เพื่อนๆอาจจะเคยได้ยินชื่อ โยโกฮาม่า แต่อาจจะไม่รู้ว่ามันอยู่ส่วนไหนของญี่ปุ่น หรือบางคนก็อาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อน วันนี้ผมจะพาไปดูว่าที่นี่มันมีอะไร โยโกฮาม่า เป็นเมืองใหญ่อันดับสองเรียงตามประชากรของประเทศญี่ปุ่นรองจากกรุงโตเกียว และยังถือเป็นเขตเทศบาลที่มีประชากรมากที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ในจังหวัดคานางาวะ ตั้งอยู่บริเวณอ่าวโตเกียวทางใต้ของกรุงโตเกียวโดยสามารถนั่งรถไฟฟ้าจากโตเกียวมาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง และโยโกฮาม่านี้ยังถือเป็นศูนย์กลางพาณิชยกรรมและหนึ่งในเขตอุตสาหกรรมที่สำคัญของญี่ปุ่นอีกด้วย

เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า สำหรับการเดินทางมาที่นี่จากโตเกียวนะครับสามารถนั่งรถไฟฟ้าจากโตเกียวมาลงที่สถานี Sakuragicho Station ออกมาจากประตูทางออกก็จะเจอทางเชื่อมด้านหน้าครับ เมื่อเข้าไปในทางเชื่อมจากตรงนี้ก็จะเห็น Yokohama Landmark Tower ที่ตั้งอยู่อีกฟากของทางเชื่อม ซึ่งเดิมทีนั้นที่นี่เคยเป็นอดีตอาคารสูงที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงเป็นอันดับ 4 ของญี่ปุ่น ที่มีความสูง 295.8 เมตร ซึ่งประกอบด้วยโรงแรมห้าดาว ชั้น 48 ร้านค้า ร้านอาหาร คลินิก และสำนักงานต่าง ๆ เมื่อสิ้นสุดทางเชื่อมก็จะเจอกับที่นี่ ผมไม่แน่ใจว่าเค้าเรียกว่าอะไรเหมือนกัน เป็นเหมือนสวนสาธารณะและเรือที่เห็นนั่นที่จริงเค้าก็เปิดให้ขึ้นไปบนเรือด้วยนะครับ แต่วันที่ผมไป เหมือนเค้าจะไม่ได้เปิดเลยไม่ได้ขึ้นไปชมข้างใน เมื่อเดินเรียบน้ำไปเรื่อยๆก็จะเจอกับสวนสนุก Yokohama Cosmo World ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 20,000 ตารางเมตร มีเครื่องเล่นมากมาย โดยมีการนำเทคโนโลยีสามมิติเข้ามาช่วย ทำให้เครื่องเล่นหลายๆ อย่างเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับผู้ที่เข้ามาเที่ยวในสวนสนุกแห่งนี้ สังเกตุได้ง่ายๆ จากชิงช้า ที่สูงเด่นมาแต่ไกล ซึ่งสวนสนุกนี้ก็จะกินพื้นที่ของทั้งสองฝั่งเลย โดยที่แบ่งฝั่งที่ผมยืนอยู่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นโซนเครื่องเล่นของเด็กๆซะส่วนใหญ่ รวมทั้งยังมีไอซ์โดม ให้สามารถเข้าไปดับร้อนด้วยนะครับ เมื่อข้ามสะพานมาก็จะเจอโซนที่เป็นเครื่องเล่นสำหรับผู้ใหญ่หรือเด็กโตกันแล้วหละครับ ทั้งชิงช้า รถไฟเหาะแบบกลางแจ้ง หรือจะเป็นรถไฟเหาะจำลองที่ใช้ VR ไว้ให้เล่นข้างในด้วยนะครับ และก็ยังมีเครื่องเล่นอื่นๆให้เล่นกันอีกมากมาย สำหรับวันที่ผมไปเป็นวันที่ลมแรงมากพวกเครื่องเล่นกลางแจ้งส่วนใหญ่เลยงดให้บริการเพื่อความปลอดภัย