หากใครได้ติดตามอ่านบทความของนักเขียนที่ชื่อ patricialaaa บ่อยๆ จะจำได้ว่า ภัสเคยอวดโปรไฟล์ตัวเองทิ้งไว้ในบทความหนึ่งเล็กน้อยว่ากำลังฝึกงานกับองค์กรนานาชาติย่านทองหล่อ บทความนี้จึงเป็นโอกาสที่ดี ที่ภัสจะได้มานั่งจับเข่าคุย (โม้) กับนักอ่านทุกท่านเรื่องที่เกี่ยวกับตนเอง และแบ่งปันประสบการณ์การเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ตั้งแต่ ม.3 จนได้ทุนไปเรียนซัมเมอร์ที่อังกฤษ สอบเข้าคณะอินเตอร์ แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนกระทั่งวันนี้ได้มานั่งฝึกงานอยู่ที่ออฟฟิศของ UNESCO แห่งประเทศไทย จากความพยายาม น้ำพักน้ำแรง ความตั้งใจของตัวเองล้วนๆ มีอะไรที่ภัสทำแล้วได้ผลบ้าง มาดูกันค่ะ

       แต่ไหนแต่ไรที่เราไม่เคยเชื่อว่าการเรียนแกรมม่า นั่งท่องตำรา เข้าสถาบันกวดวิชา จะทำให้เก่งภาษาอังกฤษขึ้น บางคนอาจเก่งขึ้นค่ะ แต่ภัสเป็นคนหนึ่งที่ไม่ประสบความสำเร็จจากการให้คนอื่นมานั่งสอน ที่ภัสมีทุกวันนี้ได้ มันเกิดจากความมุ่งมั่นและอยากได้มัน ‘มากพอ’ ด้วยการใช้วิธีการดังต่อไปนี้


1. หา ‘ไฟ’ ในการฝึกภาษา

handsome boy

Photo by VINICIUS COSTA from Pexels

       บางคนอ่านมาถึงข้อหนึ่ง ปุ๊ป อาจเข้าใจผิด ปิดคอม วิ่งไปซื้อหลอดไฟมาเปลี่ยนที่ห้องทันที นั่งลงก่อนนะคะ ฟังภัสอธิบายก่อน คำว่า ‘ไฟ’ ในที่นี้ หมายถึง ‘passion, motivation or inspiration’ หรือก็คือแรงบันดาลใจ หรือเป้าหมาย ‘อันยิ่งใหญ่’ ที่จะทำให้เราอยากพูดภาษาอังกฤษให้ได้ไวๆ สิ่งนั้นจะเป็นอะไรก็ได้ แต่มันต้อง ‘หอมหวาน’ ยั่วใจคุณมากพอที่จะทำให้คุณไม่ทิ้ง หรือล้มเลิกไปกลางทาง

Love experience

       ถ้าให้ยกตัวอย่างอย่างจริงใจ และตรงไปตรงมากับผู้อ่านทุกท่าน motivation ของภัสก็คือ ‘ผู้ชาย’ ค่ะ ก่อนหน้าที่ภัสมีไฟ (ร่าน) ในการเรียนภาษาอังกฤษจนพูดได้ขนาดนี้ ต้องขอขอบคุณกระทู้ใน siamzone, dek-d และ pantip ที่ช่วงนั้นการแชร์เรื่องราวการไปแลกเปลี่ยน การมีความรักกับผู้ชายเมืองนุ้นเมื่อนี้ช่างละมุนละไม อ่านแล้วฟิน หยุดอ่านไม่ได้ สนุกเสียยิ่งกว่าอ่านนิยายแจ่มใส มันมีทั้งความจริง ความอิน และความรู้สึกลึกๆ ว่าเราอยากมีโมเมนต์แบบนั้นบ้าง อยากคุยกับฝรั่งบ้าง แต่ทำไม่ได้ เพราะไม่เก่งภาษาอังกฤษเลย!

       ด้วยความ ‘อยากได้’ที่คุกกรุ่นอยู่ข้างใน ทำให้จู่ๆ ก็พาตัวเองกระโจนเข้าไปยังโลกที่มีแต่ชาวต่างชาติค่ะ เป็น-ไม่เป็นไม่รู้ รู้แต่ว่าจะต้องคุยกับเขาให้ได้ ทำให้ในข้อถัดไป ภัสจะมาแนะนำว่าโลกใบไหนที่ภัสเอาตัวเองเข้าไปทั้งๆ นี้ไม่มีอะไรพร้อมเลยสักอย่าง


 

2. เล่นเว็บแชทกับต่างชาติ

Interpals

       ภัสตามหาเว็บแชทที่เขาว่าดี มีเพื่อนต่างชาติเยอะ จะกี่เว็บ ภัสสมัครหมด แต่ที่ดีที่สุดก็เห็นจะเป็นเว็บนี้ค่ะ www.interpals.net นี่คือเว็บไซด์ที่คุณจะได้พบเจอกับผู้คนมากมายจากทั่วทุกสารทิศบนโลกใบนี้ คนออนไลน์ต่อในหนึ่งวันเป็นจำนวนหลักหมื่น! และข้อดีก็คือ พวกเขาทั้งหมดก็เข้ามารวมตัวกันเพื่อหาคนพูดคุยและฝึกภาษาด้วยเช่นกัน 

