Once in America as an exchange student in Maryland , USA    

                                 

 

              สวัสดีค่ะ ย้อนไปเมื่อ ห้าหกปีที่แล้ว … ในช่วงมัธยมปลายวัยใส ก่อนจะเตรียมเข้ามหาลัย เราได้มีโอกาสได้ไปแลกเปลี่ยนกับโครงการ AFS-YES Exchange Program เป็นระยะเวลา 1 ปี ในช่วง ม. 6 ตอนนั้นตัดสินใจอยู่นานเพราะว่าเป็นช่วงที่จะเตรียมเข้ามหาลัย แต่ก็อยากจะออกไปใช้ชีวิต ไปเรียนรู้โลกกว้างมาก ๆ เลยตัดสินใจสมัคร และมีการสอบสัมภาษณ์ เข้าค่าย และไม่นานผลก็ออกมาว่าเราได้รับเลือกให้ไปเป็น 1 ใน 20 คนค่ะ ตื่นเต้นจนบอกไม่ถูก จะได้ไปอเมริกาแล้วจ้าาาาา

 

              ขอเล่าสั้น ๆ เกี่ยวกับโครงการแลกเปลี่ยน AFS-YES หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยิน AFS แต่ AFS-YES เป็นทุนแลกเปลี่ยนที่สนับสนุนโดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ให้แก่นักเรียนไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม เพื่อไปเรียนรู้ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม อยู่ร่วมกับครอบครัวอเมริกัน และเรียนที่โรงเรียนในอเมริกา แต่ละเดือนจะมีเงินใช้รายเดือน พร้อบกับ ตั๋วเครื่องบิน ค่าวีซ่า ไม่เสียค่าโครงการทั้งหมดค่ะ 

Advertisement

Advertisement

 

                 

 

                 พอได้รับเลือกแล้ว เราต้องเขียนจดหมายแนะนำตัวเพื่อให้โฮสแฟมิลี่ ( host family ) ที่อเมริกาเลือกเรา ของเราได้ไปอยู่กับครอบครัวอบอุ่นที่เมือง Silverspring  รัฐ Maryland ใกล้ Washington DC ค่ะ ครอบครัวโฮสจะมีคุณพ่อ คุณแม่ น้องสาวน้องชายฝาแฝดอายุน้อยกว่าเราหนึ่งปี และพี่ชายหนึ่งคน แล้วก็มีน้องแมวสองตัวค่ะ 


 

                                       

 

           อย่างที่บอก เป็นครอบครัวที่อบอุ่นมากค่ะ  คุณพ่อชอบทำอาหาร ส่วนคุณแม่จะชวนเราไปโบสถ์ตอนเช้า และเรียนโยคะทุกวันอาทิตย์  พี่น้องคนอื่น ๆ เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันใกล้บ้าน คุยกันได้เพราะรุ่นเดียว ๆ กัน เราได้เข้าเรียนเกรด 11 ประมาณ ม. 5 ค่ะ ก็ขึ้นบัสตอนเช้าคันสีเหลือง ๆ แบบในหนังเลย

Advertisement

Advertisement

 

           โรงเรียนชื่อ Montgomery Blair High School ใกล้บ้านมาก ประมาณ 1 กิโล แต่ต้องตื่นเช้ามาก ๆ และรีบไปขึ้นรถไม่ทัน คนที่นั้นเค้าตรงเวลามากค่ะ ถ้าพลาดก็ต้องให้โฮสขับไปส่งแทน 

 

                                              

 

    


 

