เวลาที่เราตั้งเป้าหมายในการทำอะไรซักอย่าง ตอนแรกเริ่มที่ตั้งเป้าหมายนั้น เราจะมีความมุ่งมั่นในการทำสิ่งนั้นเป้นพิเศษ แต่พอนาน ๆ ไป ทำไมความมุ่งมั่นตั้งใจเหล่านั้นมันกลับหายไปซะหมด นั่นก็เพราะวิธีคิดของเรายังไงล่ะ ที่พอเวลานานไปเรามักจะมีวิธีคิดที่มาบั่นทอนแรงบันดาลใจพาลไปถึงเป้าหมายที่มีก็ไม่ถึงตามที่ตั้งใจ วันนี้เราขอนำบทความ 5 สิ่งที่ควรเลิกทำซะ หากไม่อยากหมดแรงบันดาลใจมาฝากกัน จะมีอะไรบ้าง และตรงกับที่เพื่อน ๆ เป็นกันอยู่ไหม มาดูกันเลย

 

Can doภาพถ่ายโดย Donald Tong จาก Pexels https://www.pexels.com/th-th/photo/193821/

 

1. เลิกคิดว่าคุณทำไม่ได้

เวลาที่เราวางเป้าหมายอะไรไว้ เป็นธรรมดาว่าในช่วงแรก ๆ เรามักจะมีความมุ่งมั่นตั้งใจเป็นธรรมดา แต่การที่จะรักษาความมุ่งมั่นและแรงบันดาลใจเอาไว้ สิ่งสำคัญคือการรักษา Mindset ของเราให้ดีอยู่เสมอ ดังนั้น หากก่อนที่คุณจะสำเร็จตามเป้าหมาย มันมักจะเป็นเรื่องยากเสมอ จงอย่าคิดว่าคุณทำไม่ได้ เพราะคุณยังไม่ได้ลองทำมันไปจนสุดจนถึงผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ หากคุณสามารถเปลี่ยนวิธีคิดตัวเองด้วยการบอกว่า ฉันทำได้ ฉันทำได้ แม้มันจะยาก แต่จะทำให้ถึงที่สุด รับรองว่าแรงบันดาลใจที่มีจะไม่มีวันหมดอย่างแน่นอน

 

positiveภาพถ่ายโดย icon0.com จาก Pexels  https://www.pexels.com/th-th/photo/226579/

 

2.เลิกตั้งเป้าหมายไม่ชัดเจน

หากคุณตั้งเป้าหมายลอย ๆ ว่า เดือนนี้จะลดน้ำหนักให้ได้ แต่ไม่ได้ระบุออกมาอย่างชัดเจนว่าจะลดน้ำหนักไปกี่กิโลกรัมภายใน 1 เดือน คุณก็จะไม่มีทางที่ลดน้ำหนักได้สำเร็จ เพราะคุณไม่ชัดเจนในเป้าหมายตั้งแต่แรก การวางแผนเพื่อจะไปถึงเป้าหมายจึงยังเกิด เลยพาลหมดแรงบันดาลใจไปดื้อ ๆ  สิ่งที่คุณต้องทำคือ ประกาศกับตัวเองชัด ๆ ไปเลยว่าจะลดน้ำหนักกี่กิโลภายใน 1 เดือน เช่น เดือนนี้คุณจะลดน้ำหนักให้ได้ 3 กิโลกรัมใน 1 เดือน คำถามต่อไปที่สมองจะถามคุณต่อมาคือ "แล้วต้องทำอย่างไรบ้างถึงจะลดน้ำหนักได้สำเร็จ" จากนั้นวิธีต่าง ๆ จะเข้ามาหาคุณเป็นสเต็ป

 

passionภาพถ่ายโดย Burst จาก Pexels https://www.pexels.com/th-th/photo/374068/

 

