สวัสดีค่ะทุกคน เอาเป็นว่าไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรอีกคนที่หลงเข้ามาอ่าน(ฮ่าๆ) คงจะเห็นจากชื่อเรื่องและภาพปกแล้ว งั้นเราไปเริ่มกันเลยดีกว่า

    เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงกับตัวเราเอง แต่มันเกิดตั้งแต่สมัยเรายังเด็กๆ รายละเอียดบางส่วนเราอาจจะจำได้ไม่หมดแต่จะพยายามเขียนออกมาให้ดีที่สุดแล้วกันนะคะ เป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ

ป่าทึบ

       เริ่มจากในสมัยนั้นเรายังอยู่ที่บ้านเก่าที่กรุงเทพ ลักษณะของบ้านเราจะเป็นบ้านแบบทาวน์เฮ้าส์ เป็นปูนทั้งหลัง มี 2 ชั้นด้วยกัน โดยชั้นล่างเป็นประตูเข้าบ้านถัดจากประตูบ้านมาจะมีบริเวณที่เป็นหน้าบ้านมีพื้นกระเบื้องโล่งๆ ที่มีเตาแก๊ส 3 เตา เป็นที่ที่เอาไว้เตรียมของและทำกับข้าวไปขาย ถัดเข้ามามีประตูไม้ที่เอาไว้กั้นตรงส่วนหน้าบ้านและตัวบ้าน ถัดมาข้างในจะเป็นบริเวณที่อยู่อาศัยจริงๆ ด้านในสุดจะเป็นโทรทัศน์และเตียงนอนของปู่ และมีคีย์บอร์ดไฟฟ้าของเราที่พ่อซื้อให้อยู่ข้างๆกัน ขวามือของเตียงจะเป็นห้องน้ำ หากขึ้นมาที่ชั้นสอง จะแบ่งเป็น 4 ห้องนอนและ 1 ห้องเก็บของ แต่ห้องที่ใช้จริงๆมีแค่ 3 ห้อง คือห้องนอนของย่า ของแม่ และห้องนอนเรา ส่วนอีกหนึ่งห้องเป็นห้องนอนเก่าที่ไม่มีใครนอนแต่ใช้เป็นที่เก็บโกศของบ้านเรารวมถึงของพ่อเราด้วย

Advertisement

Advertisement

มือ      เรื่องที่เกิดขึ้นนี้เกิดหลังจากพ่อของเราเสียไปไม่นาน เริ่มเรื่องคือในช่วงเย็นของทุกวันนั้นแม่ของเราจะต้องออกไปขายกับข้าวที่ตลาด ดังนั้นโดยปกติหลังจากเรากลับมาจากโรงเรียนเราก็จะอยู่ที่บ้านกับปู่และย่าของเรา แต่วันที่เกิดเหตุนี้ย่าของเราไม่อยู่(เราจำไม่ได้เเล้วว่าย่าเราไปไหน) ทำให้เราต้องอยู่กับปู่เเค่ 2 คน ปกติเราก็จะนอนเล่น ดูโทรทัศน์ ทำการบ้าน อยู่บนห้องของเรา ส่วนปู่ก็จะอยู่ข้างล่าง เตรียมของไว้ขายพรุ่งนี้ตอนเช้า(ลืมบอกว่าปู่เราก็ขายกับข้าวแต่เป็นช่วงเช้า) เเละเรื่องมันก็เริ่มจากการที่เราคิดว่าปู่อยู่ข้างล่างนี่แหละ ขณะที่เรากำลังดูโทรทัศน์อยู่เราได้ยินเสียง " ติ๊งๆๆ " คือเป็นเสียงคล้ายๆดนตรีอะไรสักอย่าง ไม่สามารถฟังออกได้ว่าเป็นเสียงอะไรหรือเพลงอะไร ตอนแรกเราก็คิดว่ามันเป็นเสียงในโทรทัศน์เราเลยลองเบาเสียง ปรากฏว่าเสียงมันก็ยังคงไม่หายไป หันไปหยิบโทรศัพท์มาดูก็ไม่ใช่เสียงเรียกเข้าหรือแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ เราจึงเงียบฟังเสียงอีกครั้งพยายามฟังว่าเสียงมาจากไหน จนเราแน่ใจแล้วว่าเสียงมาจากข้างล่างจริงๆ เราเลยคิดว่าน่าจะเป็นเสียงจากโทรทัศน์หรือวิทยุของปู่ที่อยู่ข้างเลยไม่ได้คิดอะไร 

