สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านทุกท่าน ในบางครั้งเมื่อย่างเข้าสู่หน้าร้อนหรือหน้าฝน สิ่งที่เราหรือมนุษย์ทั่วไปหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวน ยิ่งแดดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งจะทำให้เกิดฝนตกมากเท่านั้น ที่ผู้เขียนพูดแบบนี้ก็เพราะว่า ผลเสียจากการเกิดฝนตกมาก ๆ ลมพายุกรรโชกแรงนั้น สิ่งที่หลาย ๆ คนต้องเจอคล้าย ๆ กันในทุก ๆ จังหวัดก็คือเรื่องของไฟดับแน่นอนค่ะ เป็นสิ่งที่รบกวนจิตใจและทำให้เรารู้สึกไม่ดีเป็นอย่างมาก เพราะบางครั้งไฟนั้นไม่ใช่ดับแค่เวลาน้อย ๆ อาจใช้เวลากว่าช่างประจำสถานีไฟฟ้าจะมาซ่อมเสร็จ ก็น่าจะใช้เวลานานหลายชั่วโมง ซึ่งถ้าบ้านไหนมีคนแก่หรือเด็กเล็กรับรองได้ว่าจะต้องลำบากอย่างแน่นอน อย่างน้อยมีแสงสว่างสักนิดก็ยังดี เพื่อที่จะได้เดินไปไหนมาไหนโดยไม่หกล้ม วันนี้ผู้เขียนมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชนิดหนึ่งซึ่งมีประโยชน์ สำหรับหลาย ๆ คนเป็นอย่างมาก ในช่วงเวลาที่ไฟดับมาแนะนำให้คุณผู้อ่านทุกคน ได้รู้จักกันด้วยค่ะ ส่วนจะเป็นอุปกรณ์ที่มีรูปร่างหน้าตาแบบไหน เราตามไปอ่านพร้อมกันได้เลยค่ะโคมไฟภาพถ่ายโดยผู้เขียน

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เราจะพูดถึงในวันนี้ก็คือโคมไฟ ระบบสัมผัสนั้นเองค่ะ โคมไฟนี้ถ้ามองปกติภายนอกก็จะเหมือนโคมไฟทั่ว ๆ ไป ไม่ได้มีความแตกต่างอะไรกันมากมายนัก เพียงแต่โคมไฟระบบสัมผัสแบบใหม่นี้ สามารถเป็นตัวช่วยให้กับคุณได้เป็นอย่างดีในช่วงเวลาที่ไฟดับค่ะ เพราะว่าไม่ต้อง เสียบกับไฟ 220 โวลท์ เพราะว่าในตัวของโคมไฟนี้จะมีแบตเตอรี่อยู่ในตัวอยู่แล้ว ซึ่งก่อนไฟดับเราก็ควรจะชาร์จไว้ให้เต็มอยู่เสมอ โคมไฟนี้เป็นระบบสัมผัสค่ะ เวลาจะใช้เมื่อไฟดับคุณจะต้องเอามือลูบไปที่ฐานของโคมไฟ ที่มีจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ อยู่ ให้โดนตรงนั้นนะคะ 1 ครั้ง แล้วไฟก็จะสว่างขึ้นมา แล้วถ้าอยากให้สว่างเพิ่มขึ้นอีก ก็สัมผัสเพิ่มอีก 1 ครั้ง ไฟก็จะสว่างขึ้นมาเป็นอันดับที่ 2 และถ้าคุณสัมผัสอีกครั้งหนึ่ง ไฟก็จะสว่างขึ้นมามากที่สุดคืออันดับที่ 3 ความสว่างนี้สว่างมากอย่าบอกใครเลยค่ะ จริง ๆ ถ้าคุณจะแค่เพียงใช้อ่านหนังสือหรืออ่านข้อความอะไรบางอย่าง แค่ระดับหนึ่งก็พอค่ะโคมไฟภาพถ่ายโดยผู้เขียน

ข้อดีของโคมไฟนี้ก็คือสามารถหมุนได้รอบเลยนะคะ 360 องศา จะไปด้านไหนก็ได้ค่ะ เพราะว่าการของโครงสร้างของโคมไฟนี้อ่อนมาก และไม่ต้องกลัวหักค่ะ แต่ก็อย่าบิดแรงจนเกินไปนะคะ เพราะว่าอาจจะชำรุดได้ค่ะ โคมไฟนี้มีข้อดีอยู่หลายประการค่ะ คือมีน้ำหนักเบาสามารถจะถือเดินไปส่องตรงไหนก็ได้เวลาไฟดับ ที่จุดตรงนั้นมืดนะคะ เช่นในบ้านหรือนอกบ้าน ในห้องนอน ห้องน้ำ สามารถนำไปได้ทุกที่ค่ะ เพราะมีน้ำหนักที่เบามาก ๆ และข้อดีที่มีอีกก็คือ ไม่ต้องมีสวิตซ์ปิดเปิดให้วุ่นวาย เพียงแค่สัมผัสที่ฐานตบเบา ๆ ความสว่างก็จะเพิ่มขึ้นมาตามระดับที่เขามีมาให้ทั้ง 3 ระดับ คือสว่าง สว่างมากและสว่างมากที่สุด ถ้าเปิดระดับ 3 นี่คือสว่างเป็นวงกว้างมาก ๆ เลยค่ะ แต่ข้อแนะนำคือ ไม่ว่าจะเป็นคนโตหรือเด็กไม่แนะนำให้มองที่แสงโดยตรงนะคะ เพราะว่าแสงเป็นหลอด LED ที่มีความสว่าง มาก ๆ อาจจะทำลายสายตาเราได้ค่ะ หรืออาจจะในบางคนอาจจะทำให้หน้ามืดได้ค่ะ เพราะแสงนั้นมีความสว่างมากจริง ๆ นับว่าเป็นตัวช่วยที่ดีมาก ๆ ในช่วงเวลาที่ไฟดับเลยค่ะโคมไฟภาพถ่ายโดยผู้เขียน

เพราะในช่วงเวลาที่ไฟดับนั้น ในบางบ้านที่อยู่ติดกับป่าก็อาจจะมีสัตว์มีพิษประเภทต่าง ๆ เข้ามาในบ้านได้จึงควรมีโคมไฟระบบสัมผัสนี้ติดบ้านไว้ เพื่อช่วยป้องกันอันตรายจากสัตว์มีพิษ หรืออันตรายจากอุบัติเหตุด้วยการสะดุดขาโต๊ะ หรือเดินหกล้มด้วยจะเป็นเด็ก หรือคนแก่หรือตัวเราก็อาจจะหกล้มได้ค่ะ เพราะความมืดนั้นจะทำให้เราเสียการมองเห็นไปโดยสิ้นเชิงค่ะ ถ้าใครสนใจก็ลองเข้าไป search ชื่อโคมไฟ Remax ในลาซาด้าได้นะคะ น่าจะมีวางขายอยู่หลายแบบเหมือนกัน ส่วนเรื่องราคานั้น ตอนนั้นเราซื้อมาในราคา 699 นะคะ แต่ในปัจจุบันไม่รู้ว่าราคาเท่าไหร่ ถือว่าเป็นราคาที่ไม่แพงเลย สำหรับเราถ้าไฟดับแล้วละก็ถ้าเทียบกับเทียนแล้วคงจะต้องใช้หลายเล่ม ร้อนอันตรายอีกด้วย โคมไฟนี้ถ้าคุณชาร์จเต็ม ก็จะสามารถใช้ได้ตอนไฟดับได้นาน 4 - 5 ชั่วโมงเลยนะคะ ตามระดับไฟที่คุณได้ใช้ว่าจะใช้ระดับ 1 ระดับ 2 ระดับ 3 แต่ในส่วนตัวผู้เขียนแล้วใช้ระดับ 1 ก็พอแล้วค่ะ อยู่ได้นานมาก ๆ จนไฟติดแบตเตอรี่ก็ยังไม่หมดเลย ถ้าคุณผู้อ่านมีคอมพิวเตอร์ทำงาน ก็สามารถใช้สายชาร์จของโคมไฟนี้ เสียบชาร์จก็ได้เช่นกัน เป็นการชาร์จที่ง่ายดายมาก โคมไฟนี้สามารถมีอายุใช้งานได้ถึง 500 ชั่วโมงเชียวนะคะ ถือว่านานมาก ๆโคมไฟภาพถ่ายโดยผู้เขียน

สำหรับใครที่ยังไม่มีอุปกรณ์ให้แสงสว่าง เวลาไฟดับที่สว่างมาก ๆ และมีน้ำหนักเบา ลองหาซื้อมาใช้กันดูนะคะ โคมไฟ Remax สามารถหาซื้อได้ที่ลาซาด้าค่ะ โคมไฟ Remax เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ช่วยให้คุณปลอดภัยเวลาที่ไฟดับได้ค่ะ วันนี้ผู้เขียนคงมีเรื่องมาแนะนำกันเพียงเท่านี้ก่อน เอาไว้คราวหน้าจะหาสาระดี ๆ มาแนะนำมาบอกกับคุณผู้อ่านในครั้งต่อไปนะคะ วันนี้ขอตัวลาไปก่อน สวัสดีค่ะ

ภาพถ่ายโดยผู้เขียน

นามปากกา : Lucky Girl

 

 

 

 

Advertisement

Advertisement