คัดลอกลิงค์

ไลฟ์แฮ็ก

แชร์เคล็ดลับ วิธีจัดเก็บของให้ห้องครัว

148
gasma.p
gasma.p
|4 min read
อ่านบทความอื่นจาก gasma.p
แจ้งตรวจสอบ
แชร์เคล็ดลับ วิธีจัดเก็บของให้ห้องครัว

อย่าตั้งเป้าไว้ที่ "การหยิบง่ายใช้คล่อง"

"เมื่อห้องครัวรกรุงรังมาก ใช้งานไม่สะดวกเลย" เริ่มจากอ่างล้างจานที่อยู่ตรงหน้ามีทั้งจานชามและตะเกียบที่ใช้ตอนมื้อเช้าวางกองทิ้งไว้ พอเหลือบมองตะกร้าใบน้อยที่แปะติดผนังไว้ข้างก๊อกน้ำด้วยจุกสุญญากาศ ก็พบว่ามีน้ำยาล้างจานกับฟองน้ำวางอยู่โดยมีน้ำหยดลงมาติ๋ง ๆ เมื่อเลื่อนสายตาไปทางขวาก็เห็นชั้นคว่ำจานที่กินพื้นที่บนเคาน์เตอร์ทำอาหารไปกว่าครึ่ง ในนั้นมีภาชนะวางอยู่เรียงรายราวกับเพิ่งจัดงานเลี้ยงที่บ้าน

 

ภาพจาก freepik.com                                                                               ขอบคุณภาพจาก freepik.com

"ชั้นคว่ำจานตอนนี้กลายเป็นที่เก็บจานถาวรไปแล้ว" เราสังเกตเห็นว่าอ่างล้างจานมีคราบสีขาว ๆ เนื่องจากหยดน้ำกระเซ็นไปติดแล้วแห้งคาอ่างไปทั้งอย่างนั้น

พอเรามองไปที่เตาแก๊สก็เห็นกระทะถูกวางทิ้งไว้บนนั้นเหมือนหาที่เก็บไม่ได้ ข้าง ๆ กันมีตะกร้าสเตนเลสที่อัดแน่นไปด้วยสารพัดเครื่องเทศ ถัดมาด้านหน้ามีพวกเครื่องปรุงรสที่เป็นขวดอย่างโซยุและเหล้าสาเกสำหรับทำอาหาร และเมื่อเบนสายตากลับมามองด้านหน้าเตาแก๊สก็สังเกตเห็นว่าแผ่นอะลูมิเนียมกันน้ำมันกระเด็นเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมันเหนียวเหนอะ ท่าทางของมันเหมือนกำลังกรีดร้องว่า "ฉันสุดจะทนแล้วนะ"

Advertisement

Advertisement

"เราไม่ชอบที่ห้องครัวดูรกรุงรังไปหมด เลยอยากให้ห้องครัวดูโล่งสบายตา"

เอาจริง ๆ เราก็รู็สึกเหน็ดเหนื่อยกับการที่ต้องทำอาหารทุกวัน เลยพานขี้เกียจนำจานชามและอุปกรณ์ทำอาหารี่ใช้แล้วไปเก็บเข้าที่ แถมยังรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่เข้าครัวอีกด้วยค่ะ

โดยส่วนตัวแล้วเราไม่คิดว่าห้องครัวจำเป็นจะต้องสะอาดหมดจดทุกซอกทุกมุม ถึงจะเลอะเทอะบ้างก็ไม่เป็นไรค่ะ ขอแค่ห้องครัวที่บ้านของเราเป็นพื้นที่ที่สามารถทำอาหารได้อย่างมีความสุขก็พอแล้ว