               วันแรกที่ไปเรียนจำได้เลยว่าเข้าไปเรียนห้องผิดด้วยค่ะ ฮ่า ๆ เนื่องจากภาษาอังกฤษเราไม่แข็งแรง และไม่กล้าที่จะยกมือถาม  แทนที่จะอยู่ในห้องวิชาเคมี แต่ดันไปเรียนฟิสิกส์แทนค่ะ พอกลับมาโฮสมัมถามว่า วันนี้ยูโดดเรียนเหรอ เราก็ทำหน้างง ๆ เพราะว่าโฮสมัมได้รับโทรศัพท์จากโรงเรียนว่าเราไม่เข้าเรียน  เค้าเช็คชื่อรายวัน ใครหายไปไหนผู้ปกครองรู้หมดเลยค่ะ  ระบบที่โรงเรียนดีมาก 

Advertisement

Advertisement


 

                            


 

                    พอเราอยู่ไปได้สักพักนึง ก็ได้ไปรู้จักนักเรียนแลกเปลี่ยนในโรงเรียนคนอื่น ๆ จนได้มาสนิทกับเพื่อนอิตาลี ชื่อ ซิลเวีย และไม่นานนัก เธอได้ย้ายมาอยู่กับโฮสเราเพราะเราชอบพาซิลเวียไปที่บ้าน และเธอมีปัญหากับโฮสก่อนหน้านั้น เราเลยถามเธอให้มาอยู่ด้วยกัน  เธอเลยกลายมาเป็นพี่สาวเราอีกคน เย้! ได้กินสปาเกตตี้อร่อย ๆ กับทิรามิซูแท้จากอิตาลีเลยค่ะ ปลื้มปริ่ม

 

                                                 

 

 

                  ไปแรก ๆ ก็เหงานะคะ แต่ว่ามีเพื่อนจากประเทศอื่นเยอะแยะบวกกับเราชอบออกไปทำกิจกรรมกับโครงการ  ไปเก็บขยะบ้าง ไปกินอาหารนานาชาติบ้าง ไปพูดคุย เที่ยวเมืองอื่น ๆ จนทำให้เราไม่เหงาเลยละคะ จะเหงาก็แค่เดือนแรกที่ภาษาเรายังไม่แข็งแรง แต่หลังจากนั้น ฮ่า ๆ ออกบ้านทุกวัน มีความสุขกับอิสระมาก ๆ  ไม่ปล่อยให้ว่างเลย

 

 

                  ยังไม่ลืมไปโปรโมทความเป็นไทยค่ะ เราได้นำชุดไทยไปใส่เวลามีอีเว้นท์ต่าง ๆ  คนอเมริกันชื่นชอบคนไทย อาหารไทย และความยิ้มง่ายของคนไทยค่ะ เราชอบทำอาหารไทยไปแบ่ง ๆ กันบ่อย ๆ  

 

 

                              


 

               และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เฉลิงฉลองฮัลโลวีนในเดือนตุลาคม  ที่บ้านเราก็ได้ซื้อฟักทองลูกโตสีส้มสวย ๆ มาแกะสลักเป็นครั้งแรก แล้วค่ำๆ ก็แต่งตัวแฟนซีถือถังเล็ก ๆ ออกไปเคาะตามบ้าน แล้วพูดว่า Trick-or-treat เค้าก็จะให้ขนมเรามาค่ะ  เราได้ไปกับเพื่อนที่โรงเรียน สนุกมากค่ะ ได้ขนมกลับมากินเยอะแยะเลย เป็นอีกหนึ่งเทศกาลโปรดของเราในช่วงที่อยู่ที่อเมริกาค่ะ

 

                                        

 

            แถมเราได้ทำงานพิเศษช่วงว่างตอนเย็น คือ การ babysitting เลี้ยงเด็กค่ะ ได้ชั่วโมงละ 7-10 ดอลล่า จนเรามีเงินเก็บ ไม่ได้รบกวนเงินที่พ่อแม่ให้  แถมยังเหลือไปเที่ยวเมืองอื่น ๆ อีกค่ะ เรียกว่า ได้ทั้งประสบการณ์  ได้ทั้งเงิน  ได้เล่นกับเด็ก ๆ ที่นั้น ฝึกภาษาไปในตัวด้วยเพราะเด็กจะพูดช้า ๆ และคำศัพท์ง่าย 


