ตามร่างกายของเรานั้นประกอบด้วยน้ำ 60 เปอร์เซ็นต์ ส่วน 90 เปอร์เซ็นต์ของเลือดที่ไหลเวียนตามร่างกายของเรานั้นก็คือ “น้ำ”

แก้วน้ำ

หลาย ๆ คนอาจจะเข้าว่าการดื่มน้ำนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายแน่นอน แต่ก็มีบ้างที่ละเลยมัน ซึ่งในระยะสั้น ๆ อาจจะไม่ส่งผลอะไรกับร่างกาย หากแต่ในระยะยาวก็ไม่แน่นะ เพราะบางคนอาจจะเกิดอาการผิวแห้ง ปากแห้ง เจ็บคอ ไม่สบายง่าย อีกส่วนคือคนที่ดื่มน้ำมาก ๆ แล้ว ทำไมร่างกายถึงรู้สึกไม่ดีอยู่ล่ะ บางครั้งก็เกิดอาการ เวียนหัว อยากอาเจียนซะด้วย แซนดี้ว่าหลายคนอาจจะเคยได้ยินคำนี้แล้วว่า “อะไรที่น้อยเกินไป หรือมากเกินไป มักจะไม่ส่งผลดี” การดื่มน้ำก็เช่นกัน การดื่มน้ำนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ขาดไปก็ไม่ได้เด็ดขาด (ถ้าขาดน้ำเกิน 7 วันนี้ตายได้เลยนะ (ฮา)) แต่ทว่าหากดื่มปริมาณที่มากเกินก็อาจจะมีผลไม่ค่อยดีแทนซะงั้น

Advertisement

Advertisement

ทำไมเราต้องการดื่มน้ำ? แล้วปริมานเท่าไหร่กันนะที่เราควรดื่ม? บล็อคนี้แซนดี้ก็จะมากล่าวถึงประโยชน์ของการดื่มน้ำ และปริมาณการดื่มน้ำที่ร่างกายเราจำเป็นเอง

ประโยชน์ของการดื่มน้ำ

ประโยชน์ของการดื่มน้ำ

  1. ฟื้นฟูให้ผิวสวยใส สุขภาพดี
    จากประเด็นนี้แม้จะไม่มีการทดสอบ วิจัย ก็สามารถรู้ได้ว่าถ้าร่างกายเราขาดน้ำมาก ๆ ผิวก็จะแห้งกรานง่าย สังเกตุได้จากตรงที่ปากจะแห้งและลอกก่อนส่วนอื่น ซึ่งการดื่มน้ำบ่อย ๆ จะช่วยทำให้ริมฝีปากเราชุ่มชื้นตลอดเวลา ผิวของเราก็จะชุ่มชื่นตาม และอาจจะช่วยลดสิวได้ด้วยอีกนะ
  2. ชะลอความแก่
    จากหลาย ๆ งานวิจัยบอกว่าร่างกายเรานั้นประกอบน้ำ 60 – 80 % ดังนั้นน้ำจึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีส่วนช่วยในการบำรุงผิว และเส้นผม เห็นได้จากคนต่างชาติได้ทำการทดลองต่อตนเองหลาย ๆ คน โดยดื่มน้ำวันละ 3 ลิตร หากเสิร์ทคำว่า “Drinking 3 liters of water a day” ก็จะเห็นได้ว่าริ้วลอยของพวกเขาได้จางหายไปอย่างชัดเจน

Advertisement

Advertisement

  • ล้างสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย
    อาหารไม่ว่าจะสมัยก่อน หรือสมัยนี้ ก็มักจะแต่งสี รส กลิ่น ทำให้ร่างกายเราสะสมมันโดยไม่รู้ตัว “น้ำ” มีส่วนช่วยทำเจืองจางมันได้ และบังคับขับมันออกมาเป็นปัสสาวะ และเหงื่อได้
  • ป้องกันโรคไขกระดูกเสื่อม
    น้ำเป็นองค์ประกอบ 8 ใน 10 ของกระดูกอ่อนที่พบในกระดูกสันหลัง และข้อต่อต่าง ๆ ที่ช่วยรองรับแรงกระแทกที่ข้อต่อต่าง ๆ บนร่างกายเรา ซึ่งหากร่างกายเรามีการขาดน้ำเป็นเวลานาน เป็นที่แน่นอนว่าจะต้องเกิดอาการปวดตามข้อต่อ
  • ล่อเลี้ยงต่อมในร่างกาย
    ต่อมในร่างกายเราส่วนใหญ่นั้นต้องการน้ำในการป้องการเสียดสี ซึ่งอาจส่งผลทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ เช่น ต่อมน้ำลายที่มีส่วนในการช่วยย่อยอาหาร ต่อมน้ำตาที่ค่อยปกป้องดวงตา และต่อมอื่น ๆ
  • Advertisement

