เชื่อว่าในช่วงชีวิตวัยเรียน หลายคนมักจะตั้งเป้าไว้ว่าอยากเรียนให้ได้เกรดสวยๆไปฝากพ่อแม่ เพราะอยากให้พวกเขาภูมิใจในตัวเราใช่ไหมคะ? (แต่นอกจากเกรดสวยแล้ว ต้องมีความรู้ด้วยนะ) ซึ่งถ้าบ้านไหนไม่ได้เคร่งครัดกับการเรียนของเรามากก็นับเป็นบ้านที่น่ารักมากๆ แต่ถ้าบ้านไหนที่ค่อนข้างเข้มงวดเรื่องการเรียน ก็อาจทำให้พวกเรารู้สึกกดดัน เครียด กังวล ต่างๆนานา ซึ่งอาการเหล่านี้ก็มีผลทำให้สมองของเราทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรเนอะ ดังนั้น บทความนี้จึงอยากแชร์ทริกง่ายๆที่ใช้ในการเรียน การสอบ ที่ไม่ทำให้เราเครียดมากไปมาฝากกันค่ะ ซึ่งสิ่งที่เราจะเขียนต่อไปนี้ เป็นเทคนิคส่วนตัวของเราที่ใช้มาตลอด ลองมาดูกันทีละข้อๆนะคะ เราเชื่อว่าต้องมีสักเทคนิคหนึ่งแหละที่เข้าตาและนำไปปรับใช้ได้


1. ตั้งใจเรียนในห้องเรียนให้มากที่สุด

กก

 

            เรารู้สึกทึ่งทุกครั้งที่รู้ว่ามีเพื่อนที่ขยันทบทวนบทเรียนทุกวัน หรือไปเรียนพิเศษต่อหลังเลิกเรียนทุกวัน เพราะเราเป็นคนหนึ่งที่ไม่ไปเรียนพิเศษเสริมเพราะขี้เกียจเรียนเพิ่ม ขี้เกียจทบทวนบทเรียนทุกคืนหลังเลิกเรียนมากๆๆๆๆ เราอยากใช้เวลาไปกับการนอนเล่นมือถือ ติ่ง ดูยูทูป เล่นเฟซ ทวิต ไอจี บลาๆ  

            ดังนั้น ทางแก้ของเราคือ พยายามตั้งใจเรียนในห้องและเก็บความรู้ไปให้ได้มากที่สุด มีสมาธิกับการเรียน   ไม่แอบเล่นมือถือหรือวอกแวกไปคุยกับเพื่อนบ่อยๆ นอกจากนี้ เวลาฟังอาจารย์พูดแล้วสงสัยอะไร ให้ถามเลย แต่ถ้าไม่อยากยกมือถาม ก็ไปหาอาจารย์ท้ายคาบแทน และถ้าเขินจริงๆก็ถามเพื่อนคนเก่งของห้องแทนก็ได้ แต่อย่าเก็บคำถามกลับบ้านไปล่ะ

            ซึ่งเมื่อเราตั้งใจกับการเรียนในห้องแล้ว เวลามาอ่านหนังสือทบทวนเองช่วงสอบก็จะไม่ใช้เวลามาก เพราะเราพอมีความรู้ตุนไว้จากการเรียนในห้องเรียนแล้ว ไม่ต้องมานั่งรื้อฟื้นใหม่ทั้งหมด เราชอบยึดคติ เรียนเป็นเรียน เล่นเป็นเล่น  เรียนก็ตั้งใจเรียน เล่นก็ตั้งใจเล่นเนอะ ><


2. จดเลคเชอร์ จดๆๆที่อาจารย์พูดให้ได้มากที่สุด

photo by pixabay

             ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าจดทุกพยางค์ทุกคำของอาจารย์นะคะ ไม่ใช่แบบ อาจารย์เล่านอกเรื่องหรือร้องเพลง ก็จดเนื้อเรื่องกับเนื้อเพลงมาด้วย ไม่ค่ะ ไม่ๆ อันนั้นก็เกินไปหน่อย แต่ที่เราบอกจดให้ได้มากที่สุด หมายถึง พยายามจดให้ครบทุกประเด็นสำคัญที่อาจารย์พูดค่ะ เพราะว่าอาจารย์หลายท่านมักจะให้   ฮินท์ (hint) กับเราระหว่างสอนเรื่อยๆตลอดชั่วโมงเรียน ดังนั้นมันก็จะลิงก์กับข้อแรกที่ให้ตั้งใจเรียนในห้อง เพราะอาจารย์มักจะให้รางวัลคนตั้งใจเรียนโดยการหยอดแนวข้อสอบยังไงล่ะ ^^ นอกจากนี้เมื่อเราจดเลคเชอร์มาได้มาก ก็ทำให้เวลาอ่านทวนช่วงสอบ ได้ทวนสิ่งที่อาจารย์เคยบอกเราไปด้วย ได้รู้ว่าสิ่งไหนคือพอยท์สำคัญของเนื้อหานั้นๆ ส่วนเทคนิคการจดเลคเชอร์ เราจะมาบอกเพิ่มในบทความต่อไปละกันเนอะ


3. อ่านซ้ำๆหลายรอบ (แค่เฉพาะช่วงสอบ)

​photo by pixabay

 

เทคนิคการอ่านหนังสือช่วงสอบของเราคืออ่านหลายรอบค่ะ ยกตัวอย่างเช่น 3-4 วันก่อนถึงวันสอบวิชาประวัติศาสตร์ เราก็จะเริ่มหยิบหนังสือมาเปิดดูว่าในการสอบครั้งนี้มีขอบเขตเนื้อหาทั้งหมดกี่บท เมื่อเรารู้ขอบเขตเนื้อหาแล้วว่าตั้งแต่หน้าไหนถึงหน้าไหน มองคร่าวๆแล้วเยอะไหม แล้วเริ่มอ่านเลย

