‘ความคิดสร้างสรรค์’ เป็นหนึ่งในทักษะที่ไม่ว่าใครต่างก็ปรารถนา ไม่ว่าจะเป็นการเรียนหรือการทำงาน ไอเดียที่แปลกใหม่ย่อมสร้างความโดดเด่นและเป็นที่จดจำให้กับผู้คนได้เป็นอย่างดี ไม่แปลกใจที่เรามักอิจฉาผู้ที่ได้ครอบครองมันสมองที่สามารถสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับเจ้าของได้ ไม่ว่าพวกเขาจะไปอยู่ที่ไหนก็ตาม การมีทักษะนี้จึงเหมือนการถูกหวยล็อตเตอรี่ ที่มีรางวัลเป็นเครื่องการันตีว่าคุณจะสามารถเอาตัวรอดอยู่ในโลกแห่งการทำงานได้ไม่ว่าวันนี้หรืออนาคตอีกกี่สิบปี 

หากลองนึกย้อนกลับไปว่าจริงๆ แล้วไอเดียความคิดสร้างสรรค์นั้นเกิดขึ้นจากอะไร คำตอบง่ายๆ ก็คือความคิดสร้างสรรค์มักเกิดจากปัญหาในชีวิตประจำวัน ความอยากมีอยากได้ ความอยากที่จะสะดวกสบาย จึงทำให้เกิดความต้องการและโหยหาสิ่งที่จะมาตอบสนองความต้องการเหล่านี้ ความคิดสร้างสรรค์จึงต้องเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการและทำอยู่บนพื้นฐานที่อยากจะเห็นผู้ใช้งานมีความสุข

5 วิธี ที่ภัสจะนำเสนอต่อไปนี้ จึงเป็นวิธีการส่วนตัวที่ภัสใช้ในการหาไอเดียสร้างสรรค์มาใช้ทั้งการเรียน, ทำโปรเจค สร้างโมเดลธุรกิจในคลาส รวมถึงการทำงาน Social Media Marketing ที่ต้องอาศัยความแหวกแนวเพื่อพิชิตใจคนดู


 

1. อัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอ

trend updating

จำเอาไว้ว่าคุณจะมีความสร้างสรรค์ได้ก็ต่อเมื่อ คุณไม่ถูกความเชื่อเดิมๆ ดึงให้ติดอยู่แต่ในกรอบ และคนที่แหกกรอบออกมาได้นั้นจำเป็นต้องรู้และเห็นอะไรให้มากกว่าผู้อื่น ต้องรู้จักติดตามข่าวสาร อัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกให้ทันอยู่เสมอ แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดไป การอัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ ไม่ได้หมายถึงการไล่ซื้อ วิ่งหาของนั้นๆ มาไว้ในครอบครอง คุณเพียงแค่จำเป็นต้องตามให้ทันว่ามีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นบ้างและมันเกิดขึ้นได้อย่างไร เพื่อที่กรอบของคุณจะได้กว้างขึ้น

วิธีที่ภัสใช้จับให้ได้ไล่ให้ทันเทรนด์เหล่านี้คือการอ่านข่าว เว็บไซด์ หรือหนังสือที่อัพเดทเทรนด์โลกให้เราอยู่เสมอ ภัสพูดเลยว่าทุกวันนี้เราสามารถกระโจนเข้าไปบนโลกออนไลน์จะขวานหาสิ่งเหล่านี้ง่ายๆ โดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท ไม่ว่าจะเป็นแหล่งข่าว The Standard, TCDC Trend book ที่ภัสดาวน์โหลดมาอ่านทุกปี รวมถึงเว็บไซด์ต่างประเทศอีกมากมายที่เราเพียงแค่ต้องเสาะแสวงหาให้เจอ


 

2. ติดตามนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลก

Innovation

ภัสโชคดีที่คณะที่ภัสศึกษาอยู่นั้นเป็นหลักสูตรที่จัดคลาส Social Innovation มาให้ทุกปี ทำให้ต้องทำโปรเจคใหญ่มากถึง 3 โปรเจคใน 1 เทอม ไม่ใช่เล่นๆ เลยใช่มั้ยล่ะคะ เพราะฉะนั้นภัสจึงได้มีโอกาศค้นหานวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกเพื่อนำไปต่อยอด เป็นข้อมูลอ้างอิง หรือเป็นแนวทางให้กับโปรเจคอยู่เสมอ และภัสสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าความรู้เหล่านี้ถือเป็นแหล่งความคิดสร้างสรรค์ชั้นเยี่ยมในการสร้างสิ่งแปลกใหม่แต่ยังคงให้ความ realistic หรือเกิดขึ้นได้จริงอยู่


 

3. เข้าใจสิ่งๆ หนึ่งอย่างลึกซึ้ง

knowlege

ก่อนที่เราจะสามารถแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ให้กับสิ่งๆ หนึ่งได้ เราจำเป็นต้องเรียนรู้และเข้าใจสิ่งๆ นั้นอย่างลึกซึ้ง ตัวอย่างง่ายๆ ก็เหมือนกับเวลาที่เราเผชิญกับปัญหาอะไรสักอย่างและมักจะเผลอพูดลอยๆ ออกมาว่าทำไมถึงไม่มีใครทำแบบนั้นแบบนี้เลย ถ้ามีแบบนี้ก็คงจะดี ชีวิตคงจะสบายขึ้นเยอะ นี่แหละค่ะ คือจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์ เพราะเราได้เผชิญกับปัญหาจริงๆ ได้เข้าใจปัญหาจริงๆ และพบว่าไม่มีใครคิดจะทำแบบนี้เลย ทั้งๆ ที่ถ้าทำแล้วจะสะดวกต่อผู้ใช้มากกว่า 