3.เลิกวิ่งตามคนอื่นแล้วค้นหาตัวเอง

การมีคนอื่น ๆ เป็นแรงบันดาลในการทำสิ่งต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ นะคะ แต่หากเราเอาคน ๆ นั้นมาก็อปปี้ไปซะทุกอย่างจนแทบไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองต้องการจริง ๆ แล้วคืออะไร แถมกว่าที่เราจะประสบความสำเร็จเหมือนกับคน ๆ นั้น มันก็ช่างยากเย็นและใช้เวลาอย่างยาวนานจนถึงขั้นท้อไปเลยก็มี สุดท้ายก็จะหมดแรงบันดาลไปเลย ข้อแนะนำคือ การนำเอาวิธีคิด ทัศนคติในการทำสิ่งต่าง ๆ จนประสบความสำเร็จมาปรับใช้กับตัวเราเอง สุดท้ายแล้ว เราเองก็จะสามารถสร้างความสำเร็จในแบบของเราได้ แถมยังเป็นแรงบันดาลที่ดีให้กับคนอื่น ๆ ได้อีกด้วยน้า

 

4. เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นแล้วมาแข่งกับตัวเอง

หลายครั้งเรามักจะเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ๆ อยู่เสมอ ว่าเขาคนนั้นโชคดี มีโอกาสมากกว่าตัวเอง ทั้งที่ตัวเราเองไม่เคยรู้ลึกลงไปเลยว่า ก่อนที่คน ๆ นั้นจะมีได้อย่างที่คุณเห็นจากภายนอก เขาจะต้องผ่านอะไรมามากมายขนาดไหน ส่วนคุณเองก็มัวแต่เฝ้าเปรียบเทียบถึงความโชคดีของเขากับความโชคร้ายของตัวเองโดยที่ไม่ยอมทำอะไร สุดท้ายแม้แต่แรงบันดาลใจก็อาจจะไม่เหลือ ที่ยังเหลือคือการเฝ้าบั่นทอนกำลังใจตัวเองให้ลดลงไปเรื่อย ๆ นั่นเอง

 

Activeภาพถ่ายโดย Vlad Chețan จาก Pexels  https://www.pexels.com/th-th/photo/2923156/

 

5. เลิกหาข้ออ้างแล้วลงมือทำซะ

ว่ากันว่าหากเราเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองภายใน 21 วันติดต่อกัน มันจะกลายเป็นนิสัยของเราไปโดยอัตโนมัติ ดังนั้น หากต้องการมีแรงบันดาลแบบไม่มีวันหมด ขอแนะนำว่าให้ลงมือทำทันทีหากมีเป้าหมายที่แน่ชัดแล้ว เช่น คุณตั้งใจจะลดน้ำหนักภายใน 1 เดือนให้ได้ 3 กิโลกรัม วันรุ่งขึ้นคุณก็ควรจะไปออกกำลังกายโดยไม่มีข้ออ้าง ซึ่งการทำแบบนี้นอกจากที่คุณจะรู้สึกดีกับตัวเองที่ได้ลงมือทำแล้ว คุณจะยิ่งรู้สึกว่าตัวเองได้เดินเข้าใกล้เป้าหมายไปแล้วในทุก ๆ วัน แล้วแบบนี้แรงบันดาลดี ๆ จะหมดไปได้อย่างไร จริงไหม?

 

หวังว่าบทความนี้จะเป็นกำลังใจให้เพื่อน ๆ ที่มีเป้าหมายจะทำอะไรบางอย่าง แต่รู้สึกว่าเหนื่อย ไม่มีแรงบันดาล และไม่อยากจะลงมือทำอะไรเลยได้ลุกขึ้นมาทำอะไรดี ๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจดี ๆ กับตัวเองในทุก ๆ วันนะคะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีค่ะ

ภาพถ่ายโดย VisionPic .net จาก Pexels  https://www.pexels.com/th-th/photo/320007/

 

 

 

 

Advertisement

Advertisement