การเจ็บป่วยของผมนั้นจริง ๆ แล้ว คุณหมอแนะนำวิธีแก้ไขที่ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร แต่มันติดที่ว่าผมนั้นใจไม่แข็งแพ้ความยากของตัวเองตลอดตามใจปากตลอด คุณหมอแนะนำวิธีรักษาว่าให้ทานอาหารให้น้อยลง ทานแต่พอประมาณและเลือกทานแต่ที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายบาง ซึ่งก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรแต่ผมกลับทำไม่ได้ ย้อนไปตอนผมยังเป็นวัยรุ่นเป็นคนชอบออกกำลังกายมากๆ โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอล ผมชอบทานอาหารที่หลากหลาย โดยไม่สนว่าอาหารนั้นจะมีคุณค่าหรือไม่มีคุณค่าต่อร่างกาย สนใจแต่ปริมาณและความอร่อยเป็นพอ  สุขภาพตอนวัยรุ่นของผมก็แข็งแรงดี ไม่ค่อยเจ็บป่วย ส่วนเรื่องที่ทานอาหารและขนมมากๆ อาจเป็นเพราะตอนเด็กๆ ที่บ้านมีฐานะค่อนข้างยากจน อาหารที่ทานประจำคือ น้ำพริกปลาร้า ผักลวก ขนมก็ไม่ค่อยได้ทาน ทำให้พอโตขึ้นมามีงานทำแล้วสามารถหาเงินเองได้แล้ว เลยเป็นคนที่เสาะแสวงหาอาหารอะไรที่เคยอยากทานก็จะทาน (ตามใจปาก) เพื่อชดเชยในส่วนที่วัยเด็กไม่สามารถซื้อหามารับประทานได้ ผมชอบอาหารที่มีรสหวาน มัน ชอบของทอด เมื่อผมมีอายุมากขึ้น ผมก็ยังคงมีพฤติกรรมการทานอาหารเหมือนเดิม แต่สวนทางกับการออกกำลังกายซึ่งลดลง จนการออกกำลังกายปีหนึ่ง ไม่ถึง 10 ครั้ง ผมเข้ารับการตรวจสุขภาพทุกปี และบริจาคเลือดปีละ 3 ครั้งต่อปีทุกปี จนเมื่อผมอายุได้ 35 ปี ผลการตรวจสุขภาพของผลปรากฎว่าผมเป็นความดันโลหิตสูง *** คนปกติทั่วไป ความดันโลหิตตัวบนต้องไม่เกิน 120 ความดันตัวล่างต้องไม่เกิน 80 แต่ผมเกินมากจนรู้สึกว่าปวดหัว คุณหมอให้ยามาทานแต่ไม่ใช่ว่าจะใช้ยาตัวนั้นตลอดนะครับ คุณหมอเปลี่ยนมาหลายตัวจนถึงยาตัวที่เราใช้แล้วไม่มีผลข้างเคียง แต่ผมยังคงสามารถบริจาคเลือดได้ตามปกตินะครับ เพราะคุณหมอว่าสามารถบริจาคเลือดได้แม้จะทานยาลดความดันโลหิด

Advertisement

Advertisement

วัดความดัน                                                           ภาพการวัดความดันโลหิตด้วยเครื่องวัดความดันโลหิต รุ่นข้อมือ

          ผมเป็นความดันโลหิตสูงมาได้ 5 ปี เมื่อผมอายุครบ 40 ปี เอาละครับ มันมาละครับ โรคเบาหวานมาละ เป็นยกเซ็ททั้งเบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเลือดต้องทานยาตลอด ก่อนที่ผมจะเป็นเบาหวานผมมีอาการ ดังนี้คือ ตอนบ่ายจะมีอาการง่วงตลอด ไม่มีเรี่ยวแรง หิวแต่น้ำหวานและปวดฉี่หลายครั้งต่อวัน ซึ่งแต่ก่อนผมฉีแค่วันละครั้งหรือไม่ฉี่เลยครับ รวมทั้งเวลานอนยังต้องตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำเพื่อฉี่อีก นั้นเป็นสาเหตุทำให้ผมนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ น้ำหนักตัวของผมลดลงเดือนหนึ่งหายไปเกือน 10 กิโลเลยครับ ค่าน้ำตาลในเลือดของคนปกติเมื่องดอาหารเมื่อวันแล้วจะต้องไม่เกิน 120 และน้ำตาลในเลือดหลังอาหาร เมื่อวัดแล้วจะต้องไม่เกิน 140 แต่น้ำตาลของผมเกิน 200 เกือบ 300 ครับ จริงๆ แล้วผมน่าจะเป็นมานานแล้วครับแต่ยังไม่แสดงอาการออกมา สาเหตุน่าจะมาจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลมาก ๆ ผมว่าต้องใช่แน่ ๆ เพราะวันหนึ่งผมดื่มไปตั้งหลายขวด (หวังจะมีโชคใต้ฝากับเขาบ้าง) และการบริจาคเลือดของผมก็เป็นอันจบสิ้นลงแค่ครั้งที่ 16 เท่านั้น ใครที่ไม่อยากเป็นเหมือนผม ผมขอแนะนำให้ปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้นะครับ

Advertisement

Advertisement

1. ลดทานของหวาน มัน เค็ม

2. ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ

3. พักผ่อนให้เพียงพอ

แค่นี้ก็จะห่างไกลเบาหวานแล้วละครับเพื่อนๆ  เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด                                                          ภาพการตรวจน้ำตาลในเลือดจากเครื่องตรวจน้ำตาลหาค่า DTX

          DTX คือ Dextrostix คือวิธีการทดสอบหาค่าปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือดโดยใช้เลือดเพียง 1 หยดเป็นตัวทดสอบกับเครื่องวัด

ยาเบาหวาน                                                                               ภาพยาที่ผมต้องทานในแต่ละวัน

          ผมทานยาก่อนอาหารเช้า 2 เม็ด หลังอาหารเช้า 6 เม็ด ตอนเย็นก่อนอาหารเย็น 2 เม็ด และหลังอาหารเย็น 2 เม็ด และก่อนที่จะนอนอีก 1 เม็ดครับ สมัยแต่ก่อนเคยได้ยินคำว่า "การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ" นั้นมันจริงมาก ๆ เลยครับ เพราะแม้ว่าเงินทองที่เราหามาได้จะมากแค่ไหน แต่สุดท้ายมันต้องเสียไปกับการรักษาโรคที่เกิดขึ้นกับตัวเราอยู่ดี สุดท้ายผมก็ขอให้พวกเราจงดูแลร่างกายของเราตั้งแต่วันนี้ก่อนที่มันจะสายเกินไปนะครับ

 เครดิตภาพ จากเจ้าของบทความ