สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน ถ้าพูดถึงคำว่า หนังญี่ปุ่นแล้ว ใครหลายๆ คนคงจะนึกถึงแต่หนัง AV สินะ แต่จริงๆ แล้วหนังของประเทศญี่ปุ่น เขาก็ดีไม่แพ้หนังของประเทศอื่นๆ เลยทีเดียว มีครบทุกแนว แต่วันนี้ผมจะขอมาแนะนำหนังดี ฟีลกู๊ด ไว้ดูเวลาที่หมดไฟ หรือต้องการกำลังใจในการใช้ชีวิตกันนะครับ วันนี้ผมก็ยกมา 5 เรื่อง จะถูกใจผู้อ่านทุกท่านไหม หรือว่าถ้าใครเคยดูเรื่องไหนแล้วคิดว่าดี ฝากแนะนำต่อให้คนรู้จักได้ดูกันต่อด้วยนะ เอาล่ะ!! ไปดูกันได้เลย

ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ

 เรื่องแรก กับ " Namiya Zakkaten no Kiseki หรือ ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ "

หนังเล่าเรื่องราวถึง เด็กวัยรุ่น 3 คนที่ไปขโมยของจากบ้านของเศรษฐีคนหนึ่งในยามค่ำคืน และพวกเขาทั้ง 3 คนได้เข้าไปหลบในร้านขายของชำร้างที่ปิดไปนานแล้วเพื่อรอให้เรื่องเงียบ แต่ในระหว่างที่หลบซ่อนตัวอยู่นั้นก็ได้มีจดหมายขอคำปรึกษา ถึงคุณ นามิยะ เจ้าของร้านขายของชำที่ถูกสอดเข้ามาที่ประตู เหล่าหัวขโมยวัยรุ่นทั้ง 3 นึกสนุก จึงเขียนจดหมายตอบกลับไป แต่ปรากฏว่าจดหมายที่พวกเขาเขียนตอบกลับไป มันถึงส่งกลับไปยังอดีต คนที่พอจะไขข้อข้องใจนี้ได้ มีเพียงแค่คุณนามิยะ เจ้าของร้านเท่านั้น แต่ติดตรงคุณนามิยะ ดันตายไปแล้วหลายสิบปีนี่สิ ปาฏิหาริย์ระหว่างกาลเวลากำลังจะบังเกิดขึ้นและเปลี่ยนชีวิตของหัวขโมยที่หลงผิดทั้ง 3 คนไปตลอดกาล

Advertisement

Advertisement

ความฟีลกู๊ดอยู่ตรงไหน : อยู่ตรงข้อคิดที่ได้หลังดูจบ หนังให้ข้อคิดดีมาก จากคำตอบจดหมายขอคำปรึกษาฉบับสุดท้ายที่คุณนามิยะเขียนตอบ เป็นคำสอนที่ทำให้คนๆ หนึ่งได้ค้นพบตัวเอง และพบในสิ่งที่ใจต้องการ ถ้าอยากรู้ว่าข้อความในจดหมายฉบับนั้นคืออะไร อย่าลืมไปหามาดูกันนะ

หลังฝนตกคุณคิดถึงใคร

 เรื่องที่ 2 " After The Rain หรือ หลังฝนตก คุณคิดถึงใคร "

Advertisement

Advertisement

มาถึงเรื่องที่สอง นำแสดงโดย สาวน้อยน่ารัก นานะ โคมัตสึ ที่ฝากผลงานไว้หลาย เรื่อง โดยในเรื่องนี้เธอจะรับบทเป็น ทาจิบานะ อากิระ นักเรียนสาว มอปลาย วัย 17 อดีตนักกีฬากรีฑาดาวรุ่ง แต่ต้องมาหยุดวิ่งเพราะอุบัติเหตุ ทำให้ชีวิตของเธอนั้นไร้ความหมายไป จนกระทั่งเธอได้มานั่งหลบฝนที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งและได้พบกับคุณลุงผู้จัดการร้านใจดี อายุ 45 ปี คนโด มาซามิ ซึ่งเธอรู้สึกถูกชะตากับเขา จึงได้สมัครทำงานพาร์ทไทม์เป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านนี้ โดยที่ไม่เคยรู้เลยว่าความรักและความสัมพันธ์ของเธอและเขาจะงอกเงยท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย

ความฟีลกู๊ดอยู่ตรงไหน : ความรักที่เกินวัยระหว่างเด็กสาวมอปลายอายุ 17 กับลุงผู้จัดการร้านอายุ 45 ที่มีลูกติด หลายๆ คนคงจะจินตนาการถึงความรักนั้นไม่ออกเลยสินะ ตัวหนังไม่ใช่หนังรักหวานเลี่ยน หรือรักจ๋าขนาดนั้น แต่ตัวหนังจะเล่าถึงเรื่องราว การเติมเต็มความฝันของคนสองวัยผ่านกันและกัน และตอนจบที่ทำให้คุณต้องอิ่มเอมไปกับความรู้สึกของคนทั้ง 2 คน อ่อ! เรื่องนี้สร้างมาจากมังงะ แต่ผมชอบตอนจบของเวอร์ชั่นหนังมากกว่ามังงะนะ จะจบยังไง ความรักของทั้งคู่จะสมหวังไหม ลองไปหาดูกันนะ

