คัดลอกลิงค์

ความรู้

แย่แล้ว! ลืมเก็บอ้างอิงในวิจัย ทำอย่างไรดี?

Ajji
Ajji
|2 min read
อ่านบทความอื่นจาก Ajji
แจ้งตรวจสอบ
แย่แล้ว! ลืมเก็บอ้างอิงในวิจัย ทำอย่างไรดี?

น่าเบื่อชะมัด! หาวิจัยที่เกี่ยวข้องก็ย๊ากยาก แถมต้องมานั่งพิมพ์บรรณานุกรมอีกแสนแปด

 

ในชีวิตมหาวิทยาลัยของเราๆ คงหนีไม่พ้นการทำวิทยานิพนธ์หรือวิจัยจบใช่ไหมละคะ//พูดแล้วคันหัวขึ้นมาทันทีเลย  Ajji คิดว่าตอนนี้หลายคนคงกำลังนั่งกุมขมับร่างวิจัย 3 บท หรือไม่ก็กำลังปวดหัวกับการทำวิจัยจบจริงๆอยู่ก็ได้ เห้อออออ! แค่คิดก็ท้อแล้วค่าาา เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะการหาวิจัยหรืองานที่เกี่ยวข้องมันยุ่งยากมาก แล้วก็ต้องจะต้องนั่งพิมพ์อ้างอิงที่เรา citation ในวิจัยทุกอัน บ้าไปแล้วววววววว! แต่จะไม่ทำก็ไม่ได้ เพราะเดี๋ยวจะเรียนไม่จบ//ปาดน้ำตา

มาค่ะทุกคน วันนี้ Ajji มี เคล็ด(ไม่)ลับที่แอบแทรกวิชามารเล็กน้อยมาฝากทุกคนค่ะ หุหุหุ เคล็ด(ไม่)ลับของวันนี้ก็คือออออออ....

"Google Scholar" นั่งเองค่าาาาา// ปรบมือรัวๆ

แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก เจ้า Google Scholar กันก่อนดีกว่าค่ะ

Advertisement

Advertisement


Google Scholar คือ ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของ Google ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมวรรณกรรมทางวิชาการมากมาย อาทิ เอกสาร บาความ บทคัดย่อ วิทยานิพนธ์ต่างๆ ทั้งของไทยและต่างชาติ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย เพียงแค่พิมพ์ keyword หรือ คำสำคัญ ลงในช่องค้นหา ก็จะปรากฏงานวิชาการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคำนั้นขึ้นมามากมาย

search หาวิจัยที่เกี่ยวข้อง

แต่เนื่องด้วย google scholar ได้รวมรวบข้องมูลมาจากหลายแหล่ง ทำให้มีทั้งบทความหรืองานวิชาการที่มีทั้งฟรี ต้องเข้าสู่ระบบ log in และเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้บริการได้ตามความต้องการเลยล่ะค่ะ แต่ก็นะ นิสิตนักศึกษาตาดำๆอย่างเราคงไม่อยากจ่ายเงินโดยใช่เหตุใช่ไหมล่ะ Ajji เลยจะบอกวิธีสังเกตง่ายๆ หากวิจัยนั้นฟรี ด้านขวาจะมีคำว่า PDF ให้เรากดดาวน์โหลด นั่นเองค่าาา

Advertisement

Advertisement

ไฟล์โหลดฟรี

ปล. หากต้องการให้งานวิจัยเราทันสมัย ควรอย่างยิ่งที่เลือกช่วงเวลาของวิจัยที่ใช้อ้างอิง ควรนับจากปีปัจจุบันถอยหลังไม่เกิน 5 ปีนะคะ แต่ถ้าหากต้องการอ้างอิงทฤษฎีที่เป็นต้นฉบับอันนี้เราไม่ว่ากันค่ะ เพราะอาจผ่านมาแล้วเป็น10ปีก็ได้เนอะ

เลือกช่วงเวลา

เพียงแค่นี้ เราก็จะได้งานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาอ้างอิงให้วิจัยของเราดูน่าเชื่อถือแล้วล่ะค่ะ 

จากประสบการณ์แล้ว ยังมีอีกปัญหานึงที่กวนใจเราเป็นอย่างมาก นั่นคือ

การพิมพ์อ้างอิงวิจัยที่เราหยิบยกมาค่ะ  ร่ำร้องงงงแล้วนะ เพราะมันเยอะมากจริงๆค่ะ หลายสิบวิจัยเลยทั้งไทยทั้งอังกฤษ พิมพ์ยังไงไหว?

มานี่เลยค่าา Ajji จะบอกความลับของ Google Scholar บางอย่างให้ ต้องบอกว่านางถูกออกแบบมาเพื่อให้ความสะดวกสบายแก่เรา มากกว่าที่เราคิดมากๆ

เพียงแค่เรากดที่สัญลักษณ์ " ใต้ชื่อวิจัย ก็จะปรากฏหน้าต่างเล็กๆขึ้นมาให้เราค่ะ

Advertisement

Advertisement

สัญลักษณ์ฟันหนูใต้ชื่อวิจัยทาด๊าาาาา! หน้าต่างที่ว่านี่คือ การ citation รูปแบบต่างๆ นั่นเองค่ะ เราสามารถเลือกได้เลยนะคะว่าทางคณะเรากำหนดแบบไหน จากนั้นก็คัดลอกไปใส่ในบรรณานุกรมของเราได้เลยค่าาาาา ง่ายมากๆ

อ้างอิงหลายรูปแบบ

ปล.2 อย่าลืมปรับบรรทัดและเปลี่ยนฟอนต์ด้วยนะคะ เดี๋ยวโป๊ะแตก! 5555555

แย่แล้ว! ลืมก็อปอ้างอิงไว้อะ มีแค่ชื่อผู้แต่งกับพ.ศ. ทำยังไงดี?

ใจร่มๆนะคะทุกคน มันมีวิธีแก้ค่ะทุกโคนนนนนนนนนน Google scholar ช่วยคุณได้ วิธีก็ง่ายๆเลยค่ะ ทำตามขั้นตอนดังนี้

1. คัดลอกชื่อผู้แต่งและปีของวิจัยที่เราต้องการหาและนำมาวางที่ช่องค้นหาของ Google Scholar

ชื่อผู้แต่งและปีพ.ศ.

2.เลือกดูวิจัยที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยของเรา (ต้องเข้าไปอ่านดูด้วยนะคะว่า ชื่อผู้แต่งตรงไหม ปีตรงไหม มีข้อความที่เราอ้างอิงถึงไหม)

หาชื่อวิจัยที่เกี่ยวข้อง

3. กดที่สัญลักษณ์ " ใต้ชื่อวิจัย

คลิกสัญลักษณ์ citation

4. คัดลอก citation ที่ต้องการใส่บรรณานุกรมได้เลย (จัดหน้าและปรับฟอนต์ด้วยนะคะ)

เลือกประเภทการอ้างอิง

ปล.3 อย่าลืมเรียงบรรณานุกรมตามตัวอักษรด้วยนะคะ

เป็นไงบ้างคะทุกคน ง่ายใช่ม๊าาาาาาา?

แต่อย่างไรก็ตาม Ajji อยากให้เพื่อนๆทุกคนทำงานตั้งแต่เนิ่นๆ

ทำไปเก็บข้อมูลได้ด้วยดีที่สุดค่ะ ไม่อยากให้มาเร่งแล้วหลงลืมการอ้างอิง เพราะมันเสียเวลาสุดๆ

// ใช่ค่ะ Ajji เคยหลงลืมจนทำให้ต้องนั่งตามหาวิจัยที่หยิบยกมาเป็นวันๆ เสียดายเวลามากๆเลยT_T

แต่ถ้าหากมันพลาดไปแล้ว Ajji ก็หวังว่าข้อมูลที่ Ajji นำมาแบ่งปันเพื่อนๆ จะสามารถช่วยกู้สถานการณ์อันตึงเครียดของเพื่อนๆให้คลี่คลายลงได้บ้างนะคะ สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนเลยค๊าาาาาาาาาาา <3< strong>

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด