‘เวลา’ มักผ่านไปเร็วเสมอเลยจริงมั้ยคะ ตัวภัสเองตอนยังเป็นเด็กน้อยก็มักมีความคิดว่าอยากโตเป็นผู้ใหญ่ไวๆ เมื่อไหร่จะโตนะ จะได้ทำนู่นทำนี่ที่อยากทำ จะได้หาเงิน จะได้ใช้ชีวิตด้วยตัวเอง แต่พอเราได้โตสมใจ เมื่อหันกลับไปมองตัวเองในวัยเด็ก หรือเพียงแค่เดินผ่านเด็กๆ วัยมัธยมตาม BTS ภัสก็พบว่าเวลาช่างผ่านไปไวราวกับความฝัน รู้สึกเหมือนเพิ่งจะจบจากมัธยมปลายมาเอง แต่ตอนนี้ภัสก็ปาเข้าไปปีสามแล้วค่ะ (ขำ) ไลฟสไตล์การใช้ชีวิตของเราเริ่มเข้าใกล้สิ่งที่ตัวเองคิดฝันมาตลอด แต่สิ่งเหล่านี้เองก็มาพร้อมกับภาระที่มากขึ้นเช่นกันค่ะ เราจะมีเรื่องให้เป็นกังวลมากขึ้น มีเรื่องให้คิด ให้ทำมากกว่าเพียงแค่การเป็นเด็กน้อย

       ช่วงปิดเทอมมหาลัยแบบนี้ ภัสจึงได้มีโอกาสใช้ชีวิตและขบคิดอยู่กับตัวเองอยู่บ่อยๆ ทำให้ได้กลั่นกรองประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของตัวเองรวมถึงคนรอบข้าง ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ภัสเข้าใจว่าก่อนที่จะอายุ 20 ภัสควรมีสิ่งใด เพื่อเป็นพื้นฐานที่ดีให้กับอนาคตวันข้างหน้า ภัสตัดสินใจลุกขึ้นมานั่งเขียนบทความนี้ เพราะรู้ว่าน่าจะเป็นบทเรียนดีๆ ให้กับน้องๆ มัธยมที่อาจจะบังเอิญผ่านเข้ามาอ่านคำแนะนำของคนอายุ 20 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุที่จะเด็กก็ไม่ใช่จะผู้ใหญ่ก็ยังไม่สุด เอาล่ะค่ะ เอาเป็นว่ามาดูกันว่าวันนี้ภัสมีคำแนะนำอะไรดีๆ มาให้เด็กๆ ได้เตรียมตัวก่อนถึงวันที่อายุจะก้ามข้ามมาเป็นเลข 2 ค่ะ


       

       ภัสพร่ำขอบคุณการตัดสินใจของตัวเองและการสนับสนุนจากพ่อกับแม่เสมอ ขอบคุณที่เราตัดสินใจเลือกเข้าคณะหนึ่งในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะเล็กๆ ที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความจริงใจ สังคมที่ดี ขอบคุณพ่อกับแม่ที่แม้ค่าเทอมจะโหดไปสักหน่อยแต่ก็ยอมกัดฟันสู้เพื่อให้เราได้มีโอกาส มีอนาคต และสังคมที่ดี พวกเขาเหล่านี้ทำให้ภัสเข้าใจว่าก่อนที่เราจะโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวนั้น เราควรมี 5 ข้อดังต่อไปนี้ค่ะ

 

1.เพื่อนที่ดี

friends

Photo by rawpixel.com from Pexels

       เคยได้ยินมั้ยคะว่าผู้ที่เกิดและถูกเลี้ยงดูในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน ก็มักจะเป็นคนที่มีความคิดความอ่าน ความเข้าใจโลกที่ต่างกันออกไป เช่นเดียวกันกับกรณีนี้ค่ะ เพื่อนที่ดี และสังคมที่ดีก็เป็นเหมือนสภาพแวดล้อมที่สามารถ shape ความคิด การกระทำ และการเลือกเส้นทางเดินในชีวิตได้ค่ะ ในเมื่อการรายล้อมไปด้วยเพื่อนที่ดีนั้นมีผลต่อการใช้ชีวิตของเราโดยตรงขนาดนี้ แล้วเพื่อนที่ดีนั้นควรจะมีลักษณะอย่างไรล่ะ