Advertisement

Advertisement

รอเดี๋ยวนะ ขอไปลาออกจากงานก่อน

 มาถึงครึ่งทาง เรื่องที่ 3 พระเอกของบทความนี้ " To Each His Own หรือ รอเดี๋ยวนะ... ตอนนี้ขอไปลาออกจากงานก่อน "

เรื่องนี้ดีมากๆ ตอนแรกไม่คิดจะดูเลยนะ แต่มาสะดุดกับชื่อหนังภาษาไทยนี่แหละ บวกกับผู้เขียนรู้สึกแย่ๆ กับงานอยู่พอดีเลยลองดูสักหน่อย ตัวหนังจะเล่าเรื่องราวถึง พระเอกของเรื่อง อาโอยามะ ทาคาชิ ที่ทำงานอยู่ในบริษัทที่มีหัวหน้าแย่ๆ ทุกคนเอาเปรียบเขา บวกกับสังคมการทำงานของประเทศญี่ปุ่น ทำให้ตัวเขานั้นเครียดสะสม จนคิดจะฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดลงไปให้รถไฟชน แต่ในขณะนั้นเองเขาก็ถูกช่วยไว้โดย ยามาโมโตะ ที่อ้างตัวว่าเป็นเพื่อนสนิทสมัยประถมของเขา หลังจากที่ได้ ยามาโมโตะ ผู้แสนร่าเริงผิดกับตัวเขา ช่วยชีวิตไว้ ชีวิตของทาคาชิ ก็ดีขึ้นเนื่องจากได้ใช้ชีวิตที่สนุกสนานและมี ยามาโมโตะ คอยให้คำปรึกษาต่างๆ แต่สุดท้าย ทาคาชิ ก็ได้รู้ความจริงเกี่ยวกับตัวของ ยามาโมโตะ ว่า ยามาโมโตะ คนนี้ ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดไว้

ความฟิลกู๊ดอยู่ตรงไหน : หลังจากดูเรื่องนี้จบ ผู้เขียนบอกเลย ว่าคุณจะมีกำลังใจขึ้นมากมาย กำลังใจในการทำงาน หน่ะเหรอ? เปล่าเลย กำลังใจในการลาออกจากงานต่างหาก จากคำพูดของยามาโมโตะ ที่บอกพระเอก ทำให้พระเอกได้รู้ว่า งานไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต เรามีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และคนที่รักเรา จะทำงานจนชีวิตพังทลาย และต้องเครียดจนฆ่าตัวตายหรือว่าจะลาออกซะ นั่นจึงเป็นที่มาของชื่อเรื่อง แปลกๆ เรื่องนี้นี่เอง

คุณพ่อนักรบแห่งแสง

 เรื่องที่ 4 กับ " Brave Father Online:our story of FINAL FANTASY XIV หรือ คุณพ่อนักรบแห่งแสง "

หนังฟีลกู๊ดที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริง ตัวหนังเล่าถึงคุณพ่อผู้เจ้าระเบียบและบ้างานจนลืมครอบครัว อย่าง อินาบะ ฮิโระทาโร่ ที่อยู่ดีๆ ก็ลาออกจากงานกะทันหันแล้วมาอยู่แต่บ้านอย่างเดียว จนน่าผิดสังเกต ทำให้ลูกชายของเขา อาคิโอะ ต้องการรู้ความจริง แต่จะให้ไปถามจากคุณพ่อที่แทบจะไม่เคยคุยกันเลยตั้งแต่เด็กๆ ก็ดูเหมือนจะยากเกินไป พระเอกของเราจึงนึกขึ้นได้ว่า เมื่อก่อนตัวเขาและคุณพ่อเคยเล่นเกม Final Fantasy ด้วยกัน พระเอกจึงได้ซื้อเกม Final Fantasy ให้พ่อของเขาเล่นอีกครั้ง โดยมีตัวเขาเองเล่นพร้อมกันไปด้วย โดยที่ไม่ได้บอกความจริงกับคุณพ่อของเขา ว่าเพื่อนในเกมที่คอยช่วยคุณพ่อมาตลอดตั้งแต่ต้น คือตัวเขานั่นเอง

