เมื่อพูดถึงสถานที่ หรือประเทศที่ที่อยากจะไปอยู่อาศัยมากที่สุดของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะชอบทะเล ภูเขา หรือบางคนอาจจะชอบอยู่ในเมือง ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบาย แต่นั่นอาจจะไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดที่ทำให้ผู้คนต่างอยากย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่น อาจจะเป็นเรื่องระบบสาธารณูปโภคที่ดี หรือการรักษาพยาบาลที่ทั่วถึง ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผู้คนอยากที่จะไปอาศัยอยู่ในที่แห่งนั้น

 

โดยบทความนี้จะขอกล่าวถึง 10 อันดับประเทศที่น่าอยู่ที่สุด จัดอันดับโดยรายงานการพัฒนามนุษย์ขององค์การสหประชาชาติ ปัจจัยที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการวัดความน่าอยู่ของแต่ละประเทศโดยองค์การสหประชาชาติ ได้แก่ ความเท่าเทียมกัน การศึกษา สภาพความเป็นอยู่ของคนในแต่ละประเทศ ความมั่นคงทางการเงิน ฯลฯ ซึ่งอาจจะมีปัจจัยอื่น ๆ ตามความต้องการของแต่ละบุคคลโดยที่ไม่ได้กล่าวไว้ในข้างต้น นั่นก็สามารถนำมาใช้ในการวัดความน่าอยู่ของแต่ละประเทศในความคิดเห็นรายบุคคลได้เช่นกัน

Advertisement

Advertisement

 

10 อันดับประเทศที่น่าอยู่ที่สุด ในปี 2020 ที่จัดอันดับโดยรายงานการพัฒนามนุษย์ของสหประชาชาติ ได้แก่

 

1. นอร์เวย์  

สหประชาชาติได้จัดให้ประเทศนอร์เวย์เป็นประเทศที่น่าอยู่อาศัยเป็นอันดับ 1 เนื่องจากประเทศนอร์เวย์เข้าเกณฑ์ที่สหประชาชาติได้ตั้งไว้และมีคะแนนสูงสุด อายุเฉลี่ยของคนในประเทศยังมากถึง 82 ปี โดยเฉลี่ย

 

ส่วนในเรื่องของระบบสาธารณะสุขการดูแลสุขภาพของคนในประเทศนอร์เวย์จะได้รับบริการการตรวจสุขภาพประจำปี และได้รับการรักษาพยาบาลในทุก ๆ กรณี ซึ่งจะแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ ที่เข้าถึงในเรื่องของการรักษาพยาบาลที่มีความยากลำบากว่า นั่นก็เป็นผลทำให้ชาวนอร์เวย์มีอายุเฉลี่ยโดยรวมที่สูงขึ้น

Advertisement

Advertisement

ประเทศนอร์เวย์

 

2. สวิตเซอร์แลนด์

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีความสำคัญด้านการลงทุนในระดับนานาชาติ และยังเต็มไปด้วยธรรมชาติและภูเขามากมาย ผู้คนจะได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ได้จากการอยู่อาศัยในประเทศนี้ ซึ่งการดูแลสุขภาพของชาวสวิตเซอร์แลนด์นั้นดีมาก ๆ เมื่อเทียบกับนอร์เวย์แล้วสองประเทศนี้ไม่ต่างกันมากเท่าไร ประชากรในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ไม่ค่อยมีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับโรคร้ายแรงต่าง ๆ และอายุเฉลี่ยของพวกเขายังมากกว่าชาวนอร์เวย์ โดยมีอายุเฉลี่ยเท่ากับ 83 ปี

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

 