 

              


 

            ช่วง Winter break กับ  Spring break เป็นช่วงหยุดยาว ครอบครัวโฮสพากันไปเที่ยว เยี่ยมเยียนเพื่อนและครอบครัว  เราได้ไป New York , Boston , Chicago , St. Louis , Connecticut เป็นช่วงที่ดีมากเลยค่ะ ได้พูดคุย เฉลิมฉลองและทำกิจกรรมอื่น ๆ ยิ่งช่วงที่หิมะตก แถมเป็นวันหยุด ล้อมวงเล่นไพ่ UNO ไม่ก็เล่นทายคำศัพท์ในครอบครัวโดยการทำท่าทาง เป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษมากเมื่อบ้านญาติ ๆ ของโฮสแฟมิลี่ เค้าเอ็นดูเราเหมือนคนในครอบครัวอีกคนค่ะ

 

                                        

 

                       

 

 

                     การไปแลกเปลี่ยนครั้งนี้ทำให้เราเปิดโลกกว้างมาก ได้กล้าทำอะไรหลาย ๆ อย่าง ได้ออกจาก Comfort zone จากเด็กที่เรียนวิทย์-คณิตธรรมดา  ได้ไปแลกเปลี่ยน ได้เรียนวิชาแปลก ๆ ลงเรียนวิชาตามสิ่งที่เราอยากลอง เช่น เปียโน การปั้นหม้อ วิชาเอเชียตะวันออก ประวัติศาสตร์อเมริกา ได้มีเพื่อนใหม่จากหลาย ๆ ชาติ ทำให้เรารู้ว่าจริง ๆ โลกเรามีอะไรให้เรียนรู้อีกมาก 

                     การไปอเมริกาครั้งนี้ทำให้เปิดโลกทัศน์เรา และแน่นอนภาษาอังกฤษก็พัฒนาแบบที่สามารถสื่อสารกับเจ้าของภาษาไทยแบบทันควัน เราได้พัฒนาจากคนที่ไม่กล้ายกมือถามในห้อง กลายเป็นคนไม่เข้าใจอะไรให้ถามเลย กล้าแสดงความคิดเห็น และกล้าที่จะพูดภาษาอังกฤษ ไม่คิดว่าถ้าพูดผิดจะมีคนหัวเราะเรา  เพราะคนที่นั้นเค้าไม่ได้หัวเราะที่เราพูดผิด ซ้ำยังแก้ไขให้เราพูดให้ถูก การต้องทำอะไรด้วยตัวเอง ไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ต้องรู้จักปรับตัว กลายเป็นคนที่ยืดหยุ่นและปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ ได้ง่าย ต้องขอบคุณประสบการณ์ AFS-YES ครั้งนี้ค่ะ


 

                          


 

           สุดท้าย อยากจะบอกน้อง ๆ ที่สนใจ และอยากจะไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมบ้างว่า.. ไม่ต้องกลัว ถ้ามัวแต่กลัว เราก็จะไม่เจอสิ่งสวยงามอีกมากมายข้างหน้า คนที่ไม่เคยทำอะไรผิดพลาดคือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลยค่ะ  ดังนั้น มีโอกาสก็ไปเลยค่ะ !

            และขอฝากอีกนิดเพื่อให้เป็นกำลังใจสำหรับใครที่ไปแล้วคิดถึงบ้าน ซึมเศร้า รู้สึกกลัว ไม่เปิดใจ ให้เราคิดว่า

                                                        " It is not right or wrong , It is just different. " 

           ไม่มีอะไรที่ถูกหรือผิิด มันแค่ต่างกันเท่านั้นนะคะ แค่เปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ ค่ะ เราจะรู้ว่าสิ่งดี ๆ อยู่รอบตัวเราเยอะแยะเลย 
 

                    


 

                                                                                                                                                    ( รูปภาพทั้งหมดถ่ายโดยนักเขียน )