“หาบขนมจีนแก้บน ยลพระนอนแห่งทุ่งโพธิ์ทอง ขอพรพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาหินที่ใหญ่ที่สุดในโลก”ทริปนี้อาจต้องใช้วิจารณญาณส่วนตัว เพราะ “นายรอบรู้” จะพาไปทัวร์สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่อบอวลไปด้วยความเชื่อและความศรัทธา              ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกคนล้วนเกิดมาพร้อมกับความเชื่อและอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ความเชื่อเรื่องการบนบานศาลกล่าวก็อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน และไม่อาจปฏิเสธได้เต็มปากว่า ปาฏิหาริย์จากการแก้บนนั้นไม่มีจริง

01

02

03

04

วัดอาน วัดร้างที่ไม่ร้างราความศรัทธา

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นวัดร้าง แต่สภาพวัดกลับสะอาดสอ้านร่มรื่นไม่ต่างจากวัดที่มีพระสงฆ์พำนักอยู่ และเหนือสิ่งอื่นใด วัดร้างแห่งนี้ไม่เคยร้างราความศรัทธา ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ เดินทางมาที่วัดแบบไม่ขาดสาย

วัดอาน วัดเก่าแก่อายุราว 400 กว่าปี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นปลายสมัยอู่ทองหรือต้นสมัยอยุธยา เป็นวัดร้างที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา มีเพียงพระพุทธรูปหลวงพ่อจันทรังษี หรือคนทั่วไปเรียกว่า หลวงพ่ออาน ประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร

กิตติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านเป็นที่ร่ำลือ และถูกบอกเล่ากันมาปากต่อปาก ทำให้ผู้คนจากทุกสารทิศเดินทางมากราบไหว้ขอพร และบนบานขอสิ่งที่ต้องการ เมื่อสำเร็จดังใจปรารถนาก็กลับมาแก้บน ด้วยการหาบขนมจีนน้ำยาพร้อมไข่ต้มมาถวาย  ทุกวันภายในวิหารหลวงพ่อจันทรังษี จะละลานตาไปด้วยหาบขนมจีนหลายร้อยหาบ และไข่ต้มนับพันฟอง

ปาฏิหาริย์จะมีจริงหรือไม่ ต้องเดินทางมาพิสูจน์ด้วยตัวเอง

06

07

08

09

วัดขุนอินทประมูล ยลพระนอนแห่งทุ่งโพธิ์ทอง

เป็นพระนอนที่ยาวเป็นอันดับสองของประเทศไทย รองจากสมเด็จพระศากยะมุณีศรีสุเมธบพิตร วัดบางพลีใหญ่กลาง จ. สมุทรปราการ

ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง เพราะโบสถ์ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระนอนนั้นพังทลายไป พระพักตร์พระพุทธรูปมีลักษณะงดงาม ยิ้มละไม สงบเยือกเย็น น่าเลื่อมใสศรัทธา ส่วนองค์พระพุทธรูปมีความยาวถึง 50 เมตร ซึ่งมีลักษณะและขนาดใกล้เคียงกับพระนอนจักรสีห์ จ. สิงห์บุรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยเดียวกัน

พระพุทธไสยาสน์ วัดขุนอินทประมูล มีความเก่าแก่หลายร้อยปี แต่สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฎหลักฐานแน่ชัด มีเพียงตำนานซึ่งมีหลายสำนวน สำนวนหนึ่งว่า ขุนอินทประมูลซึ่งเป็นนายอากรเก็บภาษีเข้าแผ่นดินเป็นผู้สร้างขึ้น ตามอย่างสิงหพาหุที่สร้างพระนอนที่ จ. สิงห์บุรี แต่เงินที่ขุนอินทประมูลนำมาสร้างพระนอนนั้น เป็นเงินภาษีของรัฐ จึงถูกทางการลงโทษเฆี่ยนจนตาย

ในปี พ.ศ. 2541 ได้มีการค้นพบโครงกระดูกบริเวณพระบาทของพระนอน โครงกระดูกนี้ถูกมัดมือมัดเท้า นอนคว่ำ บางคนสันนิษฐานว่าเป็นโครงกระดูกของขุนอินทประมูล ซึ่งถูกลงโทษจนตาย ปัจจุบันทางวัดได้จำลองโครงกระดูกนี้จัดแสดงไว้ในตู้กระจก ให้ผู้สนใจได้เข้าชม

นอกจากนี้ภายในวัดยังมีซากโบราณสถาน วิหารหลวงพ่อขาว ซึ่งเหลือเพียงฐานผนังบางส่วนและพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ อีกหนึ่งไฮไลท์คือ พระอุโบสถ 3 ชั้นที่งดงามอลังการ ได้สร้างขึ้นใหม่ด้วยกำลังศรัทธาจากญาติโยม ภายในโบสถ์มีทั้งลิฟต์และบันไดเลื่อน ไว้คอยบริการผู้ที่มากราบไหว้ขอพรที่วัดแห่งนี้

11

12

13

พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ พระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาหินใหญ่ที่สุดในโลก

“แกะสลักบนหน้าผา หนึ่งเดียวในไทย ยิ่งใหญ่ในโลก มรดกคู่ฟ้าดิน” คือคำกล่าวถึง “พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ” พระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาหินที่ใหญ่ที่สุดในโลก แลนมาร์คแห่งใหม่ใน จ. สุพรรณบุรี

เดิมสถานที่แห่งนี้เป็นเขตสัมปทานระเบิดภูเขาทำโรงโม่หิน พอหมดสัญญา ก็กลายเป็นเหมืองที่ถูกทิ้งร้าง จนกระทั่งพระธรรมพุทธิมงคล (สอิ้ง สิรินันโท) เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลย์วรวิหาร ได้ขออนุญาตจากทางการเข้ามาพัฒนาพื้นที่เหมืองร้างให้กลายเป็นพุทธมณฑลประจำจังหวัดสุพรรณบุรี

จากการสำรวจพื้นที่บริเวณหน้าผาหิน พบว่าตรงจุดกึ่งกลางที่ยื่นออกมา ซึ่งใช้เป็นจุดแกะสลักพระพุทธรูปมีลักษณะคล้ายหัวมังกร ขณะที่ส่วนโค้งทั้งสองด้านโอบล้อมเข้ามาเหมือนปีกนก จึงเรียกหน้าผาแห่งนี้ว่า “หน้าผามังกรบิน”

การออกแบบพระพุทธรูปที่จะใช้แกะสลักบนหน้าผาของเขาทำเทียม เป็นพระพุทธรูปปางโปรดพุทธมารดา มีความสูงถึง 108 เมตร ฐานกว้าง 88 เมตร และหน้าตักกว้าง 65 เมตร ใช้เวลาแกะสลักนานถึง 5 ปีเต็ม บริเวณด้านหลังองค์พระ ได้เจาะอุโมงค์ที่มีความกว้าง 20 เมตร ยาว 50 เมตร ภายในประดิษฐานพระแม่ธรณีบีบมวยผมและพระพุทธรูปปางต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้กราบไหว้บูชา และยังใช้เป็นสถานที่เพื่อประกอบศาสนกิจในวันสำคัญต่างๆ อีกด้วย

ความศรัทธาอันยิ่งใหญ่ ก่อเกิดเป็นศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าปาฏิหาริย์จะมีจริงหรือไม่ เพียงแค่ได้ไปเยือนสามสถานที่แห่งนี้ ก็รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูกแล้ว

14