สวัสดีค่ะ ทุกคน วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับจังหวัดน่านให้มากขึ้น ผ่านการท่องเที่ยว ไปกับแคมเปญ 3 วัน 2 คืน ชวนเธอมาหลงรัก “น่าน” ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเขาจัดขึ้น และบอกได้เลยว่าจังหวัดน่านมีอะไรดีกว่าที่คุณคิดแน่นอน เพราะทุกคนจะได้สัมผัสกับความเป็น "น่าน" อย่างแท้จริง นอกเหนือจากสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามที่เราพอจะทราบกันดีอยู่แล้ว ยังมีวัฒนธรรมวิถีความเป็นไทยที่โดดเด่น ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานได้เรียนรู้สืบต่อไป

ใครมีเพื่อนชวนเพื่อน มีแฟนชวนแฟน หรือสายรักครอบครัวทั้งหลายก็อย่าพลาดที่จะไปเยื่อนจังหวัดน่านสักครั้งในชีวิต มาเที่ยวไทยเรียนรู้วิถีความเป็นไทยด้วยกันเถอะ ถ้าพร้อมแล้วอยากชวนทุกคนมาจัดเสื้อผ้าลงกระเป๋า เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนออกเดินทาง รับประกันได้เลยว่าจบทริปนี้จะมีเรื่องเล่ามากมายมาอวดเพื่อนๆ แน่นอน ถ้าอยากรู้แล้วว่าเที่ยว 3 วัน 2 คืน ที่จังหวัด น่าน จะฟินขนาดไหน ก็ไปชมพร้อมๆ กันเลยคร่า~

วันที่ 1

หอศิลป์ริมน่าน

.

ขอบคุณรูปภาพ https://th.readme.me/p/23028

คงไม่มีใครไม่รู้จักหอศิลป์ริมน่าน ซึ่งเป็นหอศิลป์ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ อันเกิดจากความมุ่งมั่นของ คุณวินัย ปราบริปู ศิลปินเมืองน่านที่ต้องการสร้างสรรค์บ้านเกิดของตัวเองให้เป็นเมืองแห่งศิลปะอย่างแท้จริง หอพักแห่งนี้ประกอบด้วย อาคารหอศิลป์ สตูดิโอ และบ้านพักรับลอง โดยเก็บรวบรวมเอางานศิลปะร่วมสมัยที่เป็นผลงานการสร้างสรรค์และมีเอกลักษณ์โดดเด่นโดยเฉพาะ และเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป ผลงานทั้งหมดนี้ถูกสร้างขึ้นจากมันสมองของศิลปินชื่อดังชาวไทยทั้งหมด อีกทั้งยังมีการจัดแสดงผลงานจิตรกรรม และปติมากรรมของคุณวินัย เกือบ 200 ชิ้น ในรูปแบบกึ่งนิทรรศการถาวรให้คุณได้รับชมตลอดทั้งปี

เปิดให้เข้าชมเวลา 10.00-17.30 น.ทุกวัน พุธ-อาทิตย์ วันนักขัตฤกษ์

ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 122 หมู่ที่ 2 ถนนน่าน-ท่าวังผา กิโลเมตรที่ 20 ตำบลบ่อ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

สำหรับการเดินทาง : จากอำเภอเมืองน่าน ใช้ถนนสุริยพงษ์ ไปเข้าถนนหมายเลข 101 ถึงที่หมาย รวมระยะทางประมาณ 22.5 กิโลเมตร

 

วัดหนองบัว

.

ขอบคุณรูปภาพ https://saanfun.blogspot.com/2016/09/blog-post_9.html?m=1

มาต่อกันที่ วัดหนองบัว ซึ่งเป็นวัดไทลื้อเก่าของหมู่บ้านหนองบัวนั่นเอง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวๆ ปี พ.ศ. 2405 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 4 ความน่าสนใจของวัดแห่งนี้คือ ภาพจิตกรรมบนฝาผนังในโบสถ์ เล่าเรื่องปัญญาชาดก ซึ่งเป็นอดีตชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้า ถูกเขียนขึ้นโดยช่างเขียนลาวพวน ที่เป็นบิดาของครูบาหลวงสุ ชื่อ นายเทพ ในอดีตเคยเป็นทหารของเจ้าอนันตยศ (เจ้าเมืองน่าน) อีกทั้งภาพจิตรกรรมนี้จะสะท้อนให้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนในสมัยนั้นอีกด้วย โดยเฉพาะการแต่งกายของผู้หญิงที่นุ่งผ้าซิ่นลายน้ำไหลที่สวยงาม พร้อมกับชมการสาธิตทอผ้าด้วยกี่กระตุกที่คนในหมู่บ้านร่วมแรงร่วมใจสร้างสรรค์ขึ้นมา ให้นักท่องเที่ยวได้รับชม

ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านหนองบัว  หมู่ที่ 5 อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00-18.00

สำหรับการเดินทาง: จากอำเภอเมืองน่าน ใช้ถนนสุริยพงษ์ ไปเข้าถนนหมายเลข 101 ถึงที่หมาย รวมระยะทางประมาณ 45.5 กิโลเมตร

 

วันที่ 2

บ่อเกลือสินเธาว์

.

