https://pixabay.com/th/photoภาพจาก   https://pixabay.com/th/photo

ผมว่าอาจมีหลาย ๆ คนที่อยากจะเรียนให้เก่ง หรือเอาแต่สงสัยว่าทำไมคนที่เรียนเก่งทำไมเขาถึงได้เรียนเก่ง? และตัวเขาเองก็อยากเรียนให้เก่งอย่างนั้นบ้าง เรื่องนี้ผมว่าไม่เห็นยากเลย ที่ว่าไม่ยากเลยก็เพราะว่า ผมเองก็เรียนเก่งและสอบได้ที่หนึ่งมาโดยตลอดจนจบชั้นประถมหก แต่น่าเสียดายที่ผมไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ ผมเลยไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่าในระดับที่สูงๆขึ้นกว่านี้ ผมจะยังรักษาระดับความมเก่งกาจของตัวเองเอาไว้ได้ไหม?ในเรื่องของการเล่ารเรียน

ที่จำได้ผมมารู้สึกตัวว่าตัวเองเรียนเก่งจริงๆก็ตอนเรียนอยู่ประมาณชั้นปอสอง เพราะบ่อยครั้งมากที่ผมถูกครูประจำชั้นเชิญให้ออกไปนั่งเล่นนอกห้องในบางวิชา อย่างเช่นวิชาคณิตศาสตร์ คือครูห้ามผมไม่ให้ตอบโจทย์วิชาคณิตศาสตร์ง่ายๆที่ครูถามนักเรียนทั้งห้อง เพราะทุกๆครั้งที่ครูถามมักมีผมคนเดียวที่เทียวยกมือตอบครู ซึ่งครูรู้แล้วว่า ผมนี้เรียนเก่งจริงๆ และอยากรู้ว่าที่เหลือในห้องในตอนนั้นจะมีใครเก่งเหมือนผมบ้าง? ด้วยเหตุนี้ผมเลยได้ไปนั่งโด่เด่อยู่นอกห้องคนเดียวโดยไม่ต้องได้เรียนเลยเป็นชั่วโมง ไปแอบนั่งฟังเสียงครูก่นด่าเพื่อนๆของผมเสียงดังขรมไปทั้งห้อง และนั่นล่ะคือตอนที่ผมได้รู้ว่า คนที่เรียนเก่งๆเป็นอย่างไร?  และรู้สึกอย่างไรบ้าง?(อิอิ)

Advertisement

Advertisement

https://pixabay.com/th/photo                           ภาพจาก  https://pixabay.com/th/photo

และผมก็มีเคล็ดลับเกี่ยวกับการเรียนให้เก่งดังนี้ครับ

คือ 1. รักการอ่าน

จำได้ว่าตอนจะเข้าปอหนึ่งแม่พาไปซื้อหนังสือเล่มแรกในชีวิตและผมก็หวงมันมาก เป็นหนังสือสำหรับเรียน มานี มานะ ชูใจ สีเทา วีระ เจ้าแก่ฯลฯ ความรู้สึกการมีหนังสือเป็นของตัวเองในวัยเด็กตอนนั้นมันคล้ายๆกับเรามีของเล่น เพียงแต่ว่าการมีหนังสือเราไม่ได้เล่นแต่เราต้องอ่านมัน นั่นแหละคือความรู้สึกที่ทำให้ผมรักการอ่าน เพราะบางทีแม้แต่นอนผมยังเอาหนังสือเล่มแรกนั้นนอนกอดด้วย ก็นั่นแหละคือเริ่มต้นของการเป็นคนเรียนเก่งข้อหนึ่ง