       ในมุมมองความคิดของภัส เพื่อนที่ดีนั้นไม่ใช่เพื่อนที่จำเป็นต้องสนิทกันตัวเป็นเกลียว ไม่จำเป็นต้องบอกเล่า แชร์ความลับให้กันและกันไปเสียทุกเรื่อง กลับกันภัสกลับมองว่าจริงๆ แล้วเพื่อนที่ดีคือเพื่อนที่มักจะคอยอยู่รับฟังเราเสมอในยามที่เราต้องการ พวกเขาเหล่านี้จะสามารถเป็นผู้ฟังที่ดีและเป็นที่ปรึกษาที่ดีได้ เขาจะไม่ใช่คนที่สนับสนุนยุยงให้คุณไปตบตีเพื่อแก้แค้นใคร แต่พวกเขาจะรับฟังคุณระบายจนกว่าอารมณ์จะเย็นลงและมักมีคำพูดที่ทำให้คุณหยุดชะงักเพื่อคิดและไตร่ตรองอย่างมีสติมากยิ่งขึ้น

       พวกเขาจะเป็นผู้ที่มองโลกในแง่ดี แต่ไม่ใช่คนโลกสวย พวกเขาจะเป็น supporter ที่ไม่ว่าคุณจะมีความคิดริเริ่มในการทำอะไร ไม่ว่าคุณจะอยากเป็นแม่ค้าขายของออนไลน์ ทำธุรกิจ เป็น YouTuber พวกเขาจะสนับสนุนคุณอย่างจริงใจ ไม่ใช่คนที่คอยขบขำและทำให้คุณรู้สึกอาย ไม่กล้าลงมือทำในสิ่งที่ไม่มีใครทำ

       สุดท้าย พวกเขาเหล่านี้จะไม่ judge หรือตำหนิในความเป็นคุณ เขาจะมองคุณในแบบที่คุณเป็น แต่นั่นไม่ได้หมายเขาควรจะปล่อยให้คุณทำเรื่องที่ไม่ดีและมองว่าก็นั่นคือสิ่งที่คุณเป็น


2.เป้าหมาย

Goal

Photo by rawpixel.com from Pexels

       แม้ว่าตัวภัสเองจะเริ่มหาความชอบมาตั้งแต่ ป.6 แต่ก็ไม่เคยหยุดอยู่กับเป้าหมายใดได้นานเลย เพราะสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป หรือการเรียนรู้ใหม่ๆ นั้นมักจะเข้ามามีอิทธิพลต่อความชอบและการตัดสินใจมากขึ้น ทำให้อาชีพในฝันของภัสนั้นเปลี่ยนแปลงไปเสมอ (ในทุกๆ ปี ฮ่าๆ) ภัสเคยคิดว่าเราควรจะหาอาชีพที่อยากทำจริงๆ เพียง 1 อาชีพ แต่ทุกวันนี้ขอเปลี่ยนความคิดทันทีเมื่อคิดได้ว่าในช่วงอายุขัยตลอด 80 ปี และการเกิดมาเพียงครั้งเดียวจะต้องหมดเวลาทั้งชีวิตเพื่อทำอะไรเพียงอย่างเดียว ขอบายดีกว่าค่ะ ภัสจึงขอลองทำมันทุกอย่างที่อยากทำ แต่ภัสไม่แนะนำให้ทำทุกอย่างๆ และเป็นทุกๆ อย่างในเวลาเดียวกัน แต่ให้เริ่มจากอะไรสักอย่าง ทำจนเก่ง ใช้เวลากับมันจนเราพอใจ และถามตัวเองว่าจะไปต่อหรือมองหาสิ่งใหม่

       ทุกวันนี้ภัสมีความฝันว่าอยากเป็นนักธุรกิจ เป็นนักการตลาด เป็น YouTuber รวมถึงอยากลองไปเป็นพนักงานบนเรือสำราญดูสักปีด้วยค่ะ! ภัสไม่ได้มองว่านี่คือความฉับฉ่าย และไร้ซึ่งเป้าหมาย กลับกัน นี่แหละคือเป้าหมาย เป้าหมายที่จะได้ลองทำทุกสิ่งที่ชีวิตของคนๆ หนึ่งจะสามารถทำให้กับตัวเองได้


3.เริ่มช่องทางในการหารายได้ (รวมถึงประสบการณ์การทำงาน)

income

Photo by rawpixel.com from Pexels

       หลังจากจบ ม.6 มาภัสก็รู้สึกว่ามันไม่ cool เลยถ้าเราจะยังต้องแบมือขอเงินพ่อแม่อยู่ ภัสจึงแนะนำว่าในช่วงปิดเทอมที่เตรียมขึ้นมหาลัยกว่า 6 เดือนที่เด็กๆ จะได้หยุดยาวจนแทบจะเป็นง้อย ภัสแนะนำให้ลองหาอะไรทำดูค่ะ อย่ามัวแต่นั่งๆ นอนๆ ศึกษาหาช่องทางว่าจะสามารถสร้างรายได้จากสิ่งใดได้บ้างเพื่อเก็บประสบการณ์การทำงาน ประสบการณ์ชีวิต แถมยังได้มีเงินใช้เอง อยากได้อะไรก็ไม่ต้องรบกวนคุณพ่อคุณแม่ด้วยค่ะ


