ประเพณีนิยมในแต่ละท้องถิ่นที่มีมูลเหตุมาจากศาสนานั้นมีมากมาย บางประเพณีก็มีลักษณะคล้ายกันมีแตกต่างกันบ้าง ในเรื่องของวัตถุทาน วันเวลาและขั้นตอนของพิธีกรรมแต่เท่านั้น แต่มีจุดมุ่งหมายเหมือนกันคือเป็นพิธีการทำบุญอุทิศให้กับบรรพบุรุษ เช่น งานบุญสารทเดือนสิบของภาคใต้ งานตานก๋วยสลากของภาคเหนือ งานบุญข้าวสากและบุญข้าวประดับดินของภาคอีสาน เป็นต้น มีประเพณีเก่าแก่อย่างหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่จัดขึ้นเฉพาะแถบอำเภอเมืองและอำเภอใกล้เคียง เป็นประเพณีที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ประเพณีที่ว่านี้มีชื่อว่าประเพณีให้ทานไฟ นั่นเองครับ

ที่                                                                 การจัดเตรียมสถานที่ก่อนทำกิจกรรมให้ทานไฟ

อาหาร                                                          มาถึงวัดก็ลงมือปรุงอาหารให้ทานไฟตั้งแต่เวลาเช้าตรู่

Advertisement

Advertisement

วันนี้ผู้เขียนขอนำท่านผู้อ่านล่องใต้มาศึกษาและชมบรรยากาศประเพณีให้ทานไฟที่วัดป่าห้วยพระซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญวัดหนึ่ง ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลนาพรุ อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราชกันนะครับ การให้ทานไฟนี้ฟังแค่ชื่อก็ชวนให้คิดว่าเป็นการถวายไฟร้อน ๆ การถวายหลอดไฟฟ้า หรือถ่านไฟแด่พระสงฆ์ แท้จริงแล้วหมายถึงการถวายอาหารร้อน ๆ ที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ ๆ แด่พระภิกษุหรือสามเณรในช่วงเดือนที่อากาศเย็น (ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชไม่มีฤดูหนาว) ระหว่างเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ ช่วงเดือนดังกล่าวอากาศจะเย็น ชาวบ้านจะตื่นตั้งแต่ก่อนสว่างเพื่อมาก่อไฟผิงกันและด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนา จึงเกิดภูมิปัญญานำอาหารมาปรุงใส่บาตรในตอนเช้า ต่อมาก็เปลี่ยนสถานที่มาปรุงอาหารทีวัดเสียเลยเพราะสะดวกในการถวายอาหารแด่พระภิกษุและสามเณรภายในวัด ใครมาถึงก่อนก็ก่อไฟแล้วนิมนต์พระมานั่งผิงไฟให้อบอุ่นก่อนลงมือปรุงอาหาร

Advertisement

Advertisement

อาหาร
จาก                                                 ขนมครกและขนมจากเป็นขนมที่นิยมปรุงในประเพณีให้ทานไฟ

อาหารที่นิยมนำมาปรุงมี ข้าวต้ม ข้าวผัด หมี่ผัด ข้าวยำ ข้าวเหนียวหลาม  เป็นต้น ประเภทขนมนิยมขนมที่ใช้ไฟแรงปรุงสุกไว เช่น ขนมครก ขนมจาก ขนมโค ขนมจู้จุน ขนมเบื้อง ขนมกรอก เป็นต้น ปรุงเสร็จก็ยกถวายให้พระท่านฉันได้เลยโดยไม่ต้องมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์แต่อย่างใด   
ถวาย

                                                    ข้าวต้มกำลังร้อน ๆ เตรียมตักถวายพระภิกษุและสามเณร

ถวาย                                                                      เสร็จแล้วยกมาถวายแด่พระภิกษุสงฆ์

Advertisement

Advertisement

สำหรับที่มาของประเพณีให้ทานไฟนั้นมีอยู่ในพระสูตรว่า ในครั้งพุทธกาลในกรุงราชคฤห์มีเศรษฐีชื่อว่าโกสิยะเป็นเศรษฐีที่มีความตระหนี่มาก ไม่เคยบริจาคทานใด ๆ วันหนึ่งอยากกินขนมเบื้อง (ขนมกุมมาส) จึงสั่งให้ภรรยาไปปรุงบนปราสาทเพื่อไม่ให้ใครมาขอรับประทานด้วย พระพุทธเจ้าจึงรับสั่งให้พระมหาโมคคัลลานะอัครสาวกเบื้องซ้ายผู้เลิศในทางมีฤทธิ์เหาะขึ้นไปโปรดท่านเศรษฐีบนปราสาท และแสดงฤทธิ์ด้วยวิธีการต่าง ๆ จนเศรษฐีมีใจน้อมไปในการบริจาคทานกลายเป็นเศรษฐีผู้ใจบุญ ได้มาถวายภัตตาหารแด่พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระสงฆ์ 500 รูปที่วัดพระเชตวัน ในกาลต่อมาในช่วงฤดูหนาวท่านเศรษฐีก็ได้ให้บริวารก่อไฟปรุงอาหารมาถวายแด่พระพุทธเจ้าและพระภิกษุตลอดจนบริจาคทานแก่คนทั่วไปเป็นนิตย์ เมื่อพระพุทธศาสนาเผยแผ่มาถึงดินแดนทางภาคใต้โดยเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราชการถวายทานแบบนี้ก็ตกทอดมาด้วยจนกลายมาเป็นประเพณีให้ทานไฟของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชตั้งแต่บัดนั้น เป็นที่น่าสังเกตว่าประเพณีนี้มีเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเท่านั้น ที่อื่นถ้าจะมีอยู่บ้างก็เป็นเพราะในพื้นที่นั้นมีชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชอพยพไปอยู่และทำกิจกรรมให้ทานไฟขึ้นบ้างเท่านั้น

ทานไฟประเพณีการให้ทานไฟ เป็นประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่แสดงออกถึงความเชื่อและความเลื่อมใสในในพระพุทธศาสนา ด้วยการมาก่อไฟหุงหาอาหารกันในช่วงหัวรุ่งของเดือนที่มีอากาศเย็น เพื่อถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุและสามเณรด้วยอาหารที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ ๆ เป็นการบำเพ็ญบุญในส่วนของทานมัยและแสดงออกถึงความรักสามัคคีของพุทธศาสนิกชนในชุมชน ดังเช่นที่วัดป่าห้วยพระแห่งนี้ ที่ได้สืบสานในการอนุรักษ์ประเพณีอันดีให้คงอยู่คู่จังหวัดนครศรีธรรมราชตลอดไป

                                                                          ภาพประกอบทั้งหมดโดยผู้เขียน