       ภัสฝึกเขียนแนะนำตัวเองในโปรไฟล์อย่างผิวเผิน (เพราะทั้งสมองขุดออกมาได้แค่นั้น) อาศัยความโชคดีที่ว่าอาจารย์สอนภาษาอังกฤษสมัยก่อนเคยบังคับให้ฝึกแต่งประโยคในห้องทุกวัน ทำให้การแต่งประโยคเป็นภาษาอังกฤษของเราไม่แย่นัก ภัสเริ่มทักหาทุกคนที่อยากทัก เพราะถ้ามัวแต่รอให้คนอื่นทักมาก่อนก็อาจจะต้องรอจนไส้แห้ง เลยยอมหน้าด้าน ลุยทักทั้งคนญี่ปุ่น คนอเมริกา คนฝรั่งเศส ใครก็ตามที่ขวางหน้า (และหน้าตาดี)

       สิ่งหนึ่งที่ภัสไม่เคยทำคือการเอาคำที่เราอยากเขียนไปให้ Google แปลให้ค่ะ เพราะเรารู้กิจศัพท์ของนางผู้นี้ดีว่าถ้าหากให้แปลทั้งประโยคแล้วจะพังมากกว่าปัง แถมยังไม่ได้เป็นการฝึกตัวเองด้วย ภัสเลยเลือกที่จะเสิร์ชเอาว่า ถ้าหากอยากแต่งประโยคประมาณนี้ ต้องใช้แกรมม่าอย่างไร แต่งอย่างไร วางอะไรไว้ตรงไหน ทำแบบนี้ พิมพ์ตอบกับเพื่อนไปเรื่อยๆ จนจำโครงสร้างแกรมม่าได้แม่นไปเอง โดยไม่ต้องท่องจำ


 

3. มีหนังสือแกรมม่า ‘ที่ดี’

grammar book

       ข้อดีของการฝึกภาษาผ่านการคุยกับเพื่อนคือในยามที่เราพิมพ์ผิด เพื่อนจะช่วยแก้ให้เราในทันที ทำให้เราจำทุกคำที่เพื่อนแก้ให้ได้เสมอ ภัสเช็คแกรมม่าจากการเสิร์ชใน Google จนพบว่ามันเสียเวลามากกับการที่พอเพื่อนตอบกลับมาแล้ว เราต้องทำความเข้าใจประโยค ไหนจะต้องคิดคำตอบ แล้วไปนั่งอ่านอีกว่าแกรมม่าที่เขียนถูกต้องมั้ย ทำให้ภัสตัดสินใจซื้อหนังสือแกรมม่ามาเล่มหนึ่งมา

       จากการตัดสินใจซื้อหนังสือแกรมม่าเล่มนี้ จนทุกวันนี้ภัสยังไม่เคยผิดหวังที่ซื้อมันมาเลย สิ่งที่ทุกคน ‘ต้องจำ’ ในการซื้อหนังสือแกรมม่ามาอ่านก็คือ อย่าซื้อหนังสือแกรมม่าที่อธิบายเข้าใจยาก เล่มหนาตบหมาตาย แถมยังมีแบบฝึกหัดเป็นร้อยให้ทำข้างในอีก อย่าซื้อหนังสือแกรมม่าลักษณะนั้นมาใช้ร่วมกับวิธีด้านบน ถ้าหากต้องการโฟกัสที่ ‘การพูดในชีวิตประจำวัน’ ให้ได้จริงๆ เพราะในการฝึกโดยการหาเพื่อนคุย เราต้องการสิ่งที่รวบรัด อ่านเข้าใจง่าย สั้นๆ เล่มเล็กๆ ให้มันพกพาไปได้ทุกที่ เราต้องการความรวดเร็ว เราไม่ต้องการอ่านแกรมม่าไปทีละบทและทำแบบฝึกหัดเพื่อเช็คความเข้าใจ มันผิดจุดประสงค์! และมันจะทำให้คุณท้อเเท้กับการฝึกภาษาอังกฤษ คุณจะไม่มีทางทำหนังสือเล่มนั้นจนจบ และสุดท้ายคุณจะพบว่าหนังสือแกรมม่าที่เล่มหนาราวกับคัมภีร์ไบเบิ้ลนั้น ยังคงขาวสะอาดเอี่ยมอ่อง แม้เวลาจะผ่านมานานแล้วก็ตาม 

       เมื่อได้หนังสือแกรมม่าที่อธิบายเข้าใจสั้นๆ ง่ายๆ มาแล้ว สิ่งที่คุณต้องทำก็คือการอ่านทำความเข้าใจในยามว่าง ใช้มันควบคู่กับการพิมพ์ตอบกับเพื่อน หากคุณต้องการแต่งประโยคลักษณะนี้ แต่ไม่แน่ใจเรื่องแกรมม่า ก็รีบเข้าไปเช็คผ่านหนังสือเล่มนี้ ทันทีที่แน่ใจก็กดส่งได้ เป็นไงล่ะ ง่าย ถูกจุดประสงค์ด้วย