Advertisement

Advertisement

ถ้าอย่างนั้นห้องครัวแบบไหนล่ะที่เราจะทำอาหารได้อย่างมีความสุข "ห้องครัวที่สะอาดเอี่ยมอยู่เสมอ" "ห้องครัวที่หยิบของที่ต้องการใช้ได้สะดวก" และ "ห้องครัวที่ได้สวมผ้ากันเปื้อนสวย ๆ แล้วทำอาหารด้วยหม้อใบโปรดหรืออุปกรณ์ทำอาหารที่ชอบ"

คำตอบสุดท้ายที่ว่า "ห้องครัวที่ได้สวมผ้ากันเปื้อนสวย ๆ แล้วทำอาหารด้วยหม้อใบโปรด" สามารถทำให้เป็นจริงได้ด้วยการซื้อของใช้ที่ชอบมา เราจึงขอตัดประเด็นนี้ออกไปนะคะ ส่วนคำตอบที่ว่า "ห้องครัวที่สะอาดเอี่ยมอยู่เสมอ" ไม่ใช่ปัญหาของการจัดเก็บ แต่เป็นเรื่องของการทำความสะอาด ดังนั้น คุณคงจะคิดว่าปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ด้วยการจัดห้องครัวก็คือ "ห้องครัวที่หยิบของที่ต้องการใช้ได้สะดวก" ใช่ไหมคะ

Advertisement

Advertisement

แต่ว่าคุณเข้าใจผิดถนัดเลยค่ะ เพราะเมื่อก่อนเราเองก็เคยพยายามจัดห้องครัวโดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยสูงสุดเหมือนกัน

 

ภาพจาก unsplash.com                                                                            ขอบคุณภาพจาก unsplash.com

"การหยิบง่ายใช้คล่อง" มันก็เป็นเรื่องดีอยู่หรอกค่ะ แต่ข้าวของที่วางไว้นอกพื้นที่จัดเก็บอาจจะโดนน้ำมันกระเด็นใส่หรือเปียกน้ำได้ สุดท้ายห้องครัวของเราก็จะสกปรก ทำให้รู้สึกไม่สดชื่นค่ะ

"ความสะดวกในการทำความสะอาดต้องมาก่อนเสมอ"

เมื่อเราลองพิจารณาหาที่มาของคำว่า "หยิบง่ายใช้คล่อง" เราก็ได้คำตอบว่าคนส่วนมากคงจะนึกภาพตอนพ่อครัวตามร้านอาหารทำอาหารนั่นเอง

เพื่อจะล้วงความลับของห้องครัวที่ "หยิบง่ายใช้คล่อง" เราจึงอยากเข้าไปดูว่าในห้องครัวของร้านอาหารนั้นมันเป็นยังไง เราก็ลองไปหาข้อมูลต่าง ๆ นา ๆ เพื่อหวังที่จะได้เทคนิคดี ๆ อันน่าตะลึง แต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่หวังค่ะ เพราะเราไม่ได้รู้ถึงเทคนิคพิเศษอะไรเลย เมื่อเราลองคิดอย่างถี่ถ้วนเราก็ตระหนักว่าร้านอาหารต่าง ๆ มักจะมีสไตล์ที่ชัดเจนค่ะ เช่น ร้านอาหารอิตาลี หรือร้านอาหารญีปุ่น เครื่องปรุงรสและเครื่องครัวส่วนหญ่จะถูกกำหนดไว้ตายตัว จำนวนของในครัวก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ห้องครัวตามร้านอาหารยังมีชั้นวางของเต็มไปหมดอีกด้วย ทั้งชั้นวางของแบบตั้งพื้นที่สูงเกือบถึงเพดานและชัั้นวางของแบบติดผนัง เรียกได้ว่าห้องครัวตามร้านอาหารมีโครงสร้างและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างจากห้องครัวที่บ้านอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ

พอเรารู้อย่างนี้แล้ว เราก็ไม่ได้สนใจเรื่องการหยิบง่ายใช้คล่องอีกต่อไป พร้อมทั้งเปลี่ยนมาตั้งใจแน่วแน่กับการจัดเก็บน้ำยาล้างจานและเครื่องปรุงรสเข้าที่ให้เรียบร้อยทั้งหมด

