หลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “มนุษย์เป็นสัตว์สังคม” ซึ่งประโยคนี้มีที่มาจาก อริสโตเติ้ล นักปราชญ์ของกรีกซึ่งได้กล่าวเอาไว้ว่า “ Human being is social animal ” ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่ามนุษย์จำเป็นจะต้องอาศัยพึ่งพาเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเองและอยู่ร่วมกันเป็นสังคม ซึ่งการอยู่ร่วมกันอย่างไรให้มีความสุขนั้น หลายๆ คนเจอประสบการณ์การใช้ชีวิตและเติบโตมาในมุมมองที่แตกต่างกัน การจะอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งของสังคมมนุษย์  วันนี้เรามี 5 วิธี การอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขเพื่อให้คนรอบข้างทำดีต่อเรา ไปดูกันเลยครับว่าจะมีวิธีใดบ้าง

1

1. ไม่ควรทำเรื่องที่เราไม่ชอบกับผู้อื่น

คนเราหากเคยพบเจอหรือโดนกระทำเรื่องใดที่กระทบต่อจิตใจมา สิ่งเหล่านั้นจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้น หรือท้ายที่สุดเรามักจะกลายเป็นคนคนนั้น ในจุดๆ หนึ่ง เช่น ถ้าหากเราโดนทำร้ายความรู้สึกจากเพื่อนคนหนึ่งในครั้งแรกหากเราสามารถปล่อยวางและให้อภัยเขาได้ ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี แต่หากเราโดนการกระทำแบบนี้หลายๆครั้ง ไม่ว่าจะมาจากคำพูดหรือการกระทำ ความอดทนในจิตใจของคนเราจะสั่งการให้เราเข้มแข็งและป้องกันตัวเองโดยการสั่งการให้เรากลายเป็นคนที่ไม่แคร์ความรู้สึกผู้อื่นและทำร้ายความรู้สึกของผู้อื่นโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน  ดังนั้นหากมีเรื่องใดที่เราพบเจอหรือไม่ชอบอะไร จงอย่าทำสิ่งนั้นต่อบุคคลอื่น เพราะบางที การเอาใจเขามาใส่ใจเราก็เป็นเรื่องสำคัญต่อการอยู่ร่วมกันในสังคมโดยเฉพาะคนรอบข้างและคนใกล้ตัวเราครับ

2

2. ยอมรับฟังมุมมองตัวเราจากการมองของคนอื่น

มนุษย์จะมีนิสัยสำคัญอย่างหนึ่งคือความเห็นแก่ตัว เคยสังเกตกันไหมครับว่าเรามักจะมองเห็นความผิด และด้านไม่ดีของคนอื่นเสมอ แต่ถ้าเราเป็นคนทำผิดซะเอง เรามักยกโทษให้ตัวเองได้ทุกครั้ง จนเกิดเป็นนิสัย เพราะหลายคนคิดว่านี่มันเป็นนิสัยส่วนตัวของฉัน ฉันเป็นคนแบบนี้ คุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินว่าฉันเป็นคนอย่างไร ดังนั้น คุณอาจกลายเป็นคนที่มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวเอง จนทำให้คนรอบข้างรู้สึกอึดอัด การรับฟังมุมมองของผู้อื่นว่าเราเป็นคนอย่างไร จะทำให้เราเห็นมุมมองของผู้อื่นที่มองเข้ามาในตัวเรา เพราะเรามักจะไม่เคยเห็นนิสัยตัวเอง เหมือนเช่น  เราไม่เห็นใบหน้าและรูปร่างของตัวเอง หากเราไม่ส่องกระจก การรับฟังผู้อื่นก็เหมือนเช่นการส่องกระจก จงรับฟังด้วยความเต็มใจ เปิดใจรับฟัง และคิดซะว่าเขาคือกระจกสะท้อนตัวตนของเรา เพราะบางครั้งหากเราเผลอทำเรื่องไม่ดีออกไป เราจะได้ปรับปรุงตัวได้และเป็นที่รักต่อคนรอบข้างได้ไม่ยาก

3

3. จงรู้จักขอโทษด้วยความจริงใจและจงรู้จักการให้อภัยให้เป็น

การขอโทษเป็นสิ่งสำคัญมากต่อความรู้สึกของคนรอบข้าง หากเราทำผิด เรื่องง่ายๆที่เราควรแก้ไขคือการปรับปรุงในสิ่งที่เราทำผิดพลาด โดยการทำให้เขารู้สึกว่าเรารู้สึกเสียใจจริงๆ ต่อการกระทำ การขอโทษก่อน ไม่ใช่ว่าเราเป็นคนผิดเสมอไป ถ้าเราทะเลาะกับคนใกล้ตัวหรือเพื่อนสนิทหากมัวคิดว่า ฉันไม่ใช่คนผิด ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับการกระทำจะส่งผลให้ตัวเราเองและมิตรภาพถูกทำร้ายไปได้ง่ายๆ ดังนั้นการพูดขอโทษด้วยความจริงใจ หรือการยอมรับที่จะปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดจะช่วยให้คนรอบตัวเรารู้สึกถึงความจริงใจในการอยู่ร่วมกันและสิ่งที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ การเปิดใจให้อภัยต่อกันและกัน ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้คนรอบข้างเรารับรู้ถึงการรู้จักยอมรับและรับฟังซึ่งกันและกัน และนั่นจะทำให้คนรอบข้างทำดีต่อเราได้ไม่ยาก

