เพื่อน ๆ ทุกคนพอจะรู้กันไหมครับว่า บรรดาคนที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองได้สําเร็จนั้นล้วนมีคุณสมบัติบางอย่างที่เหมือนกัน

เพื่อน ๆ พอจะรู้กันไหมครับว่ามันคืออะไร ใช่แล้วครับ คนพวกนั้นมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ ความสามารถในการเอาชนะ "ความขี้เกียจ" นั้นเองครับ ถ้าเพื่อน ๆ สามารถเอาชนะความขี้เกียจได้เพื่อน ๆ ก็จะทําสิ่งต่าง ๆ ที่เพื่อน ๆ ต้องการได้มากยิ่งขึ้นและโอกาสที่เพื่อน ๆ จะมีชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการก็จะเพิ่มมากขึ้นอีกด้วยครับ

เอาหละครับ ในบทความนี้ผมได้เขียน 5 วิธีที่จะช่วยให้เพื่อน ๆ นั้นขี้เกียจน้อยลงครับ

 

 

ภาพประกอบ

ภาพจาก: https://www.pexels.com/th-th/photo/3769013/

1.อย่าคาดหวังว่าตัวเองในอนาคตจะลงมือทำ

เพื่อน ๆ น่าจะเคยได้ยินไม่ก็เป็นคนพูดเองมาก่อนนะครับ กับคําพูดประมาณนี้ว่า "เดี๋ยวค่อยทํา" แน่นอนว่าคํา ๆ นี้เป็นคํายอดฮิตของใครหลาย ๆ ที่เป็นสาวกแห่งความขี้เกียจ ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน(ฮา) แต่แท้จริงแล้วความรู้สึกแฝงที่อยู่เบื้องหลังคําพูดพวกนี้คือ "ถ้าเก็บไว้ทําทีหลังเราก็น่าจะทําได้" ไม่ก็ "น่าจะทําเสร็จเร็วอยู่แล้ว" แต่ในความเป็นจริงแล้วมันจะไม่เป็นอย่างนั้นหรอกครับ ส่วนใหญ่จะจบลงที่ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันในตอนสุดท้ายตลอดครับ ถึงจะไม่ทําตอนนี้แล้วไปทําตอนหลัง สถานการณ์ก็แทบจะไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอกครับอย่าให้จิตใจของเรา มาหลอกเราได้ว่า อนาคตมันจะดีกว่าปัจจุบันครับ เพราะถ้าไม่เริ่มตั้งแต่ตอนนี้อนาคตมันก็ไม่ได้จะดีไปกว่านี้หรอกครับ

Advertisement

Advertisement

 

 

รูปประกอบ

ภาพจาก: https://www.pexels.com/th-th/photo/viber-whatsapp-177707/

2.กําจัดสิ่งเร้ารอบตัวออกไป

เรื่องนี้เพื่อน ๆ ต้องคอยสังเกตุตัวเองดี ๆ ครับว่าตัวเองมีพฤติกรรมยังไง เพราะแต่ละคนก็มีสิ่งที่คอย รบเร้าเราไม่ให้ทําบางสิ่งบางอย่าง ที่ไม่เหมือนกันครับ เมื่อเพื่อน ๆ ดูออกแล้วว่าสิ่งนั้นมันคืออะไรที่คอยรบกวนเราอยูบ่อย ๆ ก็ให้เพื่อน ๆ ค่อย ๆ กําจัดมันออกไปครับ เพื่อที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การลงมือทําของเพื่อน ๆ ให้ได้มากที่สุดครับ

Advertisement

Advertisement

 

 