บางคนอาจจะสงสัยว่า "ถ้าทำแบบนั้นชั้นวางของก็จะอัดแน่นไปด้วยข้าวของจนหยิบใช้ไม่สะดวกน่ะสิ" แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ

พอเราจัดครัวเสร็จ ห้องครัวก็ดูโล่งเหมือนไม่มีของใช้อะไรเลย แถมพอเปิดประตูตู้เก็บของกก็พบว่าภายในมีข้าวของอยู่เต็มไปหมด เวลาจะหยิบกระทะออกมาสักใบ จึงต้องขยับกระทะอีกใบที่ซ้อนอยู่ด้านบนสักเล็กน้อยก่อนถึงจะหยิบใบที่อยู่ด้านล่างออกมาได้ "จะว่าไปเราไม่เคยรู้สึกว่ามันยุ่งยากอะไรเลยนะคะ"

"ยิ่งไปกว่านั้น เดี๋ยวนี้พอใช้เตาแก๊สเสร็จ เราก็จะเช็ดทำความสะอาดมันทุกครั้ง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองจะขยันถึงขนาดนี้ แทนที่การจัดห้องครัวจะช่วยให้ทำความสะอาดง่ายขึ้น เราคิดว่าทำให้เรารู้สึกว่าอยากทำความสะอาดมากกว่า" ค่ะ

น่าแปลกนะคะที่พอห้องครัวอยู่ในสภาพที่เอี่ยมอ่องอยู่เสมอเนื่องจากทำความสะอาดได้สะดวก เราก็จะไม่รู้สึกยุ่งยากกับการหยิบของจากชั้นวางหรือตู้เก็บของอีกเลย

 

ภาพจาก unsplash.com                                                                             ขอบคุณภาพจาก unsplash.com

นั่นแปลว่าหากคุณต้องการให้ห้องครัวเป็นพื้นที่ที่ทำอาหารได้อย่างมีความสุขละก็ อันดับแรกคุณต้องใส่ใจกับความสะดวกในการทำความสะอาด หลักพื้นฐานคืออย่าเอาข้าวของไปวางในบริเวณที่เปียกน้ำง่ายหรือบริเวณเตาแก๊สถ้าคุณจัดห้องครัวโดยยึดหลักนี้ ห้องครัวของคุณก็จะใช้งานง่ายจนน่าตกตะลึงค่ะ

แต่ถ้าห้องครัวของคุณมีเคาน์เตอร์ทำอาหารที่กว้างขวาง คุณจะวางของบนเคาน์เตอร์ในบริเวณที่น้ำและน้ำมันกระเด็นไม่ถึงก็ได้ค่ะ

หลายคนอาจจะคิดว่า "ไม่วางอะไรไว้ในครัวเลยเนี่ยนะ คงมีแต่คนที่อาศัยอยู่คนเดียวเท่านั้นแหละที่ทำได้" เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลเลยค่ะ ขอแค่ตั้งใจแน่วแน่เสียอย่าง ไม่ว่าใครก็ทำสำเร็จแน่นอน

เรื่องนี้อาจฟังดูเหลือเชื่อนะคะ แต่เราแนะนำว่า

  1.  อย่าวางน้ำยาล้างจานกับฟองน้ำไว้ในบริเวณที่เปียกน้ำได้ง่าย แต่ให้เก็บไว้ใต้อ่างล้างจานหรือหาตะกร้ามาติดไว้ตรงบานประตูด้านในของตู้เก็บของใต้อ่างล้างจานแทน อาจจะฟังดูยุ่งยากสักหน่อยแต่ถ้าได้ลองใช้วิธีนี้ดูสักครั้ง คุณก็จะไม่นำฟองน้ำและน้ำยาล้างจานกลับไปวางทิ้งไว้บริเวณอ่างล้างจานอีกเลยล่ะค่ะ