Advertisement

Advertisement

         แต่เสียงมันยังดังอยู่อีกสักพัก เราเลยปิดเสียงทีวีแล้วตั้งใจฟังอีกรอบ (ด้วยความขี้เกียจเดินลงไปดู) เราก็รู้ว่าเสียงนั้นมันเป็นเสียงของคีย์บอร์ด เสียงเหมือนคนกดคีย์บอร์ดมั่วๆ ไปเรื่อยๆ ต้องบอกว่าคีย์บอร์ดของเราจะทำงานได้คือต้องเสียบปลั๊กก่อน และเราขอยืนยันว่าครั้งล่าสุดที่เล่นเราถอดปลั๊กและเก็บสายไว้บนคีย์บอร์ดเรียบร้อยแล้ว ตอนนั้นเราคิดในใจขำๆว่าปู่ทำอะไรอยากเล่นคีย์บอร์ดหรอ เราก็ไม่ได้คิดมาก ดูทีวีต่อไป 

Advertisement

Advertisement

ป่าทึบ        เสียงกดคีย์บอร์ดก็ยังคงดังอยู่เรื่อยๆ มันไม่ได้ดังตลอดเวลานะ มันดังเป็นพักๆเหมือนเล่นๆหยุด อยู่พักใหญ่ๆ จนเราทนสงสัยไม่ไหวเลยลงไปดูว่าปู่ทำอะไรกันแน่ ช่วงที่เราออกจากห้องและกำลังลงบันไดเราไม่ได้ยินเสียงนั้นแล้ว  และเวลาลงบันไดบ้านไปปกติเราจะชอบหันซ้ายไปมองทางหน้าบ้านด้วยความเคยชินว่า ถ้าปู่ไม่อยู่ ปู่จะปิดประตูไม้หน้าบ้านไว้ให้ คือเราจะรู้ได้เลยว่าปู่อยู่หรือเปล่าจากการมองประตู ซึ่งวันนั้นประตูไม้มันปิดอยู่ แวบแรกเราพยายามไม่คิดอะไร คิดไว้ก่อนว่าปู่อาจจะเตรียมของเสร็จแล้วเลยปิดบ้านไว้ ไม่อยากให้คนข้างนอกมองเข้ามาข้างในก็ได้ แต่พอลงไปถึงข้างล่างปรากฏว่า ไม่เจอปู่อยู่เลย แต่นี่ก็ยังไม่เชื่อไงลองไปเปิดประตูไม้ดูเผื่อปู่เดินออกไปข้างนอก ซึ่งมันก็ไม่มีใครจริงๆ นาทีนั้นเรารู้ได้เลยว่าเราอยู่ที่บ้านคนเดียว หลังจากนั้นเราก็รีบวิ่งขึ้นห้องแล้วก็เปิดทีวีเสียงดังๆ รอจนปู่กลับมาถึงลงมาข้างล่างอีกที 
       จนถึงตอนนี้เราก็ยังไม่รู้จริงๆว่าเสียงที่เราได้ยิน ใครเป็นคนทำกันแน่

      นี่คือเรื่องราวทั้งหมดของเราที่เราเคยได้เจอมา ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบนะคะ

ขอบคุณภาพจาก pexels

ภาพปก / รูปที่ 1 / รูปที่ 2 / รูปที่ 3