เด็กนักเรียนโรงเรียนไทย ตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาทุกคนทั่วประเทศ คงจะได้เรียนออนไลน์ DLTV กันไปแล้วตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการเรียนออนไลน์พร้อมกันทั่วประเทศครั้งแรก ซึ่งก็พบว่าการเรียนแบบนี้ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก แล้วสงสัยไหมว่า โรงเรียนไทยเรียนออนไลน์ DLTV โรงเรียนนานาชาติเรียนออนไลน์อย่างไร?

DLTV เป็นการเรียนทางไกลผ่านดาวเทียม ที่มีในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 จุดประสงค์หลักจริง ๆ เพื่อให้การศึกษาสำหรับโรงเรียนในต่างจังหวัด ที่ยังขาดแคลนครูผู้สอนเฉพาะวิชา และโรงเรียนที่ยังไม่พร้อมในการจัดการศึกษา ระบบการเรียนทางไกลนี้ ได้ถูกนำมาใช้พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

DLTVหลังจากที่เด็กทุกคนได้ลองเรียนออนไลน์กันแล้ว ก็มีความคิดเห็นต่าง ๆ นานา ทั้งจากครู ผู้ปกครอง และนักเรียนว่า การเรียนแบบนี้ ไม่สามารถตอบโจทย์การศึกษาของเด็กทุกช่วงวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจจะด้วยความไม่เท่าเทียมกันของการศึกษาแต่ละพื้นที่ แต่ก็ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาในช่วงเวลาจำกัด ที่สามารถจะทำได้ในเวลานี้

Advertisement

Advertisement

เราเลยเกิดความสงสัยว่า แล้วโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย ที่ถูกสั่งปิดโรงเรียนชั่วคราวในช่วงเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา เค้าจัดการเรียนการสอนอย่างไร เพราะจำได้ว่าตอนนั้นเป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มาก โรงเรียนนานาชาติก็คงไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะต้องถึงขั้นปิดโรงเรียนชั่วคราว แล้วเค้ามีวิธีปรับตัว ปรับขบวนการเรียนการศึกษาอย่างไร รวดเร็วขนาดไหน

เรียนออนไลน์สอบถามญาติและลูกของเพื่อนที่เรียนอยู่ในโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง ได้ข้อมูลมาว่า โรงเรียนแต่ละแห่งใช้แอปพลิเคชันหลายอย่างในการเรียนการสอนออนไลน์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยแต่ละโรงเรียนก็จะเลือกใช้ผสมกัน 1-2 แอปเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้มากที่สุด

Advertisement

Advertisement


1. Zoom

ใช้ในการเรียนรวมกันทั้งห้องเรียน ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เราคุ้นเคยกันดีในช่วง Work From Home ที่หลายบริษัทนำมาใช้ในการประชุมออนไลน์ โดยเริ่มแรกมีการประชุมอบรมให้ความรู้การใช้โปรแกรมนี้กับครูฝรั่ง และทดลองใช้กันก่อน หลังจากนั้นก็ให้ความรู้กับผู้ปกครอง แจ้งให้เตรียมอุปกรณ์การเรียน ซึ่งประกอบด้วย ไอแพด คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือ โน้ตบุ๊ก หลังจากนั้นก็แจ้งประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนเข้าใช้โปรแกรม โดยอยู่ในความดูแลของผู้ปกครอง

zoom


2. Seesaw

เป็นพื้นที่สำหรับให้ครูสั่งงานให้เด็กทำ โดยอาจจะสั่งงานเป็นคลิปวีดีโอ หรือไฟล์เอกสาร แล้วให้เด็กไปทำมาส่ง โดยเด็กนักเรียนสามารถส่งงานเป็นไฟล์รูปภาพ, บันทึกเสียง หรืออัดคลิปส่งงานในรูปแบบวีดีโอ เด็กสามารถแชร์ผลงาน และดูผลงานของเพื่อนในกลุ่มได้ มีกล่องข้อความที่เด็กสามารถสื่อสารกับครูได้ ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของโปรแกรมนี้คือ สามารถเชื่อมต่ออีเมลของผู้ปกครองได้ ทำให้ผู้ปกครองสามารถติดตามการเรียน การบ้าน และการส่งงานของลูก ๆ ได้อีกด้วย

Advertisement

Advertisement

seesaw


3. Google Classroom

เป็นอีกแอปพลิเคชันที่ถูกนำมาใช้ในวงการศึกษาหรือโรงเรียน สำหรับนักเรียนที่โตขึ้น โดยครูสามารถติดต่อสื่อสารกับนักเรียนผ่านการประกาศ การมอบหมายงาน หรือทิ้งคำถามในบทเรียนไว้ เพื่อให้นักเรียนทำงานเดี่ยว หรือ งานกลุ่มส่ง เป็นการหลีกเลี่ยงหรือลดการใช้เอกสาร รายงานต่าง ๆ ข้อดีของโปรแกรมนี้ ทำให้ครูสามารถติดตามงานที่ค้างส่งได้อย่างง่ายดาย

google classroom


จะเห็นว่าเทคโนโลยีมีความสำคัญมากต่อการศึกษาในปัจจุบัน สำหรับโรงเรียนไทย อาจจะยังไม่สามารถใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเหมือนกับโรงเรียนนานาชาติ เพราะว่ามีอุปสรรคหลายอย่าง เช่น

-ความไม่พร้อมของอุปกรณ์การเรียน

-ความไม่พร้อมของบุคคลากรทางการศึกษาที่จะต้องเรียนรู้เทคโนโลยีในช่วงเวลาสั้น

-ความไม่พร้อมของผู้ปกครอง ที่จะต้องอยู่บ้านเพื่อดูแลการเรียนในรูปแบบใหม่ให้เด็ก

-ความไม่พร้อมด้านการเรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่

เรียนออนไลน์เรายังไม่รู้ว่าวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โรงเรียนจะสามารถเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติหรือไม่ ถ้าสามารถเปิดได้ตามปกติ ก็คงมีมาตรการ Social Distancing ควบคู่ไปด้วย แต่ถ้าไม่สามารถเปิดเรียนได้ตามปกติ คงจะต้องมีการพิจารณาปรับการเรียนการสอนออนไลน์ให้มีมาตรฐานมากขึ้น ตอบโจทย์การพัฒนาเด็ก ให้ได้รับความรู้ที่เหมาะกับวัยมากขึ้นกว่านี้  

 ภาพปก / รูปที่ 1 / รูปที่ 2 / รูปที่ 3 / รูปที่ 4 / รูปที่ 5 / รูปที่ 6