Advertisement

Advertisement

2.ผมเป็นคนฝักใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ

ในโรงเรียนผมสมัยผมเป็นเด็กน้อย น้อยคนจะกล้าเข้าไปในห้องสมุด เพราะก่อนโน้นในห้องสมุดของโรงเรียนน่ากลัวมากๆ และหนังสือสมัยนั้นก็มากมายกว่าสมัยนี้มาก การเข้าไปในห้องสมุดในสมัยผมเป็นเด็กมันเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมาก (เอาไว้จะเล่าเรื่องผีห้องสมุดให้อ่านในเรื่องต่อๆไป) และผมก็มักแอบเข้าไปในนั้นบ่อยๆเพราะชอบอ่านหนังสือ มีบางเล่มที่มีภาพสวยๆ หรือมีภาพอาหารที่น่ากิน ก็ชอบเข้าไปดูมั่ง นั่นเป็นก้าวที่สองคือผมรักการค้นคว้าด้วยตัวเองในบางเรื่อง และต่อมาเมื่อครูสอนเรื่องที่ชอบๆนั้นก็กระจ่างได้ไม่ยาก ที่ยอดเลยก็คือ การอ่านหนังสือคนอื่นทำให้เรารู้อะไรดีๆเยอะแยะ แต่ของเรานี้ใครจะอ่านไม่ได้เลย ฮ่าๆ

Advertisement

Advertisement

3.ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ที่ผมจะทำ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะยากแค่ไหนผมต้องทำมันให้ได้

นอกจากการเล่าเรียน ผมยังเป็นคนชนิดที่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ เรื่องที่ว่ายากๆนั้นผมต้องทำมันให้ได้เสมอ อย่างเช่นการเล่นกีฬา การรู้สึกว่ามีคนเก่งกว่าเรานี้เป็นแรงกระตุ้นอย่างหนึ่งในการทุ่มเทให้กับการซ้อม และศึกษาเทคติกใหมๆจากแหล่งให้ความรู้ และจนกว่าได้รู้สึกว่าเราเก่งกว่าทุกคนโน่นแหละจึงเป็นอันเลิกราสำหรับผม(ฮา)

ครั้งหนึ่งในวัยเด็กจำได้ว่าดูทีวีและเห็นเขาตีลังกา ทั้งข้างหน้าข้างหลัง ตอนนั้นอยากเป็นมั่ง รู้ไหมเกิดอะไรขึ้น ผมหัดทุกวัน จนมีเพื่อนพี่สาวคนหนึ่งแกมาพักที่บ้านแล้วแกก็กำลังจะส่งรายงานเรื่องนี้พอดี(นักเรียน มศ. สมัยเก่า) คือรายงานวิชาพละเกี่ยวกับตึการลังกา ตอนนั้นผมดีใจยิ่งกว่าได้อะไรเสียอีก ในนั้นมีภาพประกอบด้วย ผมใช้เวลาศึกษาอยู่หลายวันพร้อมกับการฝึก สุดท้าย เป็นครับ โดยที่ครูไม่ได้สอนเลย และต่อมาผมก็ได้ไปแสดงโชว์ในงานวัด พร้อมกับเพื่อนอีกหลายคน โดยมีผมเป็นตัวเอก

https://pixabay.com/th/photo

                            ภาพจาก   https://pixabay.com/th/photo

 

 

สรปแล้วการเรียนให้เก่งก็คือการตั้งใจเรียนดีๆนี่เอง อ่านหนังสือทบทวนสิ่งที่เรารู้อยู่บ่อยๆ และที่สำคัญผมขอฝากคติประจำใจไว้สำหรับคนที่อยากเรียนให้เก่งเหมือนผมง่าย ๆ

 “เราจะไม่รู้อะไรเลยหากเราไม่มีความใฝ่รู้ ความอยากรู้ และการเสาะแสวงหา และเราจะไม่มีความชำนาญใดๆเลยหากเราไม่มีการฝึกฝนและทบทวนอยู่เสมอ”

และทั้งหมดนี้มันจะต้องเกิดขึ้นจากตัวเราเองเท่านั้น...ครับท่านผู้ชม

 

                 ภาพจาก  https://pixabay.com/th/photo

https://pixabay.com/th/photo