มีคนเคยกล่าวไว้ว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตเพราะเราไม่สามารถย้อนมันกลับไปได้เพราะฉะนั้นจงใช้เวลาทำสิ่งที่มีค่าในชีวิต หลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินคำพวกนี้หรือประโยคพวกนี้ไม่มากก็น้อยใช่ไหมครับ ประโยคพวกนี้ละครับที่ทำให้นักทำหนังหลาย ๆ คนหยิบมันมาเป็นประเด็นหรือเป็นคอนเซ็ปต์ของหนังพวกเขาละครับโดยการใช้การเล่นเวลาหรือการย้อนเวลาเข้ามาในหนังครับ วันนี้ มิสตอร์ โก๋นัท จะมานำเสนอ 5 หนังย้อนเวลาที่ดีที่สุดที่คุณไม่ควรพลาด จะมีเรื่องอะไรกันบ้างไปชมกันได้เลยครับ

 


 

1. About Time (2013)

about time

 

  •   กำกับโดย         Richard  Curtis
  •   นำแสดงโดย    Domhnall Gleeson, Rachel McAdams, Bill Nighy

เรื่องย่อ

        " หากพ่อของคุณบอกคุณว่าคุณสามารถย้อนเวลาได้ คุณจะเชื่อพ่อของคุณไหม " เรื่องราวของ ทิม หนุ่มขี้อายเมื่อวันเกิดอายุ 21 ปีของเขาพ่อได้บอกกับเขาว่าผู้ชายในตระกูลเรามีความสามารถในการเดินทางย้อนเวลา เขาสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นและเคยเกิดขึ้นมาแล้วในชีวิตของเขาได้ ทิมตัดสินใจที่จะใช้ความสามารถนี้ในการหาแฟนสักกคน น่าเศร้า ที่มันอาจไม่ได้ง่ายดายอย่างที่เขาคิด แล้วเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ไปหารับชมกันได้นะครับ

Advertisement

Advertisement

 

ความรู้สึกหลังดูจบ

        เป็นหนังที่ผมอยากเเนะนำให้คนที่อยากจะดูหนังพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวดูเลยครับ หนังมีความดีงามในแง่คิดของการใช้ชีวิตคู่ ชีวิตครอบครัว ด้านเนื้อเรื่องนั้นชวนให้เราติดตามอยู่ตลอดแม้อาจจะมีบางช่วงที่น่าเบื่อหน่อยแต่ก็ทดแทนด้วยเพลงเพราะ ๆ ส่วนนักแสดงนั้นแสดงได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะ Domhnall Gleeson ที่แสดงเป็นหนุ่มขี้อายได้อย่างสมบทบาท

 

คะแนน  About Time (2013)

บทภาพยนตร์                                   8/10  คะแนน

Advertisement

Advertisement

การเล่นไอเดียเกี่ยวกับเรื่องเวลา      9/10  คะแนน

นักแสดง                                           9/10 คะแนน

 

คะแนนรวมเฉลี่ย                                8.6/10   คะแนน

 


 

2. Click (2006)

click

 

  •   กำกับโดย        Frank Coraci
  •   นำแสดงโดย   Adam Sandler, Kate Beckinsale

เรื่องย่อ

        " หากคุณสามารถควบคุมเวลาได้ดั่งรีโมทของเครื่องดีวีดีละคุณจะทำอะไรบ้างกับชีวิตของคุณ "  เรื่องราวของ ไมเคิล นิวแมน ที่มีครอบครัวที่แสนอบอุ่นมีภรรยาที่สวยและลูก ๆ ที่น่ารักอีก 2 คน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้มีความสุขไปซะทุกอย่างเพราะว่าวัน ๆ เขาต้องทำแต่งานเลยไม่มีเวลาให้ครอบครัวสักเท่าไหร่ จนวันหนึ่งเขาได้ค้นพบสุดยอดรีโมทคอนโทรที่มีคุณสมบัติพิเศษ ไม่ใช่แค่กดเปลี่ยนช่องทีวีหนีโฆษณาให้คุณเท่านั้น แต่สามารถเปิด ปิด เร่ง สโลว์ โมดิไฟด์ทุกสิ่งรอบตัวไม่ว่าจะเป็นหมา ภรรยา เจ้านาย หรือแม้แต่ชีวิตของเขาให้ดีขึ้นจากหน้ามือเป็นหลังมือเพียงแค่กดคลิ๊กเดียว แต่เขาหารู้ไหมว่ายิ่งเขาใช้รีโมทนี้มากขึ้นเท่าไหร่ มันก็ยิ่งมีผลข้างเคียงมากขึ้นเท่านั้น เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ก็ไปหารับชมกันได้นะครับ

Advertisement

Advertisement

 

