ตั้งแต่มีวิกฤตโควิด-19 ก็ไม่รู้จะทำอะไร เพลงก็ฟังบ่อย หนังก็ดูจนเบื่อ ข่าวก็เห็นจนเครียดแล้ว! ถ้าอย่างนั้นลองเปลี่ยนไปทำอะไรที่สร้างสรรค์ดูไหม อย่างเช่น "การเขียนนิยาย" ช่วยเบี่ยงความสนใจจากเรื่องเครียด และยังช่วยเสริมสร้างจินตนาการด้วยนะ

วันนี้เรานำขั้นตอนง่าย ๆ สำหรับคนที่อยากเริ่มเขียนนิยายมาฝาก รับรองไม่ยาก และแถมตัวอย่างการนำเทคนิคไปใช้จริงด้วยในตอนท้าย จะได้เห็นภาพชัด ๆ พร้อมแล้วไปดูกันเลย!

ภาพหนังสือ

5 ขั้นตอนการเขียนนิยาย


1. เลือกแนวนิยายจากหนังที่ชอบดู

เริ่มจากการสำรวจตัวเองว่า ตัวเองชอบหนังแนวอะไร จะได้เริ่มเขียนจากแนวที่เราชอบ เพราะเรามีประสบการณ์ดูเยอะอยู่แล้ว เราจะรู้ว่าหนังแนวโปรดดำเนินเรื่องอย่างไรให้น่าติดตาม แบบไหนถึงเรียกว่าสนุก และพอเราดูหนังแนวนั้นบ่อย ๆ เราก็จะเห็นไอเดียแปลกใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครเขียน เราก็ลองหยิบมาเขียนเล่นได้เลย ส่วนใครที่ยังไม่มีไอเดียดีๆ สามารถเปิดหนังดูได้ฟรีผ่าน True ID หรือ Netflix ได้เด้อ

Advertisement

Advertisement

2. เริ่มเรื่องจากปัญหาชีวิตตัวเอง

หลังจากได้แนวที่อยากเขียนแล้ว ก็เริ่มเรื่องจากปัญหาชีวิตตัวเองก่อนเลย เพราะเป็นเรื่องที่เรารู้ดีที่สุด จะได้ไม่ต้องเสียเวลาคิดเยอะ เอาเรื่องที่ตัวเองอัดอั้นตันใจ จะเป็นปัญหาครอบครัว ตกงาน ติดโควิด แฟนทิ้ง หรือแอบรักใครก็ได้ ถามใจตัวเองว่ามีปัญหาอะไรในชีวิต และลองหยิบมาแต่งดูให้เป็นเรื่องเป็นราว

ภาพโทรทัศน์ มีnetflixบนจอ

3.สร้างตัวละครจากคนรอบข้าง

เมื่อได้พล็อตเรื่องแล้ว ก็เอาคนรอบข้างมาสร้างเป็นตัวละครเลย เพราะการเอาคนรอบข้างมาเป็นต้นแบบ จะทำให้ตัวละครมีความสมจริง มีมิติยิ่งขึ้น อย่างเช่น สร้างตัวเอกเป็นตัวเราเอง เราก็จะรู้นิสัยใจคอของเราดี จะทำให้ไม่เสียเวลาคิด ปมปัญหา อุปนิสัย ความชอบ ความฝันของตัวละคร รวมทั้งการพูดโต้ตอบด้วย ส่วนตัวประกอบอื่น ๆ ก็ดึงคนรอบข้างมาสร้างซะเลย

Advertisement

Advertisement

4. ดำเนินเรื่องตามใจปรารถนา

เมื่อได้ตัวละครและปัญหาแล้ว ก็ดำเนินเรื่องตามใจชอบเลย จุดเน้นของการดำเนินเรื่องคือ "การคลี่คลายปัญหาของตัวละคร" อยากให้ตัวละครทำอะไรให้อิงจากสิ่งที่เราอยากให้เป็น ไม่ต้องเน้นความเป็นจริง และสิ่งที่เป็นไปได้ เพราะมันคือนิยายของเรา เราคือพระเจ้า มีสิทธิ์กำหนดชะตาชีวิตด้วยตัวเราเอง เอาที่เราคิดว่าสนุกและลุ้นไปกับมัน

