3 ข้อคิด วิธีคิดของคนที่ประสบความสำเร็จ 


1.) รู้หรือเปล่า... ?
 รู้หรือเปล่า... ว่าลิซ่า blackpink เคยร้องเพลงไม่เป็นและเต้นไม่ได้เรื่องมาก่อน ? รู้หรือเปล่า... ว่าเชฟเอียน ( เชฟกระทะเหล็กประเทศไทย ) เคยทำอาหารไม่เป็นมาก่อน ? รู้หรือเปล่า... ว่าพี่ต๊อบเถ้าแก่น้อยเคยทำธุรกิจไม่เป็นมาก่อน ? รู้หรือเปล่า... ? 

สิ่งที่ผมอยากจะบอกคือ... " ไม่มีใครเก่ง
มาตั้งแต่เกิดหรอก "  
คุณไม่มีทางเล่นเปียโนได้เก่งตั้งแต่ครั้งแรกที่เล่น คุณไม่มีทางพูดภาษาอังกฤษได้คล่องปรื๋อจากการเรียนเพียงวันเดียว แต่คุณสามารถทำทุกอย่างได้ ( ทุกอย่างที่คุณอยากจะทำได้ ) ด้วยการให้เวลากับมันอย่างสม่ำเสมอ 

คุณสามารถทำทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้ แค่ให้เวลากับมันอย่างสม่ำเสมอ

​​​​​​เคล็ดลับจึงอยู่ที่ " เล็กน้อยแต่สม่ำเสมอ " ไม่ว่าคุณอยากจะฝึกฝนทำอะไรก็ตาม ( อะไรก็ตามที่คุณอยากทำได้ อยากทำเป็น อยากทำให้เก่ง ) ขอแค่คุณให้เวลากับมันถึงจะน้อยก็ตามแต่ที่สำคัญต้องสม่ำเสมอทุก ๆ วัน หรือแค่วันละ 1 ชั่วโมงก็ได้ ภายใน เวลา 1 ปี คุณก็จะชำนาญ ถ้า 5 ปีคุณก็จะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ และภายใน 10 ปีคุณก็จะเก่งเป็นอันดับต้น ๆ ของคนที่กำลังทำสิ่งนั้นอยู่

Advertisement

Advertisement


2.) อาชีพขายบริการ
ทุกคนบนโลกใบนี้คือ... " คนขายบริการ " ใช่ครับ " คนขายบริการ " ที่สุดแล้วคนเราทุกคนกำลังทำงานขายบริการอะไรสักอย่างหนึ่งอยู่ ? 

ตัวอย่างเช่น 
เชฟขายบริการทำอาหารให้อร่อยที่สุดในราคาที่เหมาะสมที่สุดให้แก่ลูกค้า นักเขียนขายบริการเขียนหนังสือให้แก่สำนักพิมพ์ แท็กซี่ขายบริการขับรถไปส่งลูกค้า เป็นต้น

คำถามจึงอยู่ที่ " งานบริการของเรานั้น ทำประโยชน์ให้กับผู้คนได้มากน้อยแค่ไหน ? และทำประโยชน์ให้กับผู้คนได้จำนวนมากน้อยเท่าไหร่ ? " 

ถ้างานบริการของคุณไม่เจ๋งและยังทำประโยชน์ให้กับคนได้จำนวนน้อยอีก แบบนี้ก็คงไม่แปลกที่คุณจะมีเงินไม่พอใช้

Advertisement

Advertisement

ถ้างานบริการของคุณเจ๋งแต่ดันทำประโยชน์ให้กับผู้คนจำนวนน้อย แบบนี้อาจจะร่ำรวยได้ถ้าหากได้ค่าจ้างแพง 

ตัวอย่างเช่น
ช่างแกะสลักหุ่นไม้ที่มีคนซื้ออยู่แค่ไม่กี่คนแต่ราคาตัวเป็นหมื่นเป็นแสน เป็นต้น

ถ้างานบริการของคุณไม่เจ๋งแต่กลับส่งผลกับคนจำนวนมาก อันนี้เตรียมตัวโดนด่าและสาปแช่งได้เลย

แต่ถ้างานบริการของคุณเจ๋งมากและยังทำประโยชน์ให้กับผู้คนได้จำนวนมาก แบบนี้มีแววเป็นเศรษฐีแน่นอนและยังได้คำขอบคุณและชื่นชมจากคนอื่นอีกด้วย

ตัวอย่างเช่น
สตีฟ จอบส์ ( Steve Jobs ) ที่สร้าง " ไอโฟน " มือถือที่มีปุ่มเพียงปุ่มเดียวขึ้นมา ทำให้ผู้คนทั่วทั้งโลกไม่ต้องปวดหัวกับมือถือที่มีปุ่มเยอะอีกต่อไป 

งานบริการของคุณเจ๋งและสร้างประโยชน์ให้กับผู้คนมากน้อยแค่ไหน ?

 เห็นไหม ? งานบริการของเขาเจ๋งและยังทำประโยชน์กับคนทั่วทั้งโลก เขาจึงประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

Advertisement

Advertisement

เพราะฉะนั้นคำถามจึงอยู่ที่ว่า " งานบริการของคุณนั้นดีแค่ไหน ? เจ๋งแค่ไหน ? และมีผลกระทบ สร้างประโยชน์ให้กับผู้คนได้มากน้อยแค่ไหน ?


3.) อยากสำเร็จอย่ารักสิ่งแวดล้อม
มันไม่ง่ายเลยที่คุณจะขยันในหมู่ของคนขี้เกียจ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่คุณจะขี้เกียจในหมู่ของคนขยัน มันไม่ง่ายเลยที่คุณจะเป็นคนดีในหมู่คนเลว มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่คุณจะเป็นคนเลวในหมู่ของคนดี 

หมายความว่า " สิ่งแวดล้อมรอบตัวมีอิทธิพลต่อตัวคุณมากกว่าที่คุณคิด " 

มันยากมากที่คุณจะมีความสุขได้ หากคนรอบตัวคุณมีแต่คนที่เป็นทุกข์ ไม่มีความสุข แล้วมันยากมากที่คุณจะประสบความสำเร็จได้หากคนรอบตัวคุณมีแต่คนที่ล้มเหลว

เพราะฉะนั้นหากคุณต้องการที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต อย่ารักสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษกับชีวิตคุณ หาสิ่งแวดล้อมดี ๆ และนำตัวเราเองไปอยู่ที่นั่น ชีวิตของคุณก็จะประสบความสำเร็จและมีความสุขได้มากขึ้น

สิ่งแวดล้อมรอบตัวคุณ มีอิทธิพลกับตัวคุณมากกว่าที่คุณคิด

การคบคนเดิม ๆ ทำงานแบบเดิม ๆ คิดแบบเดิม ๆ ใช้ชีวิตในแบบเดิม ๆ ชีวิตคุณก็จะล้มเหลวแบบเดิม ๆ

อยากเปลี่ยนชีวิตต้องเริ่มจากเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบตัวคุณก่อน
 

สรุป 3 ข้อคิด " วิธีคิดของคนที่ประสบความสำเร็จ 

1.) " ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิดหรอก "  

2.) อาชีพขายบริการ

3.) อยากสำเร็จอย่ารักสิ่งแวดล้อม

ผมเจได JEDI หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับเพื่อนทุกคนนะครับ ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่าน ขอบคุณครับ 🙏

เครดิตรูปภาพ : รูปที่ 1 / รูปที่ 2 / รูปที่ 3