3. ออสเตรเลีย

องค์กรสหประชาชาติได้ยกย่องประเทศออสเตรเลียในเรื่องการให้ความสำคัญทางด้านการศึกษา ซึ่งการไปเรียนของนักเรียนไม่ได้มีความกดดันเรื่องการศึกษามากจนเกินไป แต่ผลการเรียนของนักเรียนยังคงอยู่ในระดับที่ดี ซึ่งจำนวนปีของประชากรที่ได้รับการศึกษาในสถาบันการศึกษาในประเทศออสเตรเลียเฉลี่ยประมาณ 20 ปี ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทาลัยในระดับปริญญาตรี และสัดส่วนการศึกษามากกว่าร้อยละ 5 ของ GDP  ของประเทศ

Advertisement

Advertisement

ประเทศออสเตรเลีย

 

4. ไอร์แลนด์

ประเทศไอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีสังคมที่มีความหลากหลาย และผู้คนที่อยู่อาศัยสามารถหาความสุขให้ตัวเองได้ง่าย อีกทั้งประชากรในประเทศยังมีความอัธยาศัยดี ภูมิประเทศเต็มไปด้วยเนินเขาสีเขียว ปกคลุมไปด้วยธรรมชาติ และที่สำคัญคือประเทศนี้เป็นประเทศที่น่าอยู่เพราะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความปลอดภัยที่สุด ซึ่งการก่ออาชญากรรมในประเทศนั้นต่ำมาก และมีอัตราการฆ่าตัวตายน้อยที่สุดอีกด้วย

ประเทศไอร์แลนด์

 

5. เยอรมนี

ประเทศเยอรมนีมีความโดดเด่นด้านการให้ความสำคัญด้านการศึกษา ซึ่งประชากรในประเทศได้รับการศึกษาที่สูง และมีเพียงร้อยละ 4 ของคนในประเทศเท่านั้นที่ไม่ได้รับการศึกษาหรือไม่ได้จบในระดับปริญญาตรี อีกทั้งยังมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ขนส่งมวลชนที่ปลอดภัย สะดวกสบาย และยังมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมเพราะเนื่องจากมีผู้คนจำนวนมากเดินทางมาที่นี่ทำให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรมที่หลากหลาย

ประเทศเยอรมนี

 

6. ไอซ์แลนด์

เมื่อพูดถึงประเทศไอซ์แลนด์แล้วจะไม่พูดถึงธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์ที่หาดูได้ยากก็ไม่ได้ เนื่องจากประเทศนี้มีสภาพภูมิอากาศที่หนาวตลอดทั้งปี และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวอย่ามากมาย เช่น Blue Lagoon เป็นทะเลสาบที่เป็นน้ำอุ่นอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ หรือจะเป็นแสงเหนือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของไอซ์แลนด์ในช่วงฤดูหนาว และยังมีน้ำตกสโคคาร์ฟอสส์ซึ่งเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดและสวยงามที่สุดในไอซ์แลนด์ หรือหลาย ๆ คนจะเรียกว่าน้ำตกสายรุ่งนั่นเอง แต่นั่นก็ยังไม่ใช่เหตุผลสำคัญที่ทำให้ประเทศนี้มีความน่าอยู่ตามหลักขององค์การสหประชาชาติ สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ประเทศนี้มีความน่าอยู่คือ อายุขัยและการดูแลสุขภาพของประชากรในประเทศ ซึ่งอายุขัยเฉลี่ยของประชากรในประเทศไอซ์แลนด์นั้นมีมากถึง 83 ปี 

ประเทศไอซ์แลนด์

 

7. สวีเดน

เป็นประเทศที่ประชากรในประเทศได้รับการดูแลสุขภาพและได้รับการศึกษาฟรี ทั้งยังมีความเท่าเทียมทางสังคมและความปลอดภัยอย่างมาก มีอัตราการก่ออาชญากรรมรุนแรงน้อยมาก และสุขภาพชีวิตของประชากรอยู่ในระดับที่ดีอีกด้วย

ประเทศสวีเดน

 

8. ฮ่องกง

ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศที่สำคัญ และมีการเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำมาก ซึ่งการเก็บภาษีที่สูงที่สุดเพียงร้อยละ 17 ทำให้ดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุน

และยังมีการก่ออาชญากรรมต่ำมาก ๆ แม้ว่าจะเป็นเขตเมืองที่มีประชากรหนาแน่น มีระบบขนส่งสาธารณะที่ทันสมัยสะดวงสบายต่อการเดินทาง

ประเทศฮ่องกง

 

9. สิงคโปร์

เป็นประเทศที่ผลักดันด้านการศึกษาให้กับประชากรอย่างมาก โดยที่ส่งเสริมให้ประชากรต้องรู้ภาษาถึงสองภาษาด้วยกัน อีกทั้งก่อนหน้านี้รัฐบาลได้มีการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยของประชากรในประเทศโดยมีนโยบายที่ช่วยให้ประชากรในประเทศมีบ้านอยู่อาศัย และนโยบายการออมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกลางเพื่อจะได้ใช้เงินเหล่านี้ในการซื้อบ้าน นอกจากนี้อัตราอายุขัยของคนในประเทศอยู่ในระดับที่สูง และประชากรมีความยินดีที่จะจ่ายให้กับการดูแลสุขภาพอย่างมาก

ประเทศสิงคโปร์

 

10. เนเธอร์แลนด์

ประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพและมีการผลักดันให้ใช้พลังงานไฟฟ้าแทนการใช้น้ำมัน เช่น การหยุดการใช้ยานพาหนะที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซล และหันมาใช้พลังงานไฟฟ้าแทน 

สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ อัตรานักโทษในประเทศเนเธอร์แลนด์นั้นมีน้อยมาก ๆ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ และที่สำคัญคือประเทศเนเธอร์แลนด์มีช่องว่างของค่าแรงที่ต่ำมาก ๆ เมื่อเทียบกับหลายประเทศทั่วโลก 

ประเทศเนเธอร์แลนด์

ในการจัดอันดับขององค์การสหประชาชาตินี้ประเทศไทยของเราอยู่อันดับที่ 77 จาก 189 อันดับ ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ 

 

อย่างไรก็ตามการจัดอันดับนี้เป็นเพียงการจัดอันดับของรายงานการพัฒนามนุษย์ขององค์การสหประชาชาติเพียงรายงานเดียวเท่านั้น ไม่ได้พิจารณาจากแหล่งอื่น ๆ จึงอาจจะทำให้เกิดการตกหล่นจากการวิเคราะห์ต่าง ๆ ได้

 

สุดท้ายนี้ผู้เขียนมีความคิดเห็นว่า ประเทศที่น่าอยู่ที่สุดที่ถูกจัดอันดับโดยองค์การสหประชาชาติในหลาย ๆ ประเทศมีความแตกต่างทางวัฒนธรรม การดำรงชีวิต และความเป็นอยู่ อย่างไรก็ตามทุก ๆ ประเทศมีความเหมือนกันทางด้านการใส่ใจในชีวิตความเป็นอยู่และความปลอดภัยของประชากรในประเทศ ส่งผลให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุด 10 อันดับของโลก

 

ขอบคุณ

ข้อมูล : http://hdr.undp.org/ และ https://worldpopulationreview.com

รูปภาพปกจาก : https://pixabay.com

รูปภาพนอร์เวย์จาก : https://pixabay.com

รูปภาพสวิตเซอร์แลนด์จาก : https://pixabay.com

รูปภาพออสเตรเลียจาก : https://pixabay.com

รูปภาพไอร์แลนด์จาก : https://pixabay.com

รูปภาพเยอรมนีจาก : https://pixabay.com

รูปภาพไอซ์แลนด์จาก : https://pixabay.com

รูปภาพสวีเดนจาก : https://pixabay.com

รูปภาพฮ่องกงจาก : https://pixabay.com

รูปภาพสิงคโปร์จาก : https://pixabay.com

รูปภาพเนเธอร์แลนด์จาก : https://pixabay.com