ก็อดกันไปตามระเบียบ สามารถมาเล่นได้ทั้งเช้าและเย็นเลยครับและในส่วนของตอนกลางคืนตรงชิงช้าก็จะเปิดไฟที่มีสีสันสวยงามให้เราได้ชมกันด้วย เราไปต่อกันที่อื่นดีกว่า… ถ้าเราเดินเรียบถนนไปซักนิดๆเยื้องๆกันก็จะเจอกับพิพิธภัณฑ์ Yokohama Cup Noodles ซึ่งจะมีโชว์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของญี่ปุ่นให้เราได้ชมมากมาย และเรายังมีที่สำหรับให้เราทำบะหมี่รสชาติของตัวเองได้อีกด้วย แต่เสียดายผมไม่ได้แวะ เลยเดินไปอีกที่ต่อเลย ด้านหน้าที่เราเห็นนั้นก็คือ Yokohama Red Brick Warehouse ซึ่งจะเป็นห้างสรรพสินค้าและก็ยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ต่างๆ ข้างในอีกด้วย ต่อไปผมก็กำลังเดินกลับที่สถานีรถไฟที่ผมลงมาเพื่อจะไปหาอะไรมื้อเที่ยงที่พิพิธภัณฑ์ ราเมนของโยโกฮาม่า ที่รวมรวมร้านราเมนที่ขึ้นชื่อทั่วญี่ปุ่นมาไว้ด้วย ระหว่างทางกลับสถานีก็ได้เดินไปชมวิวของเมืองไปคืออยากบอกว่าที่นี่สะอาดและดูมีระเบียบมาก สำหรับมื้อเที่ยงผมไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้ งั้นเราข้ามไปตอนบ่ายกันเลยดีกว่า และในที่ตอนบ่ายนี้เราก็อยู่กันที่ Yokohama Chinatown อ่านกันไม่ผิดหรอก ไชน่าทาวน์จริงๆ คือที่นี่ในปี 1859 ตอนที่ญี่ปุ่นได้เปิดเป็นเมืองท่า และได้มีชาวจีนหลายคนอพยพมาทำการค้าขายเป็นจำนวนมากทำให้ที่นี่กลายเป็นย่านอาศัยของคนจีนที่ใหญ่ที่สุดใน 3 ของย่านคนจีนในประเทศญี่ปุ่น (โกเบ, นางาซากิ, โยโกฮาม่า)  ไชน่าทาวน์ที่นี่เป็นย่านที่มีการผสมผสานระหว่างจีน กับ ญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว อาคารบ้านเรือนมีสถาปัตยกรรมแบบจีน และมีโคมไฟสีแดงประดับอยู่ตามถนน ในย่านนี้จะเป็นเหมือนถนนคนเดิน มีทั้งร้านอาหารมากมาย ภัตตาคารจีน ร้านขายติ่มซำ เกาลัดคั่ว อาหารยอดนิยมจะเป็นฮะเก๋าร้อนๆ ไม่ว่าจะไปซอยไหนก็จะเจอป้าย เจอร้านฮะเก๋า อยู่หลายร้าน นอกจากอาหารแล้ว ยังมีร้านขายของที่ะลึกหลายร้าน ขาย Magnet, รูปภาพ, กระเป๋า, ร่ม ฯลฯ เมื่อเดินเพลิดเพลินไปกับไชน่าทาวน์ที่นี่แล้วก็ได้เวลากลับไปที่สถานีเดิมที่ผมมาลงจากโตเกียว โดยผมว่าจะกลับไปเดินที่ Yokohama Cosmo World ต่ออีกซักนิดก่อนกลับ ผมขอจบรีวิวของผมไว้เพียงเท่านี้และขอขอบคุณคนที่เข้ามาอ่านด้วยนะครับ นี่เป็นการเขียนรีวิวการท่องเที่ยวครั้งแรกของผม ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็สามารถติชมไว้ที่ comment ด้านล่างไว้ได้เลยนะครับผมยินดีนำไปปรับปรุง 🙂 และขอฝากเว็บไซต์ของผมด้วยนะครับไว้เป็นช่องทางสามารถรับข่าวสารและติดตามผลงานของผมได้เร็วขึ้นที่ https://gontanseng.com/ © Gon Tanseng 2018