ความรู้สึกหลังดูจบ

        เป็นหนังตลกเบาสมองอีกเรื่องที่ดูง่ายแต่ก็สอดแทรกแง่คิดทั้งการใช้ชีวิตคู่และครอบครัวที่ควรจะให้ความสำคัญ หนังจะออกแนวคล้าย ๆ เรื่องแรกที่ผมหยิบยกมาแต่เรื่องนี้จะมีความตลกจ๋า ๆ อยู่บางมุขก็ขำบางมุขก็แป้กแต่โดยรวมถือว่าโอเค ตัวบทมีความไม่สมเหตุสมผลบ้างแต่ถือว่ารับได้ไม่น่าเกลียด สีสันในหนังสวยงามมาก นักแสดงถือว่าแสดงได้ดีตามมาตรฐาน

 

คะแนน  Click (2006)

บทภาพยนตร์                                   7/10  คะแนน

การเล่นไอเดียเกี่ยวกับเรื่องเวลา      8/10  คะแนน

นักแสดง                                           8/10 คะแนน

 

คะแนนรวมเฉลี่ย                                7.6/10   คะแนน

 


 

3. The Butterfly Effect (2004)

The Butterfly Effect

 

  •   กำกับโดย        Eric Bress, J. Mackye Gruber
  •   นำแสดงโดย   Ashton Kutcher, Amy Smart

เรื่องย่อ

       " หากคุณสามารถย้อนเวลาไปเปลี่ยนแปลงเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยไดอารี่ได้ คุณจะย้อนเวลาไปในช่วงไหนของไดอารี่ของตนเอง " เรื่องราวของอีวาน ทรีบอร์น นักศึกษาหนุ่มที่มีอาการปวดหัวอย่างหนักถึงขั้นหมดสติบ่อย ๆ และทุกครั้งที่หมดสติ เขาจะสามารถเดินทางย้อนเวลาเพื่อแก้ไขช่วงชีวิตอันโหดร้ายที่เคยผ่าน ๆ มาได้ด้วยไดอารี่บันทึกของเขา แต่ทุกครั้งที่เขาเปลี่ยนอดีต จะส่งผลกระทบกับชีวิตปัจจุบัน ไม่ว่าเขาจะพยายามเปลี่ยนให้มันดีขึ้นแค่ไหน ในชีวิตจริงกลับตรงข้าม เขาทำมันไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดที่ปัจจุบันของเขาเจอสิ่งเลวร้ายขีดสุด เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปก็สามารถไปหารับชมกันได้นะครับ

 

ความรู้สึกหลังดูจบ

        เกือบ ๆ 2ชั่วโมงในหนังทำได้อย่างยอดเยี่ยม การดำเนินเรื่องทำให้เราลุ้นไปกับตัวละครและเราไม่สามารถเดาได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ในเรื่องของตัวบทหนังขอชื่นชมผู้กำกับและคนเขียนบทที่ใช้ไอเดียเรื่องเวลาความทรงจำได้อย่างฉลาดแม้จะมีบ้างจุดที่ไม่สมเหตุสมผลบางแต่ถือว่าเป็นส่วนน้อย ส่วนนักแสดงยังมีบางคนที่ผมดูแล้วยังขัดใจอยู่บ้างเพราะนักแสดงสมทบบางคนคนแข็งมากจนทำให้ผมอาจจะไม่ค่อยเชื่อในบทบาทของเขา แต่โดยรวมก็ถือว่าเป็นหนังที่สนุกและเล่นกับไอเดียเรื่องเวลาดีเลยทีเดียวครับ

 

คะแนน  The Butterfly Effect (2004)

บทภาพยนตร์                                   9/10  คะแนน

การเล่นไอเดียเกี่ยวกับเรื่องเวลา      9.5/10  คะแนน

นักแสดง                                           7/10 คะแนน

 

คะแนนรวมเฉลี่ย                                8.5/10   คะแนน

 


     

4. The Terminator (1984)

The Terminator

 

  •   กำกับโดย         James Cameron
  •   นำแสดงโดย    Arnold Schwarzenegger, Linda Hamilton, Michael Biehn

เรื่อย่อ

         " ในอนาคตจักรกลหวังที่จะครองโลก มันจึงจะย้อนเวลามาฆ่าคุณ " เรื่องราวของ โลกอนาคตในปี ค.ศ. 2029 ที่ถูกปกครองด้วยคอมพิวเตอร์ชื่อ SkyNet หลังเกิดสงครามนิวเคลียร์ ฝ่ายมนุษย์ได้รวมกลุ่มขึ้นต่อต้าน นำโดย จอห์น คอนเนอร์ ฝ่ายผู้ปกครอง SkyNet จึงส่ง หุ่นยนต์สังหารรุ่น T-800 ย้อนเวลามา ในปี ค.ศ. 1984 เพื่อสังหาร ซาราห์ คอนเนอร์ มารดาของจอห์น คอนเนอร์ ฝ่ายจอห์น คอนเนอร์ก็ได้ส่ง "ไคย์ล รีส" ทหารรุ่นน้อง เดินทางย้อนเวลากลับมาขัดขวางเดอะ เทอร์มิเนเตอร์ การต่อสู้สุดมันจึกเกิดขึ้นแล้วเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปก็ไปหารับชมกันได้นะครับ