4.ภาษา

language

Photo by Pixabay from Pexels

       ใครที่ยังคิดว่าภาษาไม่สำคัญ ไม่เก่งก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยไปฝึกเอาตอนทำงานได้ ภัสขอค้านหัวชนฝาเลยค่ะ เพราะถ้าหากคุณรอไปเรียนเอาตอนใกล้ทำงาน มันไม่ทันใช้หรอกค่ะ ภัสสอนภาษาอังกฤษและมีนักเรียนที่เป็นนักธุรกิจและทำอาชีพที่หลากหลาย พวกเขาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่น่ามาตั้งใจเอาตอนนี้เลย เพราะถ้าฝึกเร็วกว่านี้ ป่านนี้การทำงานคงไหลลื่น ฐานเงินเดือนก็สูงตั้งแต่แรก โอกาสดีๆ ที่เข้ามาก็สามารถคว้าไว้ได้โดยไม่ต้องมีความกังวลเรื่องภาษา

       การเรียนภาษานั้นใช้เวลา กว่าจะกล้าพูดและฝึกจนพูดได้อย่างมั่นใจ กว่าจะฟังออก มันใช้เวลาทั้งนั้นค่ะ ทักษะเหล่านี้ไม่สามารถเสกให้เก่งขึ้นได้ทันทีภายในการลงเรียนภาษาอังกฤษเพียงครอสเดียว ภาษา…จะให้เป็นมันต้องเกิดจากความเคยชินค่ะ ใช้งานจนชิน ได้ยินจนชิน อีกทั้งสังคมการทำงานนั้นไม่เหมือนตอนเรียนค่ะ ในการทำงานคุณจะได้รับหน้าที่ซึ่งมีผลต่อความเป็นไปของบริษัท หากคุณทำไม่ได้ คุณจะไม่มีสิทธิ์ได้รับงานนั้น หากคุณสื่อสารกับลูกค้าต่างชาติไม่ได้ ทางบริษัทก็ไม่มีทางที่จะส่งคุณไปทำเพราะความผิดพลาดของคุณอาจชี้เป็นชี้ตายบริษัทได้เลย และนั่นก็ย้อนกลับมาเป็นคำถามที่เกิดขึ้นตั้งแต่ในห้องสัมภาษณ์เลยค่ะ ว่าคุณสามารถทำอะไรได้ แล้วทำไมเขาต้องรับคุณเข้าทำงาน ในเมื่อเขาอาจจะมีตัวเลือกมากมาย มีผู้สมัครที่มีความรู้ ทักษะการทำงานที่เหมือนกันกับคุณมากมายแถมยังได้ภาษาซึ่งเป็นทักษะที่จะขับเคลื่อนให้องค์กรเติบโตเข้าสู่ Global Market ได้ ไม่เพียงแค่การเติบโตภายในประเทศเท่านั้น แล้วทำไมเขาต้องเลือกคุณ? เป็นไงคะ ทีนี้พอจะเห็นภาพมากขึ้นหรือยัง   


      

5.ความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง

relationship

Photo by Craig Adderley from Pexels

       เคยมีงานวิจัยตัวนึงระบุว่าคนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คนรอบข้างมักจะมีอายุยืนยาวกว่าคนที่มีปัญหาความสัมพันธ์ ในที่นี้ภัสไม่ได้หมายถึงแค่ความสัมพันธ์กับคนรักเท่านั้นนะคะ คนรอบข้าง ครอบครัว เพื่อนที่ทำงาน หรือบุคคลที่คุณมีปฏิสัมพันธ์ด้วย เพราะความสัมพันธ์ของคุณและพวกเขา ย่อมส่งผลโดยตรงต่อความเครียดและการใช้ชีวิตของคุณค่ะ เพราะฉะนั้นเรามาสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนรอบข้างและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในทุกๆ วันดีกว่าค่ะ


 

       และนี่ก็คือ 5 สิ่งที่ (ภัสเชื่อว่า) ควรมีให้ได้ก่อนอายุ 20 เพื่อเป็นพื้นฐานที่ดีให้กับชีวิตในวันข้างหน้าค่ะ สิ่งสุดท้ายที่ภัสอยากฝากไว้ก็คือจริงๆ แล้วชีวิตเรานั้นสั้นค่ะ อย่าเพิ่งนึกถึงคำว่า ‘ชาติหน้า’ ที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่ามีจริงหรือเปล่า แต่ให้ทำทุกอย่างในชาตินี้ให้ดีที่สุดค่ะ คุณมีเวลา 80 ปี คุณจะทำอะไรให้ชีวิตนี้มันอยู่อย่างคุ้มค้า และไม่ต้องมานั่งเสียใจตอนไม่มีแรงแล้วว่าทำไมตอนยังมีแรงไหวไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้ อย่าให้ตัวเองต้องการนั่งเสียใจทีหลังค่ะ