4

4. รู้จักรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และรู้จักการใช้เหตุผลในการแสดงความคิดเห็น

แน่นอนครับการรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เป็นเรื่องสำคัญในการอยู่ร่วมกันเป็นอย่างมากคนเรามักจะมีความคิดเป็นของตัวเองกันทุกคน เราอยากให้ผู้อื่นฟังความคิดเห็นหรือทัศนะของเรา คนอื่นก็อยากให้ฟังความคิดและทัศนะของเขาเช่นกัน ดังนั้น การเป็นผู้พูดที่ดี ก็คือการเป็นผู้ฟังที่ดีด้วยเช่นกัน และหากเราเชื่อว่าความคิดของคนอื่นไม่ถูกต้อง จงใช้เหตุผลว่าทำไมเรื่องที่เขาคิดและพูดออกมาเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง และจงอธิบายว่าทำไมความคิดของเราจึงควรได้รับการยอมรับ ในขณะเดียวกัน การพูดคุยนั้นควรเป็นไปด้วยการปรับความคิดให้สามารถเข้ามาเจอกันตรงกลางได้ทั้งสองฝ่าย การรู้จักใช้เหตุผลในการพูด และการฟัง การปรับความคิดให้สามารถอยู่ร่วมกับคนรอบข้างนั้นจะช่วยให้เราเป็นคนที่ได้รับการยอมรับต่อคนรอบข้างได้ไม่ยาก

5

5. รู้จักถามความรู้สึกของผู้อื่นบ้าง

หากเราอยากให้ผู้อื่นทำดีต่อเรา จงรู้จักรับฟังความรู้สึกของผู้อื่น ว่าสิ่งที่เราทำลงไปเขารู้สึกอย่างไร เพื่อลดความอึดอัดในการอยู่ร่วมกับเรา ซึ่งสิ่งนี้เป็นประโยชน์ที่ดีต่อตัวเราเอง เพราะการรับรู้ความรู้สึกผู้อื่นเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยลดความอึดอัดของคนอื่นตัวเราที่ในบางครั้งเราเผลอทำเรื่องไม่ดีต่อคนรอบข้าง เช่น หากเรามีเพื่อนสนิทอยู่หนึ่งคน ซึ่งเพื่อนคนนี้รักและไว้ใจเรามาก แต่เราเผลอไปแกล้งและทำลายความรู้สึกของเขา บางทีเขาอาจจะไม่ได้พูดออกมาว่ารู้สึกอย่างไร แต่ถ้าเราสามารถรับรู้ได้ว่า เขารู้สึกไม่โอเคต่อการกระทำนั้น หากรู้จงอย่าทำแบบนั้นต่อเขาอีก และที่สำคัญจงวิธีในข้อที่ 3 ในการรักษาความรู้สึกของคนรอบข้าง และมิตรภาพอยู่เสมอ ที่สำคัญอย่าทำผิดเป็นครั้งที่สอง เพื่อให้ผู้อื่นรู้สึกดีต่อเรา หรือสิ่งหนึ่งที่ช่วยได้ในกรณีที่เราไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกของคนรอบข้างได้ จงถามว่าเขารู้สึกอย่างไร ต่อการกระทำนั้น เพราะบางทีเราอาจะเผลอทำให้สิ่งที่เราไม่ได้ตั้งใจลงไป

            ครับและนี่คือ 5 วิธีง่ายๆ ที่จะรักษาความรู้สึกของคนรอบข้างให้เขาทำดีต่อเรา ซึ่งความจริงแล้ว 5 วิธีนี้เป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ด้วยตัวเองไม่ยาก เพราะหากคนเราเคยพบเจอเหตุการณ์แบบไหน สมองจะสั่งการให้เรากลายเป็นคนแบบนั้น ทั้งต่อตัวคนที่มาทำร้ายเราและคนรอบข้างเรา โดยที่เราไม่รู้ตัวหากสมองพูดได้ในภาษาของมนุษย์มันจะแปลความออกมาได้ว่า "ทีเธอยังทำร้ายฉันได้เลย ทำไมฉันจะทำแบบนั้น เป็นคนแบบนั้นต่อคนอื่นบ้างไม่ได้" และถ้าคนเราปฏิบัติต่อกันเช่นนี้เรื่อยๆ มันก็จะวนเวียนอยู่แบบนี้ในสังคมของมนุษย์ ส่งผลให้สังคมโลกเราเริ่มเสื่อมลงเรื่อยๆ ดังนั้น ถ้าอยากให้ใครปฏิบัติตัวแบบไหนต่อเรา อยากให้เขาแคร์ความรู้สึกเราจงแคร์ความรู้สึกต่อเขาและทำตัวแบบนั้นต่อเขา อยากให้เขารักก็จงทำดีและมอบความรักให้แก่เขา อยากให้เขาพูดดีด้วย ก็จงพูดจาดีและไพเราะต่อผู้อื่น การจริงใจต่อผู้อื่น มักได้รับความจริงใจตอบแทน หากโลกนี้มีคำว่าแก้แค้น อาฆาต พยาบาท อีกมุมหนึ่งก็จะมีสิ่งตรงข้ามที่จะส่งผลต่อการกระทำของเราตอบแทนเช่นกัน ถ้าทำได้แบบนี้แล้วเราจะสามารถอยู่ร่วมกับคนรอบข้างอย่างมีความสุข และคนรอบข้างก็จะทำดีกับเราได้ไม่ยากครับ