  2.  ถังขยะที่อยู่ในห้องครัวก็เหมือนกัน น้อยคนที่จะรู้สึกว่ามันปลุกเร้าความสุขได้ ดังนั้น คุณควรนำมันไปเก็บไว้ให้พ้นสายตาดีกว่าค่ะ

ถ้าคุณจัดเก็บบริเวณได้อ่างล้างจานแล้วมีที่เหลือ ก็ให้นำถังขยะไปวางไว้ในนั้นอย่างไม่ต้องลังเลเลยค่ะ เทคนิคเก็บถังขยะในที่มิดชิดแบบนี้นอกจากคนที่อาศัยอยู่คนเดียวแล้ว คนที่อาศัยอยู่กับครอบครัวก็สามารถนำไปใช้ได้เช่นกันนะคะ อย่าลืมลองไปทำกันดูนะคะ

ของชิ้นสุดท้ายที่มักจะอยู่ตรงอ่างล้างจานก็คือ ถึงขยะสำหรับใส่เศษอาหาร เราขอสารภาพตามตรง ตั้งแต่แยกออกมาใช้ชีวิตคนเดียว เราก็ไม่เคยวางถังขยะสำหรับใส่เศษอาหารไว้ตรงอ่างล้านจานเลย ด้วยเหตุนี้ ห้องครัวจึงไม่เคยมีกลิ่นขยะเลยสักครั้ง แต่เราไม่ได้อยู่ในแมนชั่นที่อนุญาตให้ทิ้งขยะได้ตลอด 24 ชั่วโมงหรอกนะคะ แมนชั่นของเรามีข้อกำหนดอยู่ว่าให้นำขยะเปียกออกไปทิ้งได้แค่สัปดาห์ละ 2 ครั้งเท่านั้น

 

ภาพจาก unsplash.com                                                                             ขอบคุณภาพจาก unsplash.com

ถ้าถามเราว่าจัดการกับเศษอาหารพวกนั้นยังไง ก็ต้องบอกว่าเรานำไปแช่ไว้ในช่องแช่แข็งค่ะ หลังจากจัดมุมสำหรับวางเศษอาหารในช่องแช่แข็งแล้ว เราก็นำเศษอาหารไปวางตรงมุมนั้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกระดูกไก่หรือเปลือกผลไม้ และเมื่อถึงวันที่ต้องนำไปทิ้งเราก็จะเอาเศษอาหารที่แช่แข็งไว้ออกไปทิ้งค่ะ เราเรียนรู้เทคนิคนี้มาจากตอนที่แม่แล่ปลาเสร็จแล้วนำเครื่องในของมันไปแช่แข็งเพื่อป้องกันไม่ให้มีกลิ่นค่ะ

  3.  นำเศษอาหารไปแช่ตู้เย็นรวมกับของกิน" หลายคนก็คงจะเกิดความรู้สึกต่อต้านขึ้นมาใช่ไหมคะ แต่ถ้าเรานำไปแช่แข็งก่อนที่มันจะบูด มันก็จะไม่ต่างอะไรกับของกินอื่น ๆ เลย ถ้าหากใส่เศษอาหารในถุงพลาสติกแล้วทำให้รู้สึกไม่ดี คุณจะใช้วิธีใส่ถุงกระดาษหรือแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจนด้วยการใช้กล่องพลาสติกก็ได้นะคะ

และนี่ก็เป็นเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ค่ะ คุณผู้อ่านก็สามารถนำไปปรับใช้ได้นะคะ หวังว่าจะเป็นข้อมูลในการจัดเก็บห้องครัวที่มีประโยชน์นะคะ ถ้าห้องครัวเราสะอาด และมีการจัดเก็บที่ดี สิ่งนี้ก็จะทำให้เรามีความสุขได้ค่ะ


 

ขอบคุณภาพปกจาก freepik.com

 

 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด