการไม่รู้จะเริ่มบทสนทนาอย่างไรมั้ย ? หรือพอมีคนมาคุยกับคุณแล้ว คุณสร้างต่อบทสนทนาต่อไป ให้เริ่มคุ้นเคยกันได้รึป่าว ?

                ทักษะแบบนี้จำเป็นมาก สำหรับ คนทำงาน เพราะการรู้จักคนใหม่ ๆ นอกสังคมตัวเอง อาจจะนำไปสู่โอกาสใหม่ ๆ เช่นโอกาสในการได้รับการเชิญชวนไปทำงานที่ใหม่ โอกาสในการเจอเพื่อนร่วมอุดมการณ์ หรือแม้แต่โอกาสที่จะได้เพื่อนใหม่อีกด้วย

ในบทความนี้ ผู้เขียนจะมาเทคนิค การสนทนา ที่ช่วยให้ คนเข้าสังคมไม่เก่ง ได้มีโอกาสค่อย ๆ  ฝึก ค่อย ๆ พัฒนาทักษะการเข้าสังคมตรงนี้ให้มากขึ้น ถ้าพร้อมแล้วก็เข้ามาอ่านกันเลย

Advertisement

Advertisement

1.กาลเทศะเป็นสิ่งสำคัญกาลเทศะ

               สำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยเข้าร่วมงานสังคม หรือปาร์ตี้กิจกรรมบางอย่าง ที่บางทีจะเจอคนที่ไม่รู้จักบ้าง สิ่งนึงที่ต้องทำความเข้าใจ ที่ในงานสังคมที่คนแต่ละคน เข้ามาพูดคุย ทำความรู้จักกันได้ ถึงแม้จะเป็นคนแปลกหน้า เพราะ สถานที่นั้นมันปลอดภัย เช่นเป็นงานปาร์ตี้บริษัท เป็นงาน after meeting ของการจัดสัมมนา ที่ปลอดภัยในที่นี้ หมายถึง คนแปลกหน้าในที่นั้น ส่วนใหญ่จะต้องมีอะไรบางอย่างเหมือนกับเรา เช่น ทำงานที่เดียวกัน หรือสนใจเรื่องเดียวกันเป็นต้น ฉะนั้นบรรยากาศมันจึงแตกต่างจากการที่เราไปชวนคนแปลกหน้าคุยในร้านกาแฟ หรือตามข้างถนน เพราะมันแทบไม่ปลอดภัยเลยสำหรับตัวเขา และตัวเรา มีโอกาสที่เรา กับเขาจะไม่มีอะไรเหมือนกันเลยเป็นต้น เรียกแบบไทย ๆ ว่า ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ฉะนั้นการเข้าสังคม จึงเป็นลักษณะในพื้นที่ปิดมากกว่า

Advertisement

Advertisement

2. การเปิดบทสนทนาการเปิดบทสนทนา

                จุดเริ่มต้นของการสนทนากับคนแปลกหน้า คือ การเปิดบทสนทนา เมื่อเรารู้แล้วว่า เราอยู่ในที่ ๆ เราสามารถคุยกับคนแปลกหน้าได้โดยไม่ดูแปลกหูแปลกตา ( ปลอดภัย ) ก็ให้เราเริ่มเปิดบทสนทนา โดยการฝึกจะทำให้เราเริ่มทำได้เป็นธรรมชาติโดยไม่เคอะเขิน โดยปกติ การเปิดบทสนทนา อาจจะใช้ประโยคบอกเล่า ที่พูดถึง สถานการณ์ปัจจุบัน เช่น “วันนี้ คนมางานประชุมเราเยอะดีนะพี่” หรือประโยคคำถาม เช่น “วันนี้พิธีกรตอนบ่าย บรรยายเรื่อง XYZ ดีมากเลย พี่คิดยังไงกันเรื่อง ABC ครับ” หัวใจสำคัญของการเปิดบทสนทนาคือ ต้องกล้า ๆ เข้าไว้ แล้วดูสัญญาณดี ๆ ว่าเขาพร้อมจะคุยกับเราต่อมั้ย

Advertisement

Advertisement

3. Trace keyword เทคนิคต่อบทสนทนา จาก keyword ของคู่สนทนาเทคนิคการต่อบทสนทนา

                ในทุกครั้ง ที่มีการสนทนา กล่าวคือ เราพูดอะไรไป แล้วอีกฝ่ายตอบกลับมาแต่ละครั้ง มันมักจะมี Keyword ออกมาเสมอ เช่น “ผมคิดว่า ABC มันดีมาก ๆ เลยนะ มันช่วยให้ EFG” คำที่ผู้เขียน ใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษเรียกว่า Keyword ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ว่าคู่สนทนามีความรู้ หรือมีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนั้น Keyword นั้นควรใช้เป็นตัวต่อบทสนทนา เช่น “ทำไมพี่คิดว่า EFG มันสร้างประโยชน์ได้ล่ะครับ?” แต่ว่า Keyword ไหนเป็นสิ่งที่คู่สนทนาสนใจ ต้องใช้ประสบการณ์ถึงจะรู้ เทคนิคนี้เรียกว่า Trace keyword เมื่อคุยกันไปเรื่อยก็จะมี Keyword ให้เราสังเกตมาไม่รู้จบละครับ เท่านี้เราก็สามารถคุยกันได้ง่ายขึ้น แต่หากว่าไม่มี Keyword ที่น่าสนใจต่อการสนทนาเลยล่ะ ตามไปดูข้อต่อไปเลยครับ

4. การสังเกต และการทึกทักเอาจากคู่สนทนาการสังเกต

                หลาย ๆ ครั้ง เรามักจะไม่รู้จะคุยอะไรจริง ๆ และคู่สนทนาก็ถามสั้น ๆ ตอบสั้น ๆ อย่าเพิ่งท้อใจไปครับ เทคนิคที่ 4 คือการสังเกต หรือเรียกง่ายว่าการเดา เดาว่าคู่สนทนา น่าจะเป็นคนแบบไหน สนใจอะไร ทำงานอะไร หัวใจสำคัญคือไม่จำเป็นต้องเดาผิด หรือเดาถูกก็ได้ แต่ขอให้เข้ากับสถานการณ์ก็พอ เช่น “ผมเห็นคุณอ่านหนังสือเรื่อง CVB เดาว่าคุณน่าจะเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูลสินะครับ?” หลังจากนั้นคู่สนทนาเราก็จะตอบออกมา ยิ่งเป็นการเดาที่ผิดด้วยแล้ว เขาจะยิ่งแก้ต่างและสนทนากับเรามากขึ้นอีก

5. เตรียมเรื่องเล่าตลก ๆ ไว้เล่าการพูดคุยเรื่องตลก

                สิ่งที่ทำให้คน ๆ นึงสามารถพูดคุยกันได้ยาวนาน จนสามารถพัฒนาไปเป็นความสัมพันธ์เรื่องงาน หรือเรื่องอื่นได้ เพราะคนเหล่านั้น เล่าเรื่องเก่ง สังเกตได้ว่าหากทำตามเทคนิคด้านบนทั้งหมด เราจะดูเป็นคนช่างถาม ซะมากกว่า ช่างพูด วิธีแก้สำหรับคนที่เข้าสังคมไม่เก่ง และยังพูดไม่เก่งด้วยแล้ว ให้ฝึกเล่าเรื่อง แล้วลองนำไปเล่าเรื่อง ซึ่งจะช่วยต่อบทสนทนาไปได้อีก โดยคนไทย มักชอบเรื่องตลก ผู้อ่านสามารถหาเรื่องราวได้จากหนังสือ หนังสือจะชอบยกเรื่องเล่า มายกตัวอย่างให้ฟัง เราชอบเรื่องเล่าไหนก็จดเอาไว้แล้วเอามาฝึกเล่า เมื่อเคยชินเข้า ก็ค่อยเอามาเล่าให้คนอื่นฟัง แต่อยากเล่าเรื่องที่คนอื่นได้ยินกันจนเกร่อไปแล้วไม่งั้นคงเชยน่าดู

เป็นยังไงกันบ้าง แค่เทคนิค 5 ข้อนี้ก็ทำให้ผู้อ่าน กลายเป็นคนที่มีความมั่นใจในการเข้าสังคมได้มากขึ้นแล้ว

 

ขอบคุณภาพหน้าปกจาก Photo by Alasdair Elmes on Unsplash

ขอบคุณภาพประกอบที่ 1 จาก Photo by Samantha Gades on Unsplash

ขอบคุณภาพประกอบที่ 2 จาก Photo by Volodymyr Hryshchenko on Unsplash

ขอบคุณภาพประกอบที่ 3 จาก Photo by Mimi Thian on Unsplash

ขอบคุณภาพประกอบที่ 4 จาก Photo by Mimi Thian on Unsplash

ขอบคุณภาพประกอบที่ 5 จาก Photo by Brooke Cagle on Unsplash