ความฟีลกู๊ดอยู่ตรงไหน : หนังเรื่องนี้ เล่นเอาผู้เขียนน้ำตาแตกไปเหมือนกัน กับฉากใกล้ๆ จะจบ ระหว่างคำสัญญาที่คุณพ่อเคยให้ไว้กับพระเอก ว่าเราจะมาจัดการบอสของเกมนี้ด้วยกัน แต่ก็ทำไม่สำเร็จ เพราะคุณพ่อก็บ้างานขึ้นมาจนลืมครอบครัว ลืมลูก ลืมสัญญาที่เคยให้ไว้จนหมด ตัวหนังสลับภาพในเกมกับชีวิตจริงได้อย่างสมูท ลื่นไหล จนทำให้ฉากจบนั้น ซึ้งมากๆ เลยทีเดียว อย่าลืมไปหาดูล่ะ ว่าคุณพ่อจะยังจำคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับพระเอกได้ไหม แล้วทำไมคุณพ่อถึงลาออกจากงานกระทันหันแบบนั้น ไปหาคำตอบได้ในหนังเรื่องนี้

เพราะเรา พี่น้องกัน

 มาถึงเรื่องสุดท้าย เรื่องที่ 5 " Our Little Sister หรือ เพราะเราพี่น้องกัน "

หนังเล่าเรื่องราวของพี่น้องสามคนที่อาศัยอยู่ด้วยกันตามลำพังตั้งแต่เด็ก ได้แก่ ซาจิ ,โยชิโนะ และ จิกะ เพราะแม่ทิ้งพวกเธอไปหลังจากที่พ่อไปแต่งงานใหม่ ทั้งสามแทบไม่ได้เจอพ่อกับแม่อีกเลย จนกระทั่งทั้งสามคนได้ไปงานศพของคุณพ่อ และได้พบกับซึสึ อาซาโนะ น้องสาวต่างมารดาในงานศพนั้น และตัดสินใจรับเธอเข้ามาอยู่ด้วยเป็นครอบครัวเดียวกัน ถึงจะมาอยู่ด้วยกัน 4 พี่น้อง แต่ภายในใจของน้องสาวคนเล็กต่างแม่นั้น ( ตามชื่อเรื่อง ) อย่างซึสึ ก็ยังรู้สึกผิดอยู่เรื่องที่แม่ของตนเองไปแย่งพ่อของพวกพี่ๆ มา ความรู้สึกในใจนี้ของน้องสาวคนเล็กนี้จะหายไปไหม ชีวิตของครอบครัวใหม่ จะเป็นอย่างไร หาคำตอบได้ใน Our Little Sister เพราะเราพี่น้องกัน

ความฟีลกู๊ดอยู่ตรงไหน : ตัวหนัง เล่าเรื่องแบบเนิบๆ แต่แฝงไปด้วยความประทับใจในทุกๆ ฉากอบอุ่น ละมุน ถึงจะไม่ใช่หนังที่หวือหวาอะไร แต่ตัวหนังก็ถ่ายทอดคำว่าครอบครัวออกมาได้เป็นอย่างดี บวกกับประโยคที่ซาจิบอกกับซึสึ ในตอนที่ทำกับข้าวด้วยกันว่า " เรื่องที่เกิดขึ้น มันไม่มีใครผิดหรอก " นั่นหมายความว่ามันไม่ใช่ความผิดของตัว ซึสึ หรือของใครทั้งนั้น เราควรทำสิ่งตรงหน้าให้ดี และรักษามันเอาไว้ให้ดีที่สุดแค่นั้นก็พอแล้ว

 

เอาล่ะ ก็จบไปแล้วกับ การแนะนำหนัง ญี่ปุ่น ที่ให้อารมณ์ ฟีลกู๊ด ที่ถ้าคุณได้ดูแล้ว จะได้ทั้งความรู้สึกดีๆ ความสุขและข้อคิดมากมายจากหนังเหล่านี้แน่นอน ใครกำลังท้อแท้ เบื่อหน่ายกับชีวิต ลองหาเวลาว่างๆ เงียบๆ ขนมที่ชอบสักห่อกับน้ำที่ชอบสักขวด แล้วลองเลือก 1 ใน 5 ของหนังที่ผู้เขียนแนะนำไป เปิดดู หลังจากคุณดูจบ คุณจะรู้สึกว่าชีวิตมีความสุขเพิ่มขึ้น เหมือนได้ชาร์จแบตและเติมเต็มอะไรบางอย่างแน่นอน คราวหน้าผู้เขียนจะมาพร้อมบทความไหนอีก ก็อย่าลืมติดตามนะครับ สำหรับวันนี้ ขอตัวก่อน สวัสดีครับ

 

เครดิตภาพปก (รวมภาพผ่านแอป Procreate ) และภาพในบทความจาก IMDB

รูปที่ 1 https://www.imdb.com/title/tt6298600/mediaviewer/rm856380928

รูปที่ 2 https://www.imdb.com/title/tt7637350/mediaviewer/rm818191617

รูปที่ 3 https://www.imdb.com/title/tt5922578/mediaviewer/rm2377985024

รูปที่ 4 https://www.imdb.com/title/tt10551160/mediaviewer/rm3495599873

รูปที่ 5 https://www.imdb.com/title/tt3756788/mediaviewer/rm3474726144