            การอ่านรอบแรกนี้ เราอ่านแบบ skimming ค่ะ นั่นก็คือการอ่านแบบกวาดสายตาก่อน ไม่ได้อ่านทุกคำทุกตัวอักษร เรียกง่ายๆก็คืออ่านแบบผ่านๆก่อนค่ะ ให้พอรู้ว่า อ๋อ บทนี้มีหัวข้อประมาณนี้ ยังไม่ต้องลงรายละเอียดค่ะ อ่านผ่านๆให้สมองได้รับรู้และเตรียมตัวก่อน

            ต่อมาก็อ่านครั้งที่ 2 ค่ะ ซึ่งครั้งนี้คืออ่านแบบจริงจังแล้วนะ อ่านทุกดีเทลสำคัญๆเลย อ่านทั้งเนื้อหาในหนังสือ และส่วนเสริมที่เราจดเพิ่มด้วยค่ะ สิ่งสำคัญเลยคือ ระหว่างที่อ่านต้องมีสติและสมาธิมากๆ ไม่ใช่ว่าอ่านไป 5 บรรทัดหยิบมือถือมาเล่น อ่านไปอีกครึ่งหน้าลุกไปหาขนมกิน แบบนี้ไม่โอเคค่ะ เราต้องพยายามอ่านระยะยาวให้ได้ เพื่อให้ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ถ้าใครคิดว่าตัวเองติดมือถือมากๆๆๆๆ ก็ต้องหาทางให้มือถืออยู่ไกลตัวที่สุดตอนอ่านหนังสือนะคะ

            อ่านรอบที่ 3  เราจะทิ้งช่วงหน่อยค่ะ ไปพักก่อน โดยถ้าสมมติอ่านรอบที่ 1 และ 2 ไปช่วงบ่าย เราก็จะพักยาว จนหลังทานข้าวเย็น แล้วค่อยอ่านรอบที่ 3 ตอนค่ำๆหรือดึกๆค่ะ รอบนี้ก็อ่านจริงจังเหมือนรอบที่ 2 นะคะ พออ่านเสร็จก็นอนเลยค่ะ โดยทั่วไปแล้วสำหรับคนขี้เกียจแบบเรา ในแต่ละวิชามักจะจบที่ 2-3 รอบค่ะ  สิ่งสำคัญตอนอ่านคือต้องอ่านแบบเข้าใจ พยายามคิดตาม มีต่อมเอ๊ะเยอะๆ แบบทำไมต้องแบบนี้ๆ แล้วเราก็จะหาคำตอบ เชื่อมโยงเหตุและผลได้ ไม่ใช่แค่จำๆๆ เพราะจะลืมได้ง่ายนั่นเอง



เมื่ออ่านมาจนถึงตรงนี้ สำหรับบางคนที่อาจจะขี้เกียจอ่านข้อความด้านบนยาวๆนั่น แล้วเลื่อนดูแค่หัวข้อ หรืออ่านแค่คร่าวๆ (อะแน่ะ รู้ทันหรอก เพราะเราก็เป็นบ่อยๆเวลาอ่านบทความต่างๆ555)

เราจะสรุปจาก 3 ข้อข้างบนให้เข้าใจง่ายๆอีกรอบ ดังนี้จ้า

1. ตั้งใจเรียนในห้องเรียนมากๆ สงสัยอะไรให้ถาม ยึดคติ เรียนเป็นเรียน เล่นเป็นเล่น

2. จดเลคเชอร์ จดพอยท์สำคัญๆและสิ่งที่อาจารย์เน้นย้ำหรือให้ hint ไว้ โดยจดเสริมในหนังสือเรียน และ/หรือ จดเพิ่มในสมุดเล่มเล็ก

3. อ่านทวนอย่างมีหลักการ อ่านรอบแรกแบบกวาดตาอ่านคร่าวๆให้พอรู้ขอบเขตเนื้อหา อ่านรอบที่สองสาม ให้อ่านเก็บรายละเอียด โดยต้องอ่านอย่างมีสติและสมาธิ ไม่ใช่สักแต่จะอ่านให้จบเฉยๆ

            เมื่อเราทำครบทั้ง 3 ข้อแล้ว ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ก็อย่าลืมให้รางวัลตัวเองด้วยนะคะ ถ้าทำออกมาได้ดีก็ดีงาม แต่ถ้าทำได้ไม่ดีเท่าที่คิดไว้ ก็อย่าลืมให้รางวัลปลอบใจตัวเองบ้างนะ ถือเป็นรางวัลแห่งความพยายามก็ได้เนอะ เราจะได้มีแรงใจไว้สู้ต่อไป

            สำหรับเราแล้ว รางวัลเนี่ย ไม่จำเป็นต้องเวอร์วังยิ่งใหญ่อลังการ เอาแค่สิ่งที่เป็นความสุขเล็กๆของเราในแต่ละวันก็พอค่ะ เป็นรางวัลที่เราสามารถให้ตัวเองได้โดยไม่ลำบากมาก เช่น ของกินที่เราชอบ อย่างเราชอบกินชานมไข่มุก ก็ให้รางวัลตัวเองด้วยสิ่งนี้ค่ะ แหะๆ

            สุดท้ายนี้ ก็อยากบอกกับทุกคนว่า เกรดไม่ใช่ทุกอย่างนะคะ แต่ต้องไม่ลืมว่า เราต้องทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ สำหรับเราแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่าเกรดสูงๆ ก็คือความรู้ที่เราได้นะคะ ดังนั้น สู้ๆค่ะทุกคน ถ้าเหนื่อยก็พักก่อนแล้วค่อยสู้ต่อนะคะ!