เกล็ดน้ำแข็งวิบวับที่ค้างอยู่ตามใบไม้ หรือยอดหญ้า มักจะถูกสังเกตพบหลังจากนักท่องเที่ยวชื่นชมกับทะเลหมอกยามรุ่งอรุณ เกล็ดน้ำแข็งที่ค้างอยู่นี้ ทางอีสาน เรียกว่า แม่คะนิ้ง ส่วนทางเหนือจะเรียกว่า เหมยขาบ มักเกิดบนยอดดอยสูง เช่น อินทนนท์ ดอยเชียงดาว ดอยอ่างขาง ดอยผ้าห่มปก ภูเรือ ภูหลวง เป็นต้น

แม่คะนิ้ง

ความจริงแล้ว เหมยขาบ ไม่ใช้ น้ำค้างแข็ง เพราะเหมยขาบจะเกิดขึ้นเมื่ออากาศชื้นใกล้ผิวดินมีอุณหภูมิลดลงต่ำกว่า ๐ องศาเซลเซียส ไอน้ำในอากาศจะกลายเป็นน้ำแข็งทันทีโดยไม่กลั่นตัวเป็นหยดน้ำก่อน ภาษาอังกฤษเรียกว่า Hoar Frost

ส่วน น้ำค้างแข็ง (Frozen dew) เกิดเมื่อไอน้ำในอากาศกลั่นตัวเป็นหยดน้ำค้างแล้ว จึงแข็งตัวเป็นหยดน้ำแข็งในภายหลัง เมื่ออุณหภูมิลดต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ถ้ายังนึกภาพไม่ออกก็ลองหยดน้ำหยดเล็กๆ ไว้ในช่องแช่แข็งในตู้เย็นดูก็ได้ เมื่อหยดน้ำแข็งตัวก็จะมีลักษณะเดียวกันกับน้ำค้างแข็ง

แม่คะนิ้ง

แม่คะนิ้ง

ทั้งน้ำค้างแข็ง เหมยขาบ แม่คะนิ้ง นั้นต่างจาก “หิมะ” ตรงที่หิมะนั้นเกิดขึ้นในเขตภูมิอากาศอบอุ่น และหนาวเย็นของโลก (ทางเหนือประมาณจีน ญี่ปุ่นขึ้นไป ทางใต้ประมาณ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) เกิดเพราะไอน้ำกลั่นตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเมื่อพบความหนาวเย็นในอากาศ แล้วจึงโปรยปรายลงมาจากเบื้องบน

แม่คะนิ้ง

ส่วนเหมยขาบ หรือแม่คะนิ้ง นั้นเป็นไอน้ำบริเวณพื้นดิน หรือหยดน้ำค้างที่เกาะอยู่ตามใบหญ้า หรือวัตถุต่างๆ เมื่ออุณหภูมิลดลงต่ำกว่าศูนย์องศาเซลเซียส (จุดเยือกแข็งของน้ำอยู่ที่ 0 องศาเซลเซียสดังที่เราเคยเรียนรู้กันมาแล้ว) ก็จะค่อยๆ เปลี่ยนสถานะเป็นเกล็ดน้ำแข็ง เยือกเย็น เหน็บหนาว และดารดาษขาวโพลนในตามพื้นดิน ยอดไม้ใบหญ้า และละลายหายไปเมื่อแสงกล้าของอาทิตย์ส่อง