1. โคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10)

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกตัวที่มีอยู่ในร่างกายอยู่เเเล้ว เเต่เมื่อเวลาผ่านไปปริมาณก็จะลดลง โคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10) ช่วยป้องกันเซลล์จากการถูกทำลายโดยรังสียูวีจากแสงแดด และช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้

อาหารที่มักพบโคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10) เช่น ปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล ปลาทูน่า เครื่องในสัตว์ เฉพาะส่วนหัวใจ ตับ ไต เนื้อวัว

แต่ละวันควรบริโภคโคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10) อยู่ที่ 20-30 มิลลิกรัม โดยเเนะนำให้กินหลังอาหาร กินร่วมกับอาหารที่มีไขมัน เพราะโคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10) ละลายได้ดีในไขมัน หากได้รับโคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10) น้อยเกินไป อาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย จากการที่เซลล์ไม่สามารถสร้างพลังงานอย่างเพียงพอทั้งภายนอกและภายในร่างกาย และมีผลให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง

Advertisement

Advertisement

เครดิตภาพนี้ คือhttps://pixabay.com/th/photos/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5-%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5-3249565/

2. วิตามินซี (Vitamin C)

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระเเละป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระ เป็นวิตามินที่ละลายน้ำได้ วิตามินซีช่วยกระตุ้นการสร้างของคอลลาเจน จึงสามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ด้วย เเละวิตามินซียังสามารถลดการผลิตของเม็ดสีเมลานินในชั้นผิว จึงสามารถช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิว

อาหารที่มักพบวิตามินซี (Vitamin C) เช่น ในผักและผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว 

  • ส้ม,
  • เกรฟฟรุ๊ต,
  • พริกหวานสีแดงและสีเขียว
  • และบรอกโคลี เป็นต้น

เครดิตภาพนี้ คือhttps://pixabay.com/th/photos/%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1-%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B9%8C-%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%A7-1995056/

3. วิตามิน อี (Vitamin E)

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น ลดรอยเเผลเป็น อาหารที่มักพบวิตามินอี (Vitamin E) เช่น ในน้ำมันพืช ธัญพืช ไข่เเดง เป็นต้น

แต่ละวันควรบริโภควิตามิน อี (Vitamin E) ในผู้ชายอยู่ที 300 IU เเละในผู้หญิง 250 IU โดยเเนะนำให้กินหลังอาหาร กินร่วมกับอาหารที่มีไขมัน เพราะวิตามิน อี (Vitamin E) ละลายได้ดีในไขมัน

Advertisement

Advertisement

เครดิตภาพนี้คือ https://pixabay.com/th/photos/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B5-%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%9B%E0%B8%8B%E0%B8%B9%E0%B8%A5-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%94%E0%B8%B5-3091394/

4. สังกะสี (Zinc)

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยในการสร้างโปรตีนและเอนไซม์ ต้านการอักเสบ ทั้งยังมีบทบาทสำคัญต่อการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังและเส้นผม ช่วยรักษาสมดุลของปริมาณไขมันในผิวหนัง จึงช่วยลดการอุดตันของไขมันที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว 

อาหารที่มักพบสังกะสี (Zinc) เช่น อาหารทะเลประเภทหอยนางรม หอยแมลงภู่ รวมถึงปลาทะเล เช่น ปลาซาร์ดีนหรือปลาแซลมอน, ตับ, ถั่ว เเละเมล็ดพืช,ไข่และผลิตภัณฑ์จากนม

เครดิตภาพนี้ คือhttps://pixabay.com/th/photos/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87-1348503/

5. สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape seed)

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพที่ดีกว่าวิตามินซีเเละวิตามินอี เสริมสร้างการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว เเละทำให้ผิวมีความเเข็งเเรงขึ้น เพิ่มความยืดหยุ่นของผิวด้วยการสร้างคอลลาเจนเเละอีลาสติน  

Advertisement

Advertisement

ควรรับประทานอยู่ที่ 100-300 มิลลิกรัมต่อวัน ช่วงเวลาที่ดูดซึมดีที่สุด คือ ช่วงเช้า เครดิตภาพนี้ คือhttps://pixabay.com/th/photos/%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B9%80%E0%B8%96%E0%B8%B2-%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89-%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C-553464/

ภาพปกจากแอปพลิเคชัน : Picsart

เครดิต ภาพที่ 12 / 3 / 4 /