ขอบคุณรูปภาพ https://thai.tourismthailand.org/สถานที่ท่องเที่ยว/บ่อเกลือสินเธาว์--6041

วันที่สองแล้วกับจังหวัดน่าน จะพาทุกคนมาเรียนรู้เรื่องบ่อเกลือโบราณที่เคยใช้เป็นทรัพยากรสำคัญหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของเมืองน่านในอดีต เกลือ นับเป็นสิ่งที่มีค่ามากๆ ในสมัยนั้น และเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อไม่น้อย ใครจะไปคิดว่า อำเภอเล็กๆ แต่มีบ่อเกลือซ่อนอยู่ท่ามกลางภูเขาสูงแห่งนี้ คือแหล่งสินเธาว์ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดน่าน โดยบ่อเกลือมี 2 แห่งด้วยกันคือ บริเวณต้นน้ำว้า และต้นน้ำน่าน แม้ในปัจจุบันเกลืออาจไม่ใช่สิ่งสำคัญเหมือนในอดีต แต่ชาวบ้านก็ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมการต้มเกลือด้วยวิธีดั้งเดิม โดยตักเกลือจากบ่อส่งผ่านมายังไม้ไผ่ และมายังบ่อพัก ก่อนจะตักน้ำเกลือขึ้นมาต้มในกระทะใบบัวขนาดใหญ่ เคี่ยวจนแห้งขอด ก่อนตักมาวางขายหน้าบ้าน เป็นสินค้าให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อมาเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ตั้งอยู่ที่ อำเภอบ่าเกลือ จังหวัดน่าน เปิดทำการทุกวันเวลา 08.00-15.00 น.

สำหรับการเดินทาง: จากอำเภอเมืองน่าน ไปอำเภอบ่อเกลือ ใช้ถนนสุริยพงษ์-ถนนมหาวงศ์  ไปเข้าถนนหมายเลข 1169-ถนนหมายเลข 1081 ไปถึงเทศบาลตำบลบ่อเกลือใต้ รวมระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร ถึงที่หมาย รวมระยะทางประมาณ 45.5 กิโลเมตร

 

บ้านสะปัน

.

ขอบคุณรูปภาพ https://www.sanook.com/travel/1411685/gallery/2446157/

หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีภูเขาร้อมลอบ เรียกได้ว่าอยู่ท่ามกลางหุบเขากันเลยทีเดียว บรรยากาศดีมาก มีสายหมอก แม่น้ำ ทุ่งนา รวมถึงชาวบ้านที่น่ารักด้วย ที่นี่เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ วิถีชีวิตเรียบง่าย เต็มไปด้วยความสงบ และความสวยงามทางธรรมชาติ มีลำน้ำว้าที่ไหลผ่านตัวหมู่บ้าน ซึ่งเรารับประกันได้เลยว่าที่นี่เหมาะกับคนที่ต้องการหนีความวุ่นวายมาใช้ชีวิตแบบวิถีสโลว์ไลฟ์มากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปลายฝนต้นหนาว เพราะจะได้เจอทั้งอากาศดีๆ และอากาศเย็นๆ ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม

ที่อยู่ ตั้งอยู่ที่ บ้านสะปัน อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน

เปิดทำการทุกวัน เวลา 09.00-18.00

 

วันที่ 3

วัดภูมินทร์

.

ขอบคุณรูปภาพ http://www.painaidii.com/business/135827/wat-phumin-55000/lang/thTh/

วัดหลวงเก่าแก่ทีมีอายุกว่า 400 ปี ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองน่าน ด้วยลักษณะสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยตามประวัติพงศาวดารได้กล่าวว่า พระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์เจ้าผู้ปกครองนครน่านได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมา เมื่อ พ.ศ 2139 โดยวัดแห่งนี้แต่เดิมชื่อว่า วัดพรหมมินทร์ ต่อมาภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น วัดภูมินทร์

สถานที่ท่องเที่ยวภายในวัดภูมินทร์ได้แก่

อาคารทรงจตุรมุขหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่ดูคล้ายตั้งอยู่บนหลังพยานาค 2 ตัว อาคารนี้เป็นทั้งพระอุโบสถ พระวิหาร และพระเจดีย์ประธาน

.