    Advertisement

  • ช่วยระบบสมอง และระบบประสาททำงานได้ดีขึ้น
    การขาดน้ำนาน ๆ อาจส่งผลทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการคิด วิเคราะห์ แยกแยะได้ เพราะน้ำยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับฮอร์โมน และสารสื่อประสาท ซึ่งทำหน้าที่หลัก ๆ ที่สมอง และไขสันหลังนั่นเอง
  • ช่วยปรับระดับอุณหภูมิในร่างกาย
    เมื่อร่างกายเกิดการเผาผลาญจากการออกกำลัง หรือ อยู่ที่ร้อน ๆ ทำให้ร่างกายเกิดการป้องกันตัวเองโดยการหลั่งเหงื่อออกมา เพื่อไม่ให้ร่างเกินอาการ Overheat หรือช็อกได้
  • ช่วยย่อยอาหาร
    การดื่มน้ำไม่จะก่อนทานอาหาร ระหว่างทาน หรือ หลังทานอาหาร จะช่วยให้อาหารเข้าสู่กระเพาะได้ง่ายขึ้น โดยที่แม้น้ำจะถูกขับออก แต่สารอาหารยังคงอยู่ครบ
  • ดูดซึมแร่ธาตุได้มากขึ้น
    นอกจากจะมีส่วนในการช่วยย่อยอาหารแล้ว น้ำมีส่วนช่วยในการละลายวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารอื่น ๆ ทำให้ร่างกายเราดูดซึมได้ง่ายขึ้น
  • ลดความอ้วน
    น้ำสามารถเพิ่มความอิ่ม และยังช่วยหลอกระบบการเผาผลาญให้ทำงานเยอะขึ้น โดยการเพิ่มการดื่มน้ำต่อมื้อทุกวัน จะช่วยทำให้น้ำหนักลดลงได้อย่างธรรมชาติที่สุด
  • บรรเทาอาการท้องผูก
    นอกจากพวกไฟเบอร์ หรือ กากใยอาหารแล้ว “น้ำ” ก็มีส่วนช่วยเหมือนกัน ถ้าหากใครที่มีอาการท้องผูกก็ทานน้ำอัดลม คู่กับน้ำเปล่าดูนะ จะช่วยได้
  • ป้องกันโรคนิ่วในไต
    มีการวิจัยของคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยที่อินโดนีเซีย (Universitas Indonesia - Cipto Mangunkusumo Hospital) ได้บอกว่า การดื่มน้ำนั่นจะช่วยไปเจือจางแร่ธาตุที่เข้มข้นเกินไปในร่างกาย ทำให้ป้องกันพวกโรคนิ่วปัสสาวะ นิ่วในไต และ โรคไตได้
  • ช่วยนำออกซิเจนไปล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย
    เนื่องจากในเลือดเรานั้น 9 ใน 10 เป็นน้ำ ซึ่งเลือดมีหน้าที่หลักคือการนำออกซิเจนไปส่วนต่าง ๆ ของร่างกายนั่นเอง
  • ขับถ่ายได้ดีขึ้น
    น้ำมีส่วยช่วยในการละลายไฟเบอร์บางชนิด ทำให้การขับถ่ายนั้นง่ายยิ่งขึ้น
  • ป้องกันโรคเกี่ยวกับความดันโลหิต
    การขาดน้ำอาจทำให้เลือดเรานั้นเกิดอาการข้นหนืด ซึ่งอาจก่อให้เกิดความดันเลือดสูงขึ้นได้
  • มีส่วนช่วยในการหายใจให้คล่องขึ้น
    เคยสังเกตไหมว่าเมื่อเราหายใจออกมาใกล้ ๆ แก้วน้ำเย็น ๆ จะมีฝาจากไอน้ำขึ้นมา ดังนั้นการหายใจก็ต้องใช้น้ำ เมื่อร่างกายเกิดการขาดน้ำมาก ๆ ร่างกายก็จะลดการสูญเสียของน้ำ ทำให้อาจเกิดอาการหายใจติดขัด หอบ และอาการภูมิแพ้ได้
  • ทำให้ออกกำลังกายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
    เนื่องจากการออกกำลังเป็นการทำให้เกิดการหลั่งเหงื่อตลอดเวลา ดังนั้นการดื่มน้ำจะช่วยไปแทนน้ำที่สูญเสียไปได้
  • ลดอาการจากอาการแฮงค์ (อาการเมาค้าง)
    เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั่นมีสารทำให้ขับปัสสาวะ จึงอาจทำให้เกิดอาการขาดน้ำ นอกจากนี้ยังส่งผลทำให้ปวดหัว อ่อนเพลีย กระหายน้ำ และคอแห้งได้ สิ่งที่ช่วยทำให้อาการแฮงค์ลดลงได้ดีที่สุดคือการดื่มน้ำแก้วใหญ่ ๆ สักแก้วระหว่างดื่ม หรือก่อนนอน
  • ช่วยปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น
    การสูญเสียน้ำเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการปวดหัว และอารมณ์เสียได้ เพราะร่างกายเกิดภาวะอาการเครียดจากการขาดน้ำนั่นเอง
  • ดังนั้นเราจึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายเราสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทุกคนคงสงสัยว่าน้ำไม่ได้มีสิ่งเจือปนอะไรเลย ทำไมมันถึงมีข้อเสียจากการรับมันไปมาก ๆ กัน?