ภาพหนังสือ

5. สร้างตอนจบจากเป้าหมายในชีวิตตัวเอง

ตอนจบตัวเอกต้องแก้ไขปมปัญหาในตอนแรกให้ได้ หรือมีแนวทางง่าย ๆ ก็คือ "ให้เรานึกถึงเป้าหมายหลักในชีวิตที่เราอยากทำสำเร็จ" และเอาเป้าหมายนั้นไปใส่ให้ตัวเอกของเรา เท่านี้ก็จะรู้แนวโน้มว่าจะเดินเรื่องยังไงให้มาถึงตอนจบแบบไม่หลงทาง เช่น ปัญหาตัวเอกคือพ่อแม่เป็นหนี้นอกระบง เขาจึงพยายามไปแข่งรถจนชนะ สุดท้ายเขาก็ทำสำเร็จ ปลดหนี้ให้พ่อแม่ได้ และยังมีบ้านหลังใหญ่โต อยู่อย่างมีความสุข

Advertisement

Advertisement

คนอยู่บนยอดเขา

ตัวอย่างการสร้างพล็อตเรื่อง


ชอบหนังแนว : แฟนตาซี , เวทมนตร์

ปัญหาชีวิต : กำลังตกงาน

เป้าหมายชีวิต : ได้งานดีๆทำ

ตัวละคร : - ตัวเอก (สร้างจากตัวเรา)
- เพื่อนสนิทตัวเอก (สร้างจากเพื่อนเรา)
- พ่อมดที่เป็นตัวร้าย (สร้างจากเจ้านายที่เราเกลียด)

เริ่มเรื่อง : วันหนึ่งตัวเอกตกงาน กลับมาบ้านด้วยความหดหู่ใจ โทรร้องไห้ให้เพื่อนสนิทฟัง ระหว่างที่กำลังจะคิดสั้นจะโดดระเบียงห้อง ก็คิดเล่น ๆ ว่า "ถ้ามีปราฏิหาริย์เกิดขึ้นก็คงดีสินะ..." ทันใดก็เกิดเปลวไฟสีม่วง ส่องสว่างขึ้น และมีเอลฟ์โผล่ออกมาจากประตูมิติ มายื่นจดหมายให้ ที่จ่าหน้าซองว่า "คุณได้เข้าทำงานที่โรงเรียนเวทมนตร์ ม้งฟอร์ต"

โลกเวทมนตร์

ดำเนินเรื่อง : หลังจากนั้นตัวเอกก็ได้ไปเป็นคุณครูที่โรงเรียนพ่อมดแม่มด ม้งฟอร์ต เป็นคุณครูมนุษย์คนเดียวที่ได้รับเลือก จึงเจอครูคนอื่นหมั่นไส้ กลั่นแกล้งสารพัด โดยเฉพาะพ่อมดตัวร้ายที่เป็นครูฝ่ายธุรการ ตัวเอกเกลียดเขามาก

ตอนจบ : สุดท้ายถึงตัวเอกจะเจออุปสรรคมากมายในการทำงาน แต่ตัวเอกก็ได้พิสูจน์ตัวเองและทำสำเร็จ ได้รับเหรียญตราเวทมนตร์สำหรับครูดีเด่น ทำให้ได้ตั๋ว VIP ขึ้นรถไฟฟ้า ม้งฟอร์ต ฟรีไม่มีจำกัดเที่ยว ส่วนครูตัวร้ายก็ถูกไล่ออกเพราะโดนจับได้ว่าโกงเงินจาก "โครงการนมโรงเรียน" จบแฮปปี้เอนดิ้ง

พ่อมดปรุงยา

ไม่ยากเลยใช่ไหม สำหรับการเขียนนิยายจากพล็อตเรื่องชีวิตจริงของเรา ไว้คราวหน้าจะเอาเทคนิคดีๆมาฝากอีก ถ้ามีโอกาสทุกคนลองเอาไปประยุกต์ใช้กันดูนะ จะได้ฝึกความคิดสร้างสรรค์ และที่สำคัญ "ไม่ว่าชีวิตเราจะมืดบอดแค่ไหน ก็อย่าดับไฟแห่งจินตนาการในตัวเรา..." ความคิดที่ดีและสติเท่านั้น ที่จะช่วยประคับประคองเราให้พ้นจากช่วงเวลาอันเลวร้าย


 


ขอบคุณภาพหน้าปกจาก : unsplash.com ผู้เขียนบทความดัดแปลงจากภาพต้นฉบับ

ขอบคุณภาพประกอบบทความฟรีจาก :

Pic 1 : unsplash.com

Pic 2 : unsplash.com

Pic 3 : unsplash.com

Pic 4 : unsplash.com

Pic 5 : unsplash.com

Pic 6 : unsplash.com