 

4. มีแหล่งฝึกภาษาอื่นๆ ที่ไม่ใช่เว็บแชท

       การคุยกับเพื่อนอย่างเดียวนั้นไม่พอค่ะ ต้องหาวิธีอื่นในการฝึกภาษาอังกฤษด้วย แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ คุณต้องเลือกวิธีที่สนุก คุณเอนจอยกับการใช้เวลาอยู่กับมัน เพราะไม่อย่างนั้น คุณจะท้อและล้มเลิกไปเพราะมันทรมานจิตใจคุณยังไงล่ะ

       วิธีที่ภัสใช้ฝึกเพิ่มมีดังต่อไปนี้

YouTuber

Photo: Bethany Mota - YouTuber

       4.1 หา YouTuber ชาวต่างชาติคนโปรด 

              ดูคลิปของคนเธอหรือเขาคนนั้นบ่อยๆ เพื่อฝึกฟัง เดาสิ่งที่เขาพูดจากท่าทาง สายตา รูปภาพที่เขาสื่อ 

       4.2 เรียนภาษาอังกฤษกับคลิปของช่อง engvid 

              คนเหล่านี้จะสอนแกรมม่า คำศัพท์ การแต่งประโยค ทริคต่างๆ มากมายในการเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาอังกฤษ มาถึงบรรทัดนี้หลายๆ คนอาจจะงงว่า เอ้า แล้วถ้าเขาพูดภาษาอังกฤษและสอนภาษาอังกฤษอีก เราจะเข้าใจได้อย่างไร ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะ ว่าบุคคลเหล่านี้มีสำเนียงที่ฟังได้เข้าใจง่ายกว่าที่คิด และถึงแม้ว่าเราจะฟังไม่รู้เรื่องในบางท่อน การมองตามกระดานที่เขาสอน ก็พอจะช่วยบอกใบ้เราได้ว่าเขาต้องการจะสื่อว่าอย่างไร สนุกมากด้วยนะคะ ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด 

       4.3 แปลเพลงสากลที่เราชอบ 

              เสตปง่ายๆ คือ ฟังเพลง เขียนเนื้อเพลงลงกระดาษ ขีดเส้นใต้คำที่ไม่รู้ความหมาย หาความหมายของคำศัพท์นั้น ลองทำความเข้าใจความหมายของเพลง หากมีจุดที่ไม่รู้เรื่องจริงๆ ค่อยไปอ่านคำแปลภาษาไทยทีหลัง 


 

5. ฝึกฝนเป็นประจำสม่ำเสมอ

consistency

Photo by rawpixel.com from Pexels

       คีย์หลักที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ และค่อยๆ เก่งภาษาอังกฤษขึ้นมาได้อย่างชัดเจนคือการฝึกเป็นประจำทุกวันสม่ำเสมอ และภัสเชื่อว่าทุกคนสามารถทำได้เพราะการเรียนภาษาอังกฤษแบบนี้นั้นไม่น่าเบื่อเลยสักวิธีเดียว จริงมั้ยล่ะคะ บอกตัวเองในทุกๆ เช้า ว่าวันนี้เราจะต้องคุยกับเพื่อนต่างชาติ และฝึกภาษาอังกฤษด้วยตนเองทุกวัน หากสัญญากับตัวเองว่าจะทำแล้ว ก็ต้องรักษาสัญญา เพราะการไม่ทำหนึ่งวัน จะเป็นการสร้างนิสัยผลัดวันประกันพรุ่ง จนในที่สุดก็ล้มเลิกไปกลางทาง


       และนี่ก็เป็นประสบการณ์จริง วิธีเรียนภาษาอังกฤษจริงๆ ของภัส ที่ใช้แล้ว ได้ผลอย่างแน่นอน คุณไม่จำเป็นต้องทำตามวิธีนี้ทั้งหมด สิ่งที่สำคัญคือการเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยวิธีการใดก็ได้ที่คุณรู้สึกสนุก และสามารถอยู่กับมันได้เป็นเวลานานๆ 

       ภัสยังมีเคล็บลับอีกมากมายในการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง คราวหน้าภัสสัญญาว่าจะมาบอกเคล็ดลับดีๆ ให้กับผู้อ่านทุกท่านอีก แต่ต้องสัญญาก่อนว่าจะนำเอาเคล็ดลับเหล่านี้ไปทำตาม ถ้าคุณสัญญากับภัส ภัสก็จะสัญญากับคุณว่า คุณจะกลายเป็นคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ดีทั้งในชีวิตประจำวันเละการทำงาน ภัสสัญญาว่าคุณจะเริ่มมีโอกาสในหน้าที่การงาน และเงินเดือนที่ขยับขยายมากขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน 

       แล้วพบกันใหม่ค่ะ