ที่นี้เห็นภาพกันมากขึ้นแล้วใช่มั้ยคะ ฉะนั้นสรุปสั้นๆ คือก่อนจะมีความคิดสร้างสรรค์ได้ เราต้องเรียนรู้ เข้าใจถึงสิ่งๆ นั้นอย่างแท้จริง รู้ให้ลึก รู้ให้จริง แล้วไอเดียจะผุดขึ้นทันทีเมื่อเรามองเห็นถึงข้อดี ข้อเสียและช่องโหว่ของสิ่งๆ นั้น


 

4. ออกไปเปิดหูเปิดตาเสียบ้าง

trawel

 การอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน และหาไอเดียจากโลกออนไลน์นั้นไม่ใช่หนทางเดียวที่จะทำให้เรามีความคิดสร้างสรรค์ เราสามารถหาแรงบัลดาลใจ หรือไอเดียใหม่ๆ ได้เพียงแค่ออกไปเปิดโลกกว้าง ออกไปท่องเที่ยว พบเจอสถานที่ใหม่ๆ หรือการท่องเที่ยวต่างประเทศที่จะได้ทั้งความผ่อนคลาย ความแปลกใหม่ และตื่นเต้นไปกับการสำรวจนวัตกรรมสุดล้ำบนท้องถนน

ยกตัวอย่างสมัยช่วงมัธยมต้นที่ภัสเริ่มเขียนนิยาย เพียงแค่การออกทริปไปเที่ยวทะเลทางใต้กับครอบครัวก็ทำให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ฉากใหม่ๆ ผุดขึ้นมาในหัวมากมาย ตอนนั้นเองที่ภัสเริ่มเข้าใจว่าทำไมอ่านเปลี่ยนสถานที่อ่านหนังสือหรือนั่งทำงานบ่อยๆ จึงเป็นเรื่องจำเป็น เพราะบรรยากาศที่แปลกตาไปจะทำให้เรากระปรี้กระเปร่า ได้มีโอกาสคิดเรื่องเดิมในมุมที่ต่างออกไป


 

5. พูดคุย และเปลี่ยนไอเดียกับผู้คนรอบตัว

discussion

ไอเดียที่ยิ่งใหญ่มักไม่ได้เกิดจากความคิดของคนๆ เดียว แต่มักจะเกิดจากความคิดเห็นของคนหลายๆ คนช่วยกันแชร์ความรู้และประสบการณ์ของตัวเองในมุมที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ไอเดียถูกตีแผ่และทำความเข้าใจจากมุมมองของคนหลายคน 

ภัสนึกขอบคุณอยู่เสมอกับอะไรก็ตามที่ทำให้ภัสได้จบเจอสังคมและคนรอบตัวที่คอยช่วยเหลือ แชร์พลังบวก พร้อมรับฟัง ให้คำแนะนำ และช่วยต่อยอดไอเดียเดิมๆ ที่มีได้เสมอ สิ่งที่ภัสทำในยามที่มีไอเดียใหม่ๆ คือการทำความเข้าใจร่างภาพไอเดียแรกเริ่มให้ชัดเจนก่อน จากนั้นเมื่อมีโอกาสเวลาอยู่ในคลาสก็จะเล่าให้เพื่อสนิทฟังว่าตอนนี้มีไอเดียประมาณนี้อยู่นะ 

เพื่อนที่ดีจะไม่มีทางพูดว่าไอเดียของเรานั้น เป็นไปไม่ได้ ในทางกลับกันเพื่อนที่ดีจะช่วยแชร์สิ่งที่ตัวเองพอจะรู้บ้างเพื่อเป็นแนวทางให้เรา หรือไม่ก็ยิ่งช่วยทำให้มันบ้ายิ่งขึ้นไปอีก เพื่อนสนิทคนนี้มักจะพูดกับภัสเสมอว่า “เอาเลย” “ทำเลยมึง” แต่ไม่เคยที่จะพูดเลยว่า “อย่าเลย มันแปลกมาก เป็นไปไม่ได้หรอก” “ทำไม่ได้หรอก” เพราะถ้าเธอไม่รู้ว่ามันจะทำได้จริงหรือไม่ เธอจะไม่รีบพูดว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่จะพยักหน้ารับฟังตามประสาคนไม่รู้ และบอกให้เราลองดูก่อน 


 

และนี่ก็เป็นเคล็ดลับการพัฒนาตัวเองให้มีความคิดสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น ภัสการันตีได้ว่าเคล็ดลับที่นำมาเสนอในวันนี้ล้วนเป็นสิ่งที่มาจากประสบการณ์ตัวเองจริงๆ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นไอเดียในการทำงานด้านการตลาด การทำโปรเจค หรือแม้แต่โมเดลธุรกิจก็ล้วนมาจากการขวนขวายจับให้ได้ไล่ให้ทันเทรนด์และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อที่เราจะได้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ไม่จมปลักอยู่กับสิ่งเดิมๆ ที่จะทำให้คุณมองไม่เห็นโอกาสในอนาคต 

การอยู่กับอดีตจะทำให้คุณยึดติดและจมปลัก การอยู่กับปัจจุบันจะทำให้คุณตระหนักรู้อย่างมีสติ และสุดท้าย การอยู่กับอนาคตจะทำให้คุณเห็นโอกาสและความหวัง

แล้วพบกันค่ะ