รูปประกอบ

ภาพจาก: https://www.pexels.com/th-th/photo/1476321/

3.ย่อยงานให้เล็กลงและอย่าคิดอะไรแบบรวบยอด

เพื่อน ๆ อาจจะเคยตั้งเป้าหมายอะไรซักอย่างแล้วพอมาคิดถึงมันดูอีกทีแล้วก็พบว่ามันดูใหญ่และดูยากมากกว่าในตอนแรกที่คิดไว้ ทําให้เกิดความรู้สึกไม่อยากทําและขี้เกียจขึ้นมาเลยในทันที นั้นก็เป็นเพราะเพื่อน ๆ คิดภาพที่มันใหญ่เกินไปจนลืมดูรายละเอียดของมันครับ โดยส่วนใหญ่แล้วงานพวกนี้ถ้าค่อย ๆ จับมันมาย่อยออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ และจัดลําดับขั้นตอนให้มัน ก็จะช่วยให้มันดูง่ายขึ้นมาเยอะเลยครับ ตั้งเป้าให้ใหญ่และให้เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ครับ

Advertisement

Advertisement

 

 

รูปประกอบ

ภาพจาก: https://www.pexels.com/th-th/photo/212286/

4.อย่าเริ่มต้นจากศูนย์

การที่เราจะเริ่มทําอะไรซักอย่าง บางทีถ้าต้องเริ่มจากไม่มีอะไรเลยก็จะทําให้รู้สึกท้อแท้และขี้เกียจมาก ๆ เลยใช่ไหมหละครับ นั้นแหละครับเราเลยต้องรู้จักใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เคยประสบความสําเร็จแล้วในอดีต ทั้งของตัวเราเองและของคนอื่น มาประยุกต์ใช้ และยิ่งในยุคนี้ที่ข้อมูลและความรู้ไม่ใช่เรื่องที่หายาก ถ้าเรารู้จักใช้มันปรับปรุงมันหรือทําให้มันดีขึ้น ก็จะช่วยให้การทําสิ่งนั้น ๆ ออกมาได้ไม่ยากเย็นเท่าในตอนแรก และเราก็จะมีความรู้สึกขี้เกียจน้อยลงด้วย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราควรไปเอาของคนอื่นมาเป็นของ ของตัวเองนะครับ

 

 

รูปประกอบ

ภาพจาก: https://www.pexels.com/th-th/photo/h2o-1295138/

5.ปริมาณงานที่ทําต้องกําลังดี

เพื่อน ๆ เคยลองแกว่งมือไปมาในอ่างนํ้าไหมครับ สังเกตรึเปล่าว่า ถ้าเราแกว่งมือด้วยความเร็วที่พอเหมาะ เราก็จะสร้างระลอกคลื่นลูกใหญ่ออกมาได้ ถ้าแกว่งช้าไปก็จะไม่เกิดคลื่น เร็วไปก็จะสร้างคลื่นได้ลําบาก การจะสร้างคลื่นลูกใหญ่ได้ต้องอาศัยความเร็วที่พอเหมาะ และนี้แหละครับการหาคลื่นลูกใหญ่ของเราให้เจอนั้นก็จะช่วยให้เราขี้เกียจน้อยลง หรือก็คือ การรู้ปริมาณงานที่พอดีต่อตัวเราจะช่วยให้เรารู้สึกอยากทํามากขึ้น ยกตัวอย่าง เหมือนกับการที่เราฝึกท่องคําศัพท์ภาษาอังกฤษถ้าเราท่องวันละคํามันก็จะดูง่ายเกินไปจนไม่มีแรงจูงใจที่จะทําต่อ แต่ถ้าเราท่องวันละร้อยคํามันก็จะยากเกินไปจนทําไม่ไหว ดังนั้นเราต้องหาปริมาณที่พอเหมาะกับตัวเราให้เจอครับ

สุดท้ายแล้วนี้ก็เป็นแค่เพียงเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ การที่เราจะเลิกขี้เกียจได้นั้นต้องอาศัยความอดทนครับ ค่อย ๆ ลดช่วงเวลาที่ตัวเราขี้เกียจลงไปที่ละนิด ๆ จนสุดท้ายเราก็จะขี้เกียจน้อยลงเองนั้นแหละครับ

ขอให้เพื่อน ๆ ทุก ๆ คนพยายามต่อไปนะครับ.