 

ความรู้สึกหลังดูจบ

        อยากจะบอกว่ามันส์มากจริง ๆ แม้หหนังจะมีอายุถึงสามสิบกว่าปีแล้วแต่ก็ยังรู้สึกสนุกและบันเทิงเมื่องได้ดูทุกครั้ง แม้หนังจะจะไม่ได้เน้นเนื้อเรื่องอะไรมากหนักเพราะหนังทดแทนด้วยฉากแอ็คชั่นที่มันส์ถึงใจ ด้านตัวบทหนังไม่ได้เน้นเรื่องการเล่นเวลาเป็นหลักหลาย ๆ อย่างก็ก็ดูไม่สมเหตุสมผลไปบ้างแต่ใครจะไปสนเพราะหนังเรื่องนี้ดูเอามันส์อย่างเดียว ในเรื่องของนักแสดงถือว่าสอบผ่านทั้ง 3 นักแสดงหลักถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว

 

คะแนน  The Terminator (1984)

บทภาพยนตร์                                   8/10  คะแนน

การเล่นไอเดียเกี่ยวกับเรื่องเวลา      7.5/10  คะแนน

นักแสดง                                           9.5/10 คะแนน

 

คะแนนรวมเฉลี่ย                                8.2/10   คะแนน

 


 

5. Back to the Future (1985)

Back To The Future

 

  •   กำกับโดย       Robert Zemeckis
  •   นำแสดงโดย   Michael J. Fox, Christopher Lloyd, Lea Thompson

เรื่องย่อ

         " หากคุณสามารถย้อนเวลาไปเจอพ่อแม่ของคุณตอนที่พวกเขายังวัยรุ่นคุณจะทำอะไรกับพวกเขาบ้าง " เรื่องราวของ มาร์ตี้ แม็คฟลาย  หนุ่มวัยรุ่นอเมริกันจากปี 1985 ที่บังเอิญย้อนเวลากลับไปยังปี 1955 โดยเครื่องย้อนเวลาพลังงานพลูโตเนียม ซึ่งประดิษฐ์โดยนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องสุด ๆ ดร.เอ็มเมตต์ บราวน์  และเขาได้ไปเปลี่ยนแปลงอดีตการพบรักกันของพ่อกับแม่ตัวเองโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เหตุการณ์ในอนาคตกำลังเปลี่ยนแปลง เขาจึงต้องทำให้พ่อกับแม่รักกันก่อนที่จะ กลับมาสู่อนาคตให้ได้ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปก็ไปหารับชมกันได้นะครับ

 

ความรู้สึกหลังดูจบ

        เป็นหนังที่สนุกและครบรสจริง ๆ สมแล้วที่เป็นสุดยอดหนังแห่งยุค80 การดำเนินเรื่องลื่นไหลและน่าติดตามอยู่ตลอดตัวบทนั้นทำได้ดีในแง่ของการเล่นกับอดีตกับปัจจุบันซึ่งมันส่งผลซึ่งกันและกันอย่างเห็นได้ชัด ส่วนนักแสดงทุกคนนั้นแสดงได้อย่างยอดเยี่ยม ถือเป็นหนังย้อนเวลาอีกหนึ่งเรื่องที่ผมอยากแนะนำมากที่สุดครับ

 

คะแนน Back to the Future (1985)

บทภาพยนตร์                                   9.5/10  คะแนน

การเล่นไอเดียเกี่ยวกับเรื่องเวลา      10/10  คะแนน

นักแสดง                                           9.5/10 คะแนน

 

คะแนนรวมเฉลี่ย                                9.6/10   คะแนน

 


 

        เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ 5 หนังย้อนเวลาที่ดีที่สุดที่คุณไม่ควรพลาด จะเห็นได้ว่าหนังพวกนี้ล้วนใส่จินตนาการความคิดสร้างสรรค์ลงในภาพยนตร์อย่างมากและเหมือนให้คำตอบเราไปในตัวว่าหากย้อนเวลาได้คุณจะทำเหมือนกับตัวละครในหนังไหม หากมีอะไรผิดพลาดประการใดผมขออภัยด้วยนะครับ หากอ่านแล้วชอบหรือถูกใจก็ช่วยกันกดติดตาผมด้วยนะครับ 

                                                                                                                                                           


ขอบคุณรูปภาพจากหน้าปกจาก Official Trailer   www.youtube.com   

ขอบคุณรูปภาพหนังทั้ง 5เรื่องครับ เครดิต รูปที่1รูปที่2รูปที่3รูปที่4รูปที่5