5 สิทธิตามกฎหมาย ที่ลูกจ้างต้องรู้เมื่อถูกเลิกจ้าง

สืบเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและถดถอยลงในปัจจุบัน โดยเฉพาะช่วงที่เกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้รายได้ในการผลิตและจำหน่ายสินค้าลดลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการจ้างงานของนายจ้างที่เป็นผู้ประกอบการเอกชน เพราะหากมีการดำเนินกิจการหรือประกอบการต่อไปในต้นทุนเท่าเดิม จำนวนลูกจ้างเท่าเดิม ทั้งที่รายได้ลดลง อาจทำให้นายจ้างขาดทุนสะสมอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ผู้ประกอบการหรือบริษัทเอกชนหลายราย เลือกที่จะเลิกจ้างลูกจ้างบางส่วน หรือถึงขั้นปิดกิจการถาวร จึงทำให้ประชาชนหลายท่านถูกเลิกจ้าง จากปัญหาดังกล่าว ลูกจ้างหลายท่านอาจยังไม่ทราบว่า การเลิกจ้างไม่ว่าในรูปแบบใด นอกจากท่านจะได้รับเงินเดือน เดือนสุดท้ายจากการทำงานแล้ว ท่านยังมีสิทธิเรียกให้นายจ้าง จ่ายเงินประเภทต่าง ๆ ได้ ตามสิทธิที่กฎหมายกำหนดอีกด้วย ส่วนจะเป็นเงินประเภทใดบ้างนั้น มาทำความเข้าใจกันเลย

Advertisement

Advertisement

1. สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

รูปเหรียญ-ธนบัตร

 

สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เป็นเงินที่กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างในสัญญาจ้างแรงงานที่ไม่ได้กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดของสัญญาไว้และนายจ้างได้เลิกลูกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้าทราบว่าจะเลิกจ้าง ดังนั้น ในกรณีที่นายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้าง นายจ้างมีหน้าที่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมายให้ลูกจ้างทราบในเมื่อถึงหรือก่อนถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่ง โดยให้มีผลเป็นการเลิกจ้าง เมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป หากนายจ้างไม่บอกกล่าวล่วงหน้าดังกล่าวแล้ว นายจ้างมีความรับผิดตามกฎหมายโดยจะต้องจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างเนื่องจากเลิกจ้างโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ซึ่งเงินจำนวนนี้เรียกว่า “สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า” อันเป็นสิทธิที่ลูกจ้างจะได้รับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 582 มาตรา 583 และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานมาตรา 17

Advertisement

Advertisement

 

2. ค่าชดเชย

รูปเงินเหรียญ

ค่าชดเชย เป็นเงินที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง นอกเหนือจากเงินประเภทอื่นที่นายจ้างตกลงให้แก่ลูกจ้าง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานมาตรา 118 วรรคหนึ่ง จำนวนเงินค่าชดเชยนี้มีอัตราแตกต่างกันไปตามแต่ระยะเวลาที่ลูกจ้างได้ทำงานให้นายจ้าง เริ่มตั้งแต่ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 120 แต่ไม่ครบหนึ่งปี ก็จะได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงาน 30 วันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย ส่วนอัตราค่าชดเชยที่ลูกจ้างได้รับตามกฎหมายจะมีตั้งแต่อัตรา 30 วัน หรือ 90 วัน หรือ 180 วัน หรือ 240 วัน หรือ 300 วัน หรือ 400 วันแล้วแต่กรณี ดังนั้น ถ้าลูกจ้างทำงานติดต่อกันครบ 20 ปีขึ้นไป ก็จะได้ค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงาน 400 วันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย นั่นเอง

Advertisement

Advertisement

 

3. ค่าชดเชยพิเศษเนื่องจากนายจ้างย้ายสถานประกอบการ

รูปโรงงาน การรื้อถอน

ค่าชดเชยพิเศษเนื่องจากนายจ้างย้ายสถานประกอบการเป็นเงินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2518 มาตรา 120 โดยนายจ้างต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างเนื่องจากการย้ายสถานประกอบการ ไปตั้ง ณ สถานที่อื่น และการย้ายนั้นมีผลกระทบสำคัญต่อชีวิตตามปกติของลูกจ้างหรือครอบครัว ดังนั้น หากนายจ้างจะย้ายสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องแจ้งการให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนย้ายสถานประกอบการ เพื่อให้ลูกจ้างมีเวลาตัดสินใจว่าจะตามไปทำงานกับนายจ้าง ณ สถานที่ทำงานใหม่หรือไม่ หากนายจ้างไม่แจ้งล่วงหน้าหรือแจ้งน้อยกว่า 30 วันนายจ้างจะต้องรับผิดจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่าค่าจ้าง 30 วันให้กับลูกจ้าง

 

4. ค่าชดเชยพิเศษเนื่องจากการนำเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีมาใช้แทนลูกจ้าง

รูปเครื่องจักร

กรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างเนื่องจากนำเอาเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีมาใช้เพื่อปรับปรุงหน่วยงาน กระบวนการผลิต การจำหน่าย หรือการบริหาร เป็นเหตุให้ต้องเลิกจ้างลูกจ้าง นายจ้างมีหน้าที่บอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้างทราบ 60 วัน และจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง หากนายจ้างไม่บอกเราล่วงหน้าหรือบอกเราน้อยกว่า 60 วัน นายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่ลูกจ้างค่าจ้างอัตราสุดท้าย 60 วันด้วย

 

5. ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

รูปการเลิกจ้าง

กรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่มีสาเหตุหรือมีสาเหตุแต่ก็ไม่ใช่สาเหตุจำเป็นหรือสมควรจนถึงกับต้องเลิกจ้างลูกจ้าง ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมจึงเป็นเงินตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ที่ศาลมีอำนาจสั่งให้นายจ้างต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้าง ที่เลิกจ้างโดยไม่สมควรหรือโดยไม่มีเหตุผลเพียงพอ เช่น นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างก่อนครบกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม หากมีข้อพิพาทขึ้นมาสู่ศาล ศาลก็จะมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าเสียหายชดใช้ให้แก่ลูกจ้าง โดยคำนึงถึงอายุของลูกจ้าง ระยะเวลาการทำงานของลูกจ้าง ความเดือดร้อนของลูกจ้างเมื่อถูกเลิกจ้าง มูลเหตุแห่งการลูกจ้าง และเงินค่าชดเชยที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับมาประกอบการพิจารณาในการจ่ายค่าเสียหาย

 

ภาพปกรูปผู้ชายและผู้หญิงจาก  https://pixabay.com

รูปภาพจาก https://pixabay.com

รูปภาพจาก https://pixabay.com/th

รูปภาพจาก https://pixabay.com/th

รูปภาพจาก https://pixabay.com/th

รูปภาพจาก https://pixabay.com