ขอบคุณรูปภาพ http://255nan.blogspot.com/2018/03/blog-post_84.html?m=1

จิตรกรรมฝาผนัง ภายในวิหารที่เรียกกันว่า “ฮูปแต้ม”  ซึ่งเขียนขึ้นในช่วงที่วัดภูมินทร์ได้รับการบูรณะ เมื่อ พ.ศ. 2410 โดยมีภาพ “ปู่ม่านย่าม่าน” อันเลื่องลืน จนได้รับยกย่องว่าเป็นภาพที่ดีที่สุดในวัดภูมินทร์ ภายใต้ฉายา ภาพกระซิบรักบันลือโลก นอกจากนี้ยังมีภาพวาดอีกมากมายให้นักท่องเที่ยวได้รับชม เช่น วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวพื้นเมืองจังหวัดน่านที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลตะวันตกที่เข้ามาผสมผสานช่วงสมัยรัชกาลที่ 5

.

ขอบคุณรูปภาพ https://www.sanook.com/horoscope/127389/

ตั้งอยู่ที่ ถนนสุริยพงษ์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ตรงข้ามศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลเมืองน่านและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เปิดทำการทุกวันเวลา 06.00-18.00 น.

สำหรับการเดินทาง: จากอำเภอเมืองน่าน ใช้เส้นทางที่มุ่งหน้าไปสี่แยกถนนเจ้าฟ้าตัดกับถนนสุริยพงษ์ แล้วเลี้ยวซ้ายไปถึงถนนผากอง แล้วจึงเลี้ยวขวา วัดถูมินทร์จะอยู่ทางขวามือ

 

นั่งสามล้อ รถรางชมเมืองน่าน

.

ขอบคุณรูปภาพ https://m.thetrippacker.com/th/review/location/8522

ไหนๆ ก็มาถึงจังหวัดน่านทั้งที จะไม่ให้นั่งสามล้อหรือรถรางชมวิวรอบๆ เมืองน่านก็คงจะไม่ได้ เพราะคุณจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตและชุมชนชาวน่านอย่างใกล้ชิด ซึมซับวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของเมืองน่าน โดยรถสามล้อเป็นรถโดยสารสาธารณะท้องถิ่นที่คงอยู่คู่เมืองน่านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นพาหนะที่จะพานักท่องเที่ยวไปสัมผัสกับความงดงามของศิลปวัฒนธรรม กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เพิ่มความเป็นศิริมงคลให้กับชีวิต พร้อมซึมซับบรรยากาศของเวียงเก่าที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งชุมชนวิถี แฝงไปด้วยความเงียบสงบแต่เรียบง่าย

ค่าบริการชั่วโมงละ 120 บาท ต่อ 1 ท่าน กรณีนักท่องเที่ยวสองคนคิดแค่ 200 บาท เท่านั้น

สำหรับรถราง มีทั้งหมด 24 ที่นั่ง พร้อมวิทยากรบรรยาย และชมสถานที่ท่องเที่ยววรอบเมือง โดยเฉพาะโบราณสถานที่สำคัญๆ บ้านเรือน วิถีชุมชนโบราณ

.

ขอบคุณรูปภาพ https://www.bloggang.com/m/mainblog.php?id=patthanid&month=19-01-2016&group=18&gblog=101

รอบปกติ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 16.30 น.

วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.30 น. และ 16.30 น.

รอบละ 1.30 ชั่วโมง

ค่าบริการแค่คนละ 30 บาท หรือนักท่องเทียวสามารถใช้บริการรางเหมาพิเศษ รอบละ 500 บาท ก็สามารถติดต่อขอจองล่วงหน้าได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเทศบาลเมืองน่าน

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับทริป 3 วัน 2 คืน ชวนเธอมาหลงรัก “น่าน” ที่เราเอามาฝากกันในวันนี้ สำหรับใครที่กำลังวางแผนจัดทริปค้างคืนเที่ยวกับเพื่อน แฟน หรือครอบครัว จังหวัด น่าน เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เราอยากแนะนำให้คุณได้สัมผัสกับสถานที่ต่างๆ ที่เต็มไปด้วยความสวยงาม ทั้งตัวของสถานที่นั้นๆ รวมถึงวัฒนธรรมอันดีงาม มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และวิถีชีวิตความเป็นไทย ชุมชนที่เรียบง่าย แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์มนต์ขลัง ซึ่งบ่งบอกได้ถึงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สวยงาม น่าหลงใหล และหากคุณคือคนหนึ่งที่ชื่นชอบการเที่ยวประเทศไทย ก็อย่าพลาดที่จะเดินทางไปเยือน จังหวัดน่าน กันนะคะ

 

และขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 

https://thai.tourismthailand.org/กิจกรรมท่องเที่ยว/นั่งสามล้อ-รถรางชมเมืองน่าน--2320