    การดื่มน้ำปริมาณมาก ๆ เกินไป อาจทำให้เกิดภาวะการขาดสมดุลของน้ำ หรือที่เรียกกันว่า ภาวะการมึนเมาจากน้ำ (Water Intoxication) ซึ่งทำให้เกิดการปัสสาวะบ่อยครั้ง อาจทำให้เกิดการขับพวกแมกนีเซียม และโซเดียมมากเกินไป ซึ่งทำให้เกิดอาการหน้ามืด เป็นลมได้ง่าย บางรายอาจส่งผลถึงชีวิตได้เลย

    แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าควรดื่มเท่าไหร่ต่อวัน?

    หากตามที่ทางการแพทย์ ปริมาณน้ำโดยเฉลี่ยที่ได้รับต่อวัน โดยรวมกับพวกอาหาร และเครื่องดื่มอื่น ๆ แล้ว

    การเปรียบเทียบปริมาณน้ำที่ควรได้รับต่อวัน

    ผู้หญิง ควรได้รับน้ำ 2.7 ลิตร หรือ 11.5 แก้วต่อวัน

    ผู้ชาย ควรได้รับน้ำ 3.7 ลิตร หรือ 15.5 แก้วต่อวัน

    หากคิดเป็น 20 เปอร์เซ็นจากอาหาร และเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่เรารับประทานแล้ว ที่คำนวนประมาณค่าได้คือ

    การเปรียบเทียบปริมาณน้ำที่ควรดื่มต่อวัน

    ผู้หญิง ควรดื่มน้ำวันละประมาณ 2 ลิตร หรือ 9 แก้ว

    ผู้ชาย ควรดื่มน้ำวันละประมาณ 3 ลิตร หรือ 12 แก้ว

    แต่ว่าก็มีปัจจัยที่บางคนอาจจำเป็นต้องได้รับน้ำมากกว่าปกติได้แก่ สภาพภูมิอากาศ อาชีพ การรับประทานอาหาร (รสจัด เค็ม หวาน) เครื่องดื่มพวกเหล้าหรือกาแฟ น้ำหนัก และสภาพร่างกาย (เช่น ตั้งครรภ์ ท้องเสีย เป็นไข้ ซึ่งพวกยาบางประเภทจำเป็นต้องได้รับน้ำมาก ๆ)

    ดังนั้นแซนดี้คิดว่าเพื่อจะให้การดื่มน้ำเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากสุดแนะนำให้ควรอยู่โดยประมาณ 8-12 แก้ว หรือ 2-3 ลิตรต่อวัน ถึงจะดีต่อร่างกาย และป้องร่างกายไม่เกิดสภาวะการขาดน้ำ ซึ่งอาจไปส่งผลต่อระบบในร่างกาย และสำหรับสาว ๆ ที่กำลังลดน้ำหนัก แต่ลดไม่ได้สักทีเพราะพุงมันสั่นไปหมดเมื่อเห็นอาหาร (ฮา) แซนดี้แนะนำให้ลองดื่มน้ำก่อนทานอาหาร ซัก 0.5 ลิตร หรือ 2 ขวด ต่อมื้ออาหาร จะช่วยทำให้ผิวสดใส และผอมลงอย่างแน่นอน

    การดื่มน้ำให้มีประโยชน์สูงสุดควรดื่มในระดับพอเหมาะ

    เพราะฉะนั้นแล้ว แซนดี้หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ต่อคนที่รักสุขภาพไม่มากก็น้อย เพราะการดื่มน้ำมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างแน่นอน ทั้งช่วยป้องกันโรค และดูแลผิวพันธุ์ให้สดใส แต่แค่ต้องดื่มในปริมาณที่พอควร ไม่ควรน้อยเกิน และไม่ควรมากเกินเท่านั้นเอง


    ขอบคุณภาพประกอบจาก unsplash.com และ lifeofpix.com
    รูปประกอบ 1รูปประกอบ 2, รูปประกอบ 3 ประกอบโดยนักเขียน, รูปประกอบ 4 ประกอบโดยนักเขียน, รูปประกอบ 5

     

    เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !