แตกเป็น 2 ฝั่ง.. ความพยายามผลักดันให้ พรีเมียร์ลีกอังกฤษ เปลี่ยนตัวได้ 5 คนของเหล่าบรรดาทีมใหญ่มีอันต้องล่มเป็นครั้งที่ 2 หลังจากเสียงสนับสนุนมีเพียง 11 จาก 20 สโมสร ไม่ถึงเกณฑ์ 14 เสียงที่จะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการจัดการแข่งขันให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎที่ฝ่ายสนับสนุนให้เหตุผลว่าเพื่อรักษาสภาพร่างกายของนักเตะ หลังจากมีคิวแข่งแบบแน่นเอี๊ยดนักเตะบาดเจ็บกันระนาว ฟังดูมันก็น่าจะดีนะ.. ได้เปลี่ยนตัวนักเตะมากขึ้นผู้จัดการทีมน่าจะชอบ แต่ทำไมถึงมีเสียงคัดค้าน เราจะมาสรุปประเด็นชั่งน้ำหนักถึง ผลดี และ ผลเสีย ถ้าพรีเมียร์ลีกอังกฤษเปลี่ยนตัวได้ 5 คน ฟุตบอลจะเปลี่ยนโฉมอย่างไร

หลายทีมประสบปัญหานักเตะบาดเจ็บมาฟังเหตุผลของเสียงคัดค้านกันก่อน.. เค้าให้เหตุผลน่าฟังว่าถ้าแก้กฎให้เปลี่ยนตัวจาก 3 คนเป็น 5 คนเมื่อไหร่จะทำให้มีความเหลื่อมล้ำระหว่าง ทีมเล็ก กับ ทีมใหญ่ แบบชัดเจนขึ้น เพราะทีมเล็กมีนักเตะในทีมให้ใช้งานแบบจำกัด ตัวสำรองยังห่างกับตัวจริง แต่ทีมใหญ่พวกที่นั่งสำรองก็ระดับบิ๊กเนมทีมชาติทั้งนั้นเช่นทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตัวสำรองมีทั้ง ริยาร์ด มาเรซ , กุนโดกัน , นาธาน อาเก้ , ฟิล โฟเด้น , จอห์น สโตนส์ ฯลฯ เปลี่ยนลงมามันไม่มีความแตกต่างกับ 11 ตัวจริง สามารถใช้ผู้เล่นชุดแรกลงสนามวิ่งเพรสซิ่งจนหมดแรงแล้วเปลี่ยนเอาตัวสดลงมาบดต่อ เป็นการได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่นซึ่งพวกเค้ามองว่ามันไม่ยุติธรรมกับทีมเล็ก และแน่นอนว่าทีมที่คัดค้านก็คือทีมเล็กในพรีเมียร์ลีกนั่นแหละ นักเตะอดีตทีมชาติอังกฤษอย่าง คริส ซัตตัน ได้ให้ความเห็นว่าเป็นหน้าที่ของทุกสโมสรในการบริหารจัดการเรื่องนักเตะ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงกฎอะไรเพื่อเอาใจทีมใหญ่ไม่กี่ทีม ถือเป็นความเห็นอีกฝั่งที่ก็มีเหตุมีผลน่าฟัง

Advertisement

Advertisement

การเข้าปะทะที่หนักในเกมฟุตบอลข้ามมาฝั่งทีมใหญ่นำโดย เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ เจอร์เก้น คล็อปป์ จับมือยุติศึกในสนามชั่วคราวประสานเสียงสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง พร้อมแสดงความผิดหวังกับสโมสรที่คัดค้านว่าไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่เห็นด้วย ทั้งที่การเปลี่ยนตัว 5 คนมีผลดีเรื่องการปกป้องนักเตะในภาพรวม และทุกทีมสามารถเปลี่ยนตัวได้ 5 คนเท่ากันไม่ใช่ว่าทำได้แค่ทีมใหญ่ การมีนักเตะหมุนเวียนในทีมไม่ดีพอ เป็นผลจากการบริหารของทีม ไม่ใช่ปัญหาของทีมอื่นที่ต้องร่วมรับผิดชอบ แปลเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ “ไม่มีใครห้ามไม่ให้หานักเตะดี ๆ ร่วมทีม” บริหารแย่เองอะไรทำนองนั้น

ถ้าถามความเห็นของผมเองมองว่าเปลี่ยนตัว 5 คนมันก็ดีนะ อย่างที่เป๊บบอกมันก็เปลี่ยนได้ 5 คนเท่ากันทุกทีม แต่ถ้าเอาใจเขาไปใส่ใจเรามองในฐานะของทีมเล็กก็ต้องเห็นใจว่าทุกทีมไม่ได้มีฐานะทางการเงินสามารถทุ่มซื้อนักเตะดี ๆ ค่าเหนื่อยแพง ๆ มานั่งสำรองได้แบบทีมเงินถุงเงินถัง แต่แทคติคของทีมเล็กที่เล่นแบบไล่เตะไล่อัดจนนักเตะเพื่อนร่วมลีกเจ็บกันระนาวแล้วมากีดกัดการเซฟนักเตะมองว่า มันก็ไม่แฟร์สำหรับทีมใหญ่เหมือนกัน และการปล่อยให้ทีมใหญ่ไปเตะบอลยุโรปในสภาพทีมสมบูรณ์ ผลงานคะแนนโดยรวมของลีกดียังมีผลเรื่องโควตาที่จะได้รับเพิ่มขึ้นเป็นผลดีกับพรีเมียร์ลีกในภาพรวม ช่วงนี้ยังอยู่ในสภาวะไม่ปกติจากโควิด-19 โปรแกรมถูกเลื่อนให้ทุกถ้วยจบเร็วที่สุด การปรับมาใช้การเปลี่ยนตัว 5 คน แบบชั่วคราว แค่ให้จบฤดูกาลนี้ดูจะเป็นแนวทางที่ดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องอยู่ที่การผลักดันล่ารายชื่อโหวตอีกครั้งว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงเรื่องเสียงสนับสนุนอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องติดตามถึงบทสรุปสุดท้ายว่าจะจบตรงไหน ไม่แน่ว่าอาจเป็นโมเดลที่จะเอามาใช้ในบ้านเราก็เป็นได้ ถือเป็นสงครามนอกสนามที่สนุกเร้าใจไม่แพ้ 90 นาทีในเกม

Advertisement

Advertisement

การเปลี่ยนตัวเป็นทางเลือกที่ดีในการรักษาสภาพร่างกายนักเตะติดตามผลงานของผม ภิญโญ ส่องแสง หรือเจ้าของนามปากกา หงส์ดรุณ ที่คุ้นเคยกันในโลกกีฬาได้ที่ creators.trueid.net/@pinyo พร้อมพูดคุยกันได้ที่ >>คลิก<< และวันหน้ามาติดตามเรื่องราวสนุก ๆ แบบนี้กันได้อีกครับ..


ภาพประกอบโดย ภาพปก / ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2 / ภาพที่ 3