เป็นหัวหน้าหรือเป็นเจ้านายอย่างเราก็ลำบากเวลาจะติเตือนลูกน้องแต่ละทีเวลาที่ได้งานไม่โอเคหรือลูกน้องผิดพลาดเราก็จะต้องพูดตามจริงว่าคำพูดที่เราติเตือนเขา ลูกน้องบางคนที่รับฟังและสามารถเอาคำเหล่านั้นไปปรับแก้ไขตัวเองแก้ไขผลงานให้ดีมากขึ้น และก็อาจจะมี หลาย ๆ บางคนที่อาจจะมองแง่ลบกับเจ้านายอย่างเราทั้ง ๆ ที่เราหวังดีใช่ไหมหรือเราอาจจะเหวี่ยง,วีนใส่พวกเขามากจนเกินเหตุไปเยอะก็กลายเป็นว่าลูกน้องไม่กล้าคุยไม่กล้าพูดไม่กล้าถามอะไรเรา ถ้าใครที่อยากเป็นเจ้านายที่ลูกน้องรักหรือลูกน้องเคารพด้วยใจจริงลองปฏิบัติตามนี้ดูนะคะอาจจะช่วยคุณได้ 


 1.  มีความเป็นผู้นำ 

.ขอบคุณภาพ

https://www.pexels.com/th-th/photo/3285203/

ลูกน้องทุกคนก็ต้องการหัวหน้าที่มีความเป็นผู้นำกันทั้งนั้นแหละไม่จำเป็นต้องมีความเป็นผู้นำสูงแต่ก็ขอให้เป็นคนคอยนำไม่ใช่ที่อะไรก็จะให้ลูกน้องนำทางหรือเวลาผิดพลาดอะไรก็ลูกน้อง เพราะในเมื่อคุณถูกคัดเลือกให้เป็นหัวหน้างานแล้วนั้นแปลว่าคุณก็คือผู้นำของพวกเขาคุณคือคนที่ต้องมีความรับผิดชอบ ลูกน้องที่อยู่ในสังกัดคุณทั้งหมด ไม่ได้หมายความว่าทำผิดแล้วคุณต้องเป็นคนผิดแทนแต่คือว่าคุณต้องดูตามความเหมาะสม เช่นเวลาทำงานคุณพาทำ เวลาพักพาลูกน้องพัก ไม่ใช่ให้ลูกน้องทำแล้ว ตัวคุณพักมันคงดูไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ 

Advertisement

Advertisement

 

 2. เป็นกลางไม่ลำเอียง 

.ขอบคุณภาพ

https://www.pexels.com/th-th/photo/1181619/

การเป็นหัวหน้านั้นความไม่ลำเอียงใส่ลูกน้องเป็นคุณสมบัติที่สำคัญมากอยู่ เพราะว่าบางทีเราอาจจะมีลูกน้องที่รักของเราอยู่แล้ว แต่เขาอาจจะทำผิด และเราจะมองข้ามไปไม่ได้เพราะว่ายังมีลูกน้องอีกหลายคนที่เขาทำผิดแล้วเราก็ตักเตือนไปตลอดมันจะไม่เป็นความยุติธรรมให้กับลูกน้อง หรืออาจจะให้ลูกน้องส่วนใหญ่ที่ไม่เข้าตาคนหรือที่ไม่เป็นที่รักของคุณนั้นจะรู้สึกไม่โอเครู้สึกไม่ดีกับหัวหน้าแบบคนก็ได้

Advertisement

Advertisement

 

 3. เป็นคนมีเหตุผล

.ขอบคุณภาพ

https://www.pexels.com/th-th/photo/3184307/

ก่อนที่เราจะดุหรือติเตือนในเวลาที่งานมันผิดพลาดหรือมีเหตุการณ์อะไรที่เราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์เราก็ควรที่จะฟังก่อน ทุกครั้งเพราะบางทีมันอาจจะไม่ได้เป็นแบบที่คุณคิดหรือได้ยินมาสิ่งที่สำคัญคือเราต้องสอบถามลูกน้องของเราก่อนว่ามันเป็นแบบนั้นจริงไหมถ้ามันเป็นจริงเราก็ค่อยจัดการ ตามมาตรฐานของบริษัทไป เพราะบางทีที่ลูกน้องเขาทำแบบนั้นอาจจะมีเหตุผลที่พอฟังขึ้นก็ได้

 

 4. แยกแยะเรื่องงานเรื่องส่วนตัว 

.ขอบคุณภาพ

https://www.pexels.com/th-th/photo/3184357/

บางทีเราอาจจะมีเรื่องที่รู้สึกไม่ดีกับลูกน้องคนนั้นแต่ถ้าเวลาที่มีการต้องร่วมงานด้วยกันหรือเวลาอยู่ในเวลาทำงาน เราก็ควรแยกแยะให้ออกเราไม่ควรเอาเรื่องส่วนตัวที่เรารู้สึกไม่ดีต่อกันมาปนเพราะจะทำให้งานไม่ราบรื่นแล้วยังทำให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นหรือลูกน้องคนอื่นรู้สึกอึดอัดไปอีกเป็นสิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจเลยว่าเราควรแยกแยะให้ออก หรือเราไม่ควรตัดสินใครเพราะว่าเรามีความอคติกับเขาอยู่แล้ว

Advertisement

Advertisement

 

 5. ชื่นชมในบางโอกาส 

.ขอบคุณภาพ

https://www.pexels.com/th-th/photo/3184291/

บางทีเวลาที่งานผ่านหรือถูกใจลูกค้าตามที่ลูกค้าต้องการหรือลูกน้องทำตามคำสั่งแล้วผลลัพธ์มันออกมาเป็นที่น่าพอใจ เราก็ควรออกปากชมเขาบ้าง คำชมที่ออกมาจากใจจริงของเรา เล็ก ๆ น้อย ๆ พวกเขาก็มีแรงฮึด มีกำลังใจที่จะทำงานให้เราต่อไป หรือบางทีที่งานอาจจะมีการผิดพลาดช่วงเวลานั้นเขาต้องกลัวเราว่าอยู่แล้ว เราควรเปลี่ยนคำด่าเป็นการให้กำลังหีือตักเตือนแต่พอดีก็พอ และถ้ายิ่งถ้าคนนั้นเขาไม่ได้ทำพลาดบ่อย ๆ ก็ควรพูดกับเขาดี ๆ เพราะเขาอาจจะกลัวคุณไปแล้วก็ได้  


อยากให้ลูกน้องรักคุณจากใจ คุณก็ควรใช้ใจกับเขาบ้างเพราะเราก็พึ่งเขาทำงานให้ส่วนเขาก็พึ่งเรา ถ้าอยากได้งานออกมาดีก็ลองลดอารมณ์ดู 


 

 ขอบคุณภาพหน้าปก

 https://www.pexels.com/th-th/photo/3183186/