เชื่อว่าหลายคนต้องเคยประสบปัญหาท้องผูก ถ่ายไม่ออก หรือขับถ่ายไม่เป็นเวลากันใช่มั้ยคะ? วันนี้เราจะมานำเสนอธัญพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูง อุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ เช่น โปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ เส้นใยอาหาร มีสารต้านอนุมูลอิสระ และมีไฟเบอร์สูง จึงช่วยในเรื่องการขับถ่ายนั่นเอง แถมยังมีประโยชน์อีกมากมายด้วยค่ะ ถ้าอยากรู้ว่าธัญพืชทั้ง 7 ชนิดนี้มีอะไรบ้าง ไปเริ่มกันเลย...


ถั่วแดง

1. ถั่วแดง

เป็นธัญพืชที่หาทานได้ง่าย ถั่วแดงจัดเป็นอาหารเพื่อสุขภาพอย่างหนึ่ง โดยโปรตีนที่ได้จากถั่วแดงนั้นมีคุณค่าทางอาหารเทียบเท่ากับเนื้อสัตว์ แถมยังไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพอีกด้วย ที่สำคัญยังอุดมไปด้วยโปรตีนสูง มีวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และเส้นใยอาหารช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยควบคุมน้ำหนัก เพราะถั่วแดงมีเส้นใยอาหารสูง จึงช่วยดูดซับน้ำและพองตัวได้ดี มีคุณสมบัติที่ช่วยลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอล ทำให้ระบบการย่อยและการดูดซึมอาหารช้าลง ทำให้รู้สึกอิ่มได้นาน จึงช่วยลดการกินจุบจิบได้ดีอีกด้วยค่ะ (ควรทานในปริมาณที่เหมาะสม)

งาดำ

2. งาดำ

มีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพ สามารถทานเป็นประจำอย่างต่อเนื่องได้ ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง และหากทานเป็นประจำ ร่างกายก็จะแข็งแรงมากกว่าคนที่ไม่ได้ทานด้วยค่ะ ในงาดำยังมีโปรตีนบางชนิดซึ่งเป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ จึงป้องกันการเกิดโรคท้องผูกและบรรเทาอาการริดสีดวงทวารได้ แถมช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ส่งผลให้หลอดเลือดหัวใจสะอาดขึ้น ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือดหรือโรคความดันโลหิตสูง แต่ควรระวังการเกิดเชื้อราของงาดำป่น ดังนั้นควรเก็บรักษาให้ดีนะคะ

อัลมอนด์

3. อัลมอนด์

อีกหนึงธัญพืชที่หาทานได้ง่าย ในอัลมอนด์มีเส้นใยอาหารในปริมาณมาก มันจึงช่วยในการขับถ่ายและป้องกันอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นอัลมอนด์อุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยช่วยเพิ่มระดับไขมันชนิดดี และ ลดไขมันชนิดเลว จึงมีประโยชน์ต่อหลอดเลือดแดงเพราะจะช่วยลดไขมันในหลอดเลือด ทั้งยังช่วยทำให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น (ควรทานในปริมาณที่เหมาะสม)

ข้าวบาร์เลย์

4. ข้าวบาร์เลย์

มีลักษณะคล้ายๆลูกเดือยแต่ขนาดเล็กและเรียวกว่า ในข้าวบาร์เลย์มีโปรตีน และกรดอะมิโนสูง แคลอรี่ต่ำ ช่วยให้อิ่มท้องเร็ว และนาน ช่วยให้ไม่อยากอาหารและไม่ทานจุบจิบ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี ช่วยในการขับถ่ายรวมถึงช่วยในการเผาผลาญพลังงานในร่างกายอีกด้วย อีกทั้งยังมีเบต้ากลูแคนที่สามารถควบคุมอัตราการย่อยและการดูดซึมคาร์โบไฮเดรตและไขมัน มีคุณสมบัติช่วยให้เกิดการลดระดับน้ำตาลในเลือดและอินซูลิน สามารถลดระดับน้ำตาลกลูโคสได้ดี สามารถทานแทนข้าวทั่วไปได้ด้วยนะคะ 

เมล็ดเจีย

5. เมล็ดเจีย

ธัญพืชที่มาแรง ณ ตอนนี้ อุดมไปด้วยใยอาหาร โปรตีน กรดไขมันจำเป็นนั่นก็คือกรดลิโนเลนิกซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้คอเลสเตอรอลไปสะสมที่ผนังหลอดเลือด เมล็ดเจียนั้นมีไฟเบอร์สูงและยังเป็นชนิดที่ดูดซึมง่าย การทานเมล็ดเจียจึงดีต่อระบบลำไส้และระบบขับถ่าย ใครที่มีปัญหากับระบบขับถ่ายควรทานอย่างยิ่งค่ะ ที่สำคัญเมล็ดเจียสามารถดูดซึมน้ำได้อย่างดีทำให้พองตัวใหญ่กว่าปรกติดังนั้นเมื่อทานเข้าไปก็จะไปพองตัวอยู่ในกระเพาะอาหารทำให้รู้สึกอิ่มได้นาน เมื่อทานอาหารมื้อต่อไปก็จะทานน้อยลง จึงสามารถช่วยลดความอ้วนจากการทานอาหารมากได้ด้วยค่ะ

กราโนล่า

6. กราโนล่า

ธัญพืชอีกชนิดที่ได้รับความนิยมสูงมาก เพราะทานง่าย รสชาติอร่อย กราโนล่ามีส่วนผสมหลายอย่าง เช่น ธัญพืช ข้าวโอ๊ต และเมล็ดถั่วต่างๆ นิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า คู่กับ นม โยเกิร์ต และผลไม้ต่างๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพและต้องการลดน้ำหนัก เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารและคุณค่าที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่าย ป้องกันการท้องผูก เหมาะสำหรับผู้ที่ขับถ่ายยาก ดีต่อระบบย่อยอาหาร และยังช่วยลดคลอเรสเตอรอล ที่สำคัญยังช่วยประหยัดเวลาในการทานอาหารเช้า และทำให้อิ่มได้นาน อยู่ท้อง ช่วยลดความหิวระหว่างมื้อลงได้ด้วยค่ะ

ควินัว

7. ควินัว

ชื่ออาจจะไม่คุ้นหูใครหลายคนนะคะ แต่ควินัว คือ ธัญพืชเทียมที่หน้าตาคล้ายพืชตระกูลถั่ว แต่จริงๆแล้ว ควินัว เป็นพืชตระกูลเดียวกับหัวบีท ผักโขม ควินัวมีไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยในเรื่องของการย่อยอาหาร และมีใยอาหารที่ช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้เป็นการช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย ป้องกันอาการท้องผูก จึงช่วยป้องกันโรคริดสีดวงทวาร อีกทั้งคิวนัวยังมีแคลอรี่ต่ำ ช่วยควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวาน และคนเป็นเบาหวานยังสามารถทานได้ด้วยนะคะ


เห็นไหมคะว่าธัญพืชนั้นมีประโยชน์แค่ไหน คนที่ท้องผูก ขับถ่ายไม่เป็นเวลา ควรหามารับประทานกันนะคะ ส่วนใครที่อยากควบคุมน้ำหนักต้องทานในปริมาณที่เหมาะสมและรับประทานอาหารที่หลากหลาย เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนด้วยนะคะ ที่สำคัญอย่าลืมดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะน้ำสามารถช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้นค่ะ และอย่าลืมออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพที่ดีกันนะคